ตรวจสอบสิทธิ์ของแอปใน Android เวอร์ชัน 5.1 และต่ำกว่า

ก่อนที่จะดาวน์โหลดแอปใน Google Play (ในอุปกรณ์ที่ใช้ Android เวอร์ชันไม่เกิน 5.1) คุณอาจจำเป็นต้องให้สิทธิ์แอปเพื่อเข้าถึงความสามารถหรือข้อมูลบางอย่างในอุปกรณ์ซึ่งรู้จักกันในชื่อ "กลุ่มสิทธิ์"

เคล็ดลับ: หากต้องการดูเวอร์ชัน Android ที่อุปกรณ์ใช้อยู่ ให้เปิดแอปการตั้งค่าในอุปกรณ์ แอปการตั้งค่า จากนั้นแตะระบบ จากนั้น เกี่ยวกับโทรศัพท์หรือเกี่ยวกับแท็บเล็ต

ตรวจสอบสิทธิ์ในหน้าจอดาวน์โหลดแอป

Google Play แสดงกลุ่มสิทธิ์ที่แอปจะเข้าถึงได้ให้คุณเห็น ข้อมูลนี้ช่วยให้คุณตัดสินใจว่าต้องการจะติดตั้งแอปนั้นไหม

คุณจะเห็นกลุ่มสิทธิ์ที่สำคัญที่สุดในหน้าจอดาวน์โหลดทุกหน้าจอ หากคุณต้องการดูรายการสิทธิ์ทั้งหมดที่แอปเข้าถึงได้ในอุปกรณ์ ให้ทำตามวิธีการภายใน "ดูสิทธิ์ทั้งหมดสำหรับแอปที่ต้องการ" ด้านล่าง

เมื่อคุณอนุญาตให้แอปเข้าถึงกลุ่มสิทธิ์ใดแล้ว แอปจะใช้สิทธิ์ใดก็ได้ที่อยู่ในกลุ่มนั้น คุณไม่จำเป็นต้องอนุมัติการอัปเดตสิทธิ์ทีละรายการที่อยู่ในกลุ่มสิทธิ์ที่คุณได้ยอมรับไปแล้ว

การรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมของแอปใน Google Play

แอปใน Google Play ต้องเป็นไปตามนโยบายของ Google Play ด้วย Google จะนำแอปที่พบว่าละเมิดนโยบายดังกล่าวออก นอกจากนี้ Google ยังมีระบบที่วิเคราะห์แอปใหม่ๆ และแอปที่มีอยู่ ตลอดจนบัญชีของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อช่วยปกป้องผู้ใช้จากซอฟต์แวร์ที่อาจเป็นอันตราย

ดูสิทธิ์ทั้งหมดสำหรับแอปที่ต้องการ

คุณตรวจสอบแต่ละสิทธิ์และกลุ่มสิทธิ์ที่แอปเวอร์ชันล่าสุดที่มีให้บริการใน Google Play Store ใช้งานได้

สำหรับแอปที่คุณยังไม่ได้ดาวน์โหลด

ใช้แอป Play Store

  1. เปิดแอป Play Store Google Play
  2. ไปที่หน้ารายละเอียดของแอป
  3. ภายใต้ "นักพัฒนาซอฟต์แวร์" แตะรายละเอียดสิทธิ์

สำหรับแอปที่คุณได้ดาวน์โหลดแล้ว

ใช้แอปการตั้งค่าบนอุปกรณ์เพื่อทำดังนี้

  1. เปิดแอปการตั้งค่าของอุปกรณ์ แอปการตั้งค่า ในอุปกรณ์ของคุณ
  2. แตะแอป หรือตัวจัดการแอปพลิเคชัน (อาจใช้ชื่ออื่น ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์แต่ละเครื่อง)
  3. เลือกแอป
  4. เลื่อนลงไปที่ "สิทธิ์"

คำจำกัดความของกลุ่มสิทธิ์

เลือกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งด้านล่างเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายการในกลุ่มสิทธิ์นั้นๆ สิทธิ์ใดๆ ก็ตามที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสิทธิ์จะแสดงเป็น "อื่นๆ"

หมายเหตุ: เมื่อเวลาผ่านไป ระบบปฏิบัติการ Android อาจเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของสิทธิ์ รวมทั้งเพิ่มหรือจัดประเภทสิทธิ์บางสิทธิ์ใหม่

การซื้อในแอป

แอปขอให้คุณทำการซื้อในแอปได้

อุปกรณ์และประวัติแอป

แอปแต่ละแอปอาจดำเนินการต่อไปนี้ได้

  • อ่านข้อมูลบันทึกที่มีความละเอียดอ่อน
  • เรียกดูสถานะภายในของระบบ
  • อ่านบุ๊กมาร์กของเว็บและประวัติการเข้าชม
  • เรียกดูแอปที่กำลังทำงานอยู่
การตั้งค่าอินเทอร์เน็ตมือถือ

แอปใช้การตั้งค่าที่ควบคุมการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมือถือของคุณได้ และอาจรวมถึงข้อมูลที่คุณได้รับด้วย

ข้อมูลระบุตัวตน

แอปใช้ข้อมูลบัญชีและ/หรือข้อมูลโปรไฟล์บนอุปกรณ์ของคุณได้ การเข้าถึงข้อมูลประจำตัวอาจรวมถึงความสามารถดังต่อไปนี้

  • ค้นหาบัญชีในอุปกรณ์
  • อ่านการ์ดรายชื่อติดต่อของคุณเอง (เช่น ชื่อและข้อมูลติดต่อ)
  • แก้ไขการ์ดรายชื่อติดต่อของคุณเอง
  • เพิ่มหรือนำบัญชีออก
รายชื่อติดต่อ

แอปใช้รายชื่อติดต่อของอุปกรณ์ ซึ่งอาจรวมความสามารถในการอ่านและแก้ไขรายชื่อติดต่อของคุณได้

ปฏิทิน

แอปใช้ข้อมูลปฏิทินของอุปกรณ์ได้ ซึ่งอาจรวมถึงความสามารถดังต่อไปนี้

  • อ่านกิจกรรมในปฏิทินรวมถึงข้อมูลที่เป็นความลับ
  • เพิ่มหรือแก้ไขกิจกรรมในปฏิทิน และส่งอีเมลให้ผู้เข้าร่วมโดยที่เจ้าของไม่ทราบ
ตำแหน่ง

แอปใช้ตำแหน่งของอุปกรณ์ได้ การเข้าถึงตำแหน่งอาจรวมถึง

  • ตำแหน่งโดยประมาณ (อิงจากเครือข่าย)
  • ตำแหน่งที่แน่นอน (อิงจาก GPS และเครือข่าย)
  • เข้าถึงคำสั่งของผู้ให้บริการตำแหน่งเพิ่มเติม
  • การเข้าถึง GPS
SMS

แอปใช้การรับส่งข้อความของอุปกรณ์ (SMS) และ/หรือบริการการรับส่งข้อความมัลติมีเดีย (MMS) ได้ กลุ่มนี้อาจรวมความสามารถในการใช้ SMS, ข้อความรูปภาพ หรือข้อความวิดีโอ

สำคัญ: ผู้ให้บริการอาจเรียกเก็บเงินค่าส่ง SMS หรือข้อความมัลติมีเดีย ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่คุณใช้ การเข้าถึง SMS อาจรวมถึงความสามารถดังต่อไปนี้

  • รับข้อความ (SMS)
  • อ่านข้อความ (SMS หรือ MMS)
  • รับข้อความ (MMS เช่น รูปภาพหรือวิดีโอ)
  • แก้ไขข้อความ (SMS หรือ MMS)
  • ส่งข้อความ SMS ซึ่งอาจทำให้คุณเสียค่าใช้จ่าย
  • รับข้อความ (WAP)
โทรศัพท์

แอปใช้โทรศัพท์ และ/หรือประวัติการโทรในโทรศัพท์ได้ ผู้ให้บริการอาจเรียกเก็บเงินค่าโทรศัพท์จากคุณ ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่คุณใช้ การเข้าถึงโทรศัพท์อาจรวมถึงความสามารถดังต่อไปนี้

  • โทรเข้าหมายเลขโทรศัพท์โดยตรง ซึ่งอาจทำให้คุณเสียค่าใช้จ่าย
  • เขียนบันทึกการโทร (เช่น ประวัติการโทร)
  • อ่านบันทึกการโทร
  • เปลี่ยนเส้นทางสายโทรออก
  • แก้ไขสถานะของโทรศัพท์
  • โทรออกโดยที่ไม่ต้องให้คุณจัดการ
รูปภาพ/สื่อ/ไฟล์

แอปใช้ไฟล์หรือข้อมูลที่จัดเก็บอยู่บนอุปกรณ์ของคุณได้ การเข้าถึงรูปภาพ/สื่อ/ไฟล์อาจรวมถึงความสามารถดังต่อไปนี้

  • อ่านเนื้อหาของพื้นที่จัดเก็บข้อมูล USB (เช่น การ์ด SD)
  • แก้ไขหรือลบเนื้อหาในพื้นที่จัดเก็บข้อมูล USB
  • ฟอร์แมตพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายนอก
  • ต่อเชื่อมหรือยกเลิกการต่อเชื่อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายนอก
กล้อง

แอปใช้กล้องของอุปกรณ์ที่คุณใช้ได้ การเข้าถึงกล้องอาจรวมถึงความสามารถดังต่อไปนี้

  • ถ่ายภาพ
  • บันทึกวิดีโอ
ไมโครโฟน

แอปใช้ไมโครโฟนของอุปกรณ์ที่คุณใช้ได้ การเข้าถึงไมโครโฟนอาจรวมถึงความสามารถในการบันทึกเสียงด้วย

ข้อมูลการเชื่อมต่อ Wi-Fi

แอปเข้าถึงข้อมูลการเชื่อมต่อ Wi-Fi ของอุปกรณ์ได้ เช่น มีการเปิด Wi-Fi ไหม และชื่อของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ การเข้าถึงข้อมูลการเชื่อมต่อ Wi-Fi อาจรวมถึงความสามารถในการดูการเชื่อมต่อ Wi-Fi

หมายเหตุ: เนื่องจากโดยทั่วไปแอปต่างๆ จะมีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ดังนั้นคุณจะเห็นเฉพาะกลุ่มสิทธิ์ข้อมูลการเชื่อมต่อ Wi-Fi ในหน้าจอดาวน์โหลดเมื่อติดตั้งแอป แอปจะไม่แสดงสิทธิ์ "การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างเต็มรูปแบบ" ในหน้าจอดาวน์โหลดอีกต่อไป แต่คุณดูรายการสิทธิ์ทั้งหมดได้เสมอโดยทำตามวิธีการในส่วน "ดูสิทธิ์ทั้งหมดของแอปที่ต้องการ" ด้านบน

ข้อมูลการเชื่อมต่อบลูทูธ

แอปควบคุมบลูทูธในอุปกรณ์ของคุณได้ ซึ่งรวมถึงการกระจายข้อมูลไปยังหรือการรับข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์บลูทูธที่อยู่ใกล้เคียง

เซ็นเซอร์ที่สวมใส่ได้/ข้อมูลกิจกรรม

อนุญาตให้แอปเข้าถึงข้อมูลจากเซ็นเซอร์ที่สวมใส่ได้ เช่น ตัววัดอัตราการเต้นของหัวใจ รับการอัปเดตเกี่ยวกับระดับกิจกรรมของร่างกายเป็นระยะๆ ได้

รหัสอุปกรณ์และข้อมูลการโทร

แอปเข้าถึงรหัสอุปกรณ์ หมายเลขโทรศัพท์ ดูว่าคุณกำลังใช้โทรศัพท์อยู่ไหม และหมายเลขเชื่อมต่อจากการโทรได้ รหัสอุปกรณ์และข้อมูลการโทรอาจรวมถึงความสามารถในการอ่านสถานะโทรศัพท์และข้อมูลประจำตัว

อื่นๆ

แอปใช้การตั้งค่าแบบกำหนดเองที่ผู้ผลิตอุปกรณ์มีให้ หรือสิทธิ์เฉพาะแอปพลิเคชันได้

สำคัญ: หากแอปเพิ่มสิทธิ์ที่อยู่ในกลุ่ม "อื่นๆ" ระบบจะขอให้คุณตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงก่อนดาวน์โหลดการอัปเดตเสมอ

การเข้าถึงอื่นๆ อาจรวมถึงความสามารถดังต่อไปนี้

  • อ่านสตรีมโซเชียลของคุณ (บนโซเชียลเน็ตเวิร์กบางแห่ง)
  • เขียนไปยังสตรีมโซเชียลของคุณ (บนโซเชียลเน็ตเวิร์กบางแห่ง)
  • เข้าถึงฟีดที่คุณติดตาม

คุณจะเห็นสิทธิ์ทั้งหมดจากกลุ่ม "อื่นๆ" แสดงใน Play Store รวมทั้งสิทธิ์ที่ไม่ได้แสดงบนหน้าจอดาวน์โหลดแอปด้วย

ควบคุมสิทธิ์ที่คุณอนุมัติในระหว่างการอัปเดตแอป

เมื่อแอปมีการอัปเดต อาจมีการเปลี่ยนแปลงกลุ่มสิทธิ์สำหรับแอปนั้น

หากคุณเปิดการอัปเดตอัตโนมัติอยู่

กลุ่มสิทธ์ที่คุณได้ยอมรับไปแล้วสำหรับแอปนั้น: คุณจะไม่จำเป็นต้องตรวจสอบหรือยอมรับสิทธิ์เหล่านี้อีก

กลุ่มสิทธิ์ใหม่สำหรับแอปนั้น: หากแอปจำเป็นต้องเข้าถึงสิทธิ์ใหม่ๆ หรือสิทธิ์ในกลุ่ม "อื่นๆ" ระบบจะขอให้คุณยอมรับการอัปเดต แม้ว่าจะตั้งค่าการอัปเดตอัตโนมัติไว้ก็ตาม

หากต้องการตรวจสอบการอัปเดตแต่ละครั้งด้วยตนเอง คุณอาจต้องปิดการอัปเดตอัตโนมัติโดยใช้วิธีการด้านล่าง คุณยังดูสิทธิ์สำหรับแอปที่ต้องการผ่านขั้นตอนข้างต้นได้เสมอ

ปิดการอัปเดตอัตโนมัติ

หากคุณต้องการอัปเดตแอปและยอมรับการอัปเดตสิทธิ์แต่ละรายการด้วยตนเอง คุณก็ปิดการอัปเดตอัตโนมัติได้

ปิดการอัปเดตอัตโนมัติเฉพาะบางแอป

  1. เปิดแอป Play Store Google Play
  2. แตะเมนู เมนู จากนั้น แอปและเกมของฉัน
  3. เลือกแอป
  4. แตะ "เพิ่มเติม" เพิ่มเติม
  5. ปิดเปิดใช้การอัปเดตอัตโนมัติ

ปิดการอัปเดตอัตโนมัติสำหรับแอปทั้งหมด

  1. เปิดแอป Play Store Google Play
  2. แตะเมนู เมนู จากนั้น การตั้งค่า
  3. แตะอัปเดตแอปอัตโนมัติ จากนั้น อย่าอัปเดตแอปอัตโนมัติ จากนั้น เสร็จสิ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

หากอุปกรณ์ของคุณใช้ Android 6.0 ขึ้นไป คุณอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีเปลี่ยนแปลงสิทธิ์แต่ละรายการได้ที่ควบคุมสิทธิ์ของแอป

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร
Android คอมพิวเตอร์

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว