การแจ้งเตือน

You can now request help from the Help page in your Play Console account.  If you don't have access to Play Console, ask your account admin for an invite.

มัลแวร์

ข้อจำกัดความรับผิด: สรุปนโยบายและข้อควรพิจารณาที่สำคัญเป็นเพียงภาพรวมเท่านั้น โปรดอ่านนโยบายฉบับเต็มทุกครั้งเพื่อการปฏิบัติตามข้อกำหนด นโยบายฉบับเต็มจะมีผลเหนือกว่าในกรณีที่มีความขัดแย้ง

สรุป นโยบาย

Google Play ห้ามไม่ให้ใช้โค้ดที่เป็นอันตราย รวมถึง SDK ของบุคคลที่สามที่ผสานรวมเข้ากับแอป ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ ข้อมูล หรืออุปกรณ์ของผู้ใช้ตกอยู่ในความเสี่ยง เพื่อรักษาระบบนิเวศของ Android ให้ปลอดภัย โปรดอ่านนโยบายฉบับเต็มเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

นโยบาย ฉบับเต็ม
นโยบายมัลแวร์ของเราไม่มีอะไรซับซ้อน ซึ่งก็คือระบบนิเวศของ Android ซึ่งรวมถึง Google Play Store และอุปกรณ์ของผู้ใช้จะต้องไม่มีพฤติกรรมที่เป็นอันตราย (เช่น มัลแวร์) เราพยายามที่จะมอบระบบนิเวศของ Android ที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้และอุปกรณ์ Android ของผู้ใช้ บนหลักการพื้นฐานนี้

 มัลแวร์คือโค้ดที่อาจทำให้ผู้ใช้ ข้อมูลของผู้ใช้ หรืออุปกรณ์มีความเสี่ยง มัลแวร์รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงแอปที่อาจเป็นอันตราย ไบนารี หรือการแก้ไขเฟรมเวิร์ก ซึ่งประกอบไปด้วยหมวดหมู่ต่างๆ เช่น โทรจัน ฟิชชิง และแอปสปายแวร์ และเราทำการอัปเดตและเพิ่มหมวดหมู่ใหม่อยู่เรื่อยๆ

ข้อกำหนดของนโยบายนี้ยังมีผลกับโค้ดของบุคคลที่สาม (ตัวอย่างเช่น SDK) ที่คุณรวมไว้ในแอปด้วย

แม้ว่ามัลแวร์จะมีหลายประเภทและมีการทำงานที่ต่างกัน แต่โดยทั่วไปแล้วมักมีวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

  • ทำให้เกิดช่องโหว่ในความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ของผู้ใช้
  • เข้าควบคุมอุปกรณ์ของผู้ใช้
  • เปิดใช้การดำเนินการที่ควบคุมจากระยะไกลเพื่อให้ผู้โจมตีเข้าถึง ใช้ หรือแสวงหาประโยชน์จากอุปกรณ์ที่ถูกโจมตี
  • ส่งข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลเข้าสู่ระบบออกจากอุปกรณ์โดยไม่มีการเปิดเผยและไม่ได้รับคำยินยอมที่เพียงพอ
  • เผยแพร่สแปมหรือคำสั่งจากอุปกรณ์ที่ถูกโจมตีเพื่อสร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์หรือเครือข่ายอื่นๆ
  • หลอกลวงผู้ใช้

แอป ไบนารี หรือการแก้ไขเฟรมเวิร์กอาจเป็นอันตราย จึงอาจถูกนำไปใช้ในลักษณะที่ประสงค์ร้าย แม้ไม่ได้เจตนาสร้างขึ้นมาให้เป็นอันตราย ซึ่งเป็นเพราะแอป ไบนารี หรือการแก้ไขเฟรมเวิร์กอาจทำงานแปลกไปโดยขึ้นอยู่กับตัวแปรต่างๆ ดังนั้น สิ่งที่เป็นอันตรายต่ออุปกรณ์ Android เครื่องหนึ่งอาจไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่ออุปกรณ์ Android อีกเครื่องเลย ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ที่ใช้ Android เวอร์ชันล่าสุดไม่ได้รับผลกระทบจากแอปที่เป็นอันตรายซึ่งใช้ API ที่เลิกใช้งานไปแล้วเพื่อทำพฤติกรรมที่เป็นอันตราย แต่อุปกรณ์ที่ยังใช้ Android เวอร์ชันเก่ามากๆ อยู่อาจมีความเสี่ยง แอป ไบนารี หรือการแก้ไขเฟรมเวิร์กจะได้รับการแจ้งว่าเป็นมัลแวร์หรือแอปที่อาจเป็นอันตรายหากก่อให้เกิดความเสี่ยงต่ออุปกรณ์และผู้ใช้ Android บางส่วนหรือทั้งหมดอย่างชัดเจน

หมวดหมู่มัลแวร์ด้านล่างสะท้อนให้เห็นความเชื่อพื้นฐานของเราที่ว่าผู้ใช้ควรทราบว่ามีการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ของตนอย่างไร ตลอดจนส่งเสริมระบบนิเวศที่ปลอดภัยซึ่งช่วยให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพและประสบการณ์ของผู้ใช้ที่เชื่อถือได้

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ Google Play Protect

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
ตรวจสอบโค้ดทั้งหมดในแอปอย่างละเอียด รวมถึง SDK ของบุคคลที่สาม เพื่อให้แน่ใจว่าโค้ดเหล่านั้นไม่ได้แสดงลักษณะการทำงานที่คล้ายมัลแวร์ เช่น สปายแวร์ โทรจัน หรือฟิชชิง แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม ผสานรวมโค้ดที่ละเมิดสิทธิ์ในระดับสูงขึ้นเพื่อทำให้ความสมบูรณ์ของระบบมีช่องโหว่ รูทอุปกรณ์โดยที่ผู้ใช้ไม่ได้รับรู้และให้ความยินยอมโดยชัดแจ้ง หรือใช้เทคนิคมาสก์แวร์เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจหาลักษณะการทำงานที่เป็นอันตราย
ลองใช้เครื่องมือเพื่อตรวจสอบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยหรือประตูหลังที่เปิดใช้การดำเนินการจากระยะไกลที่ไม่พึงประสงค์ ใช้ SDK ของบุคคลที่สามที่เก็บรวบรวมและส่งข้อมูลส่วนตัวเพื่อการตรวจสอบโดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลและขอความยินยอมจากผู้ใช้ที่เหมาะสม (เช่น สตอล์กเกอร์แวร์) รวมโค้ดที่จะทำให้เกิดการเรียกเก็บเงินที่หลอกลวงซึ่งเกี่ยวข้องกับ SMS, การโทร หรือการฉ้อโกงผ่านค่าธรรมเนียม
ตรวจสอบว่า SDK ของบุคคลที่สามไม่ได้เก็บรวบรวมและ/หรือส่งออกข้อมูลผู้ใช้โดยไม่มีฟังก์ชันการทำงานที่เป็นไปตามนโยบายและ/หรือการประกาศแจ้งหรือความยินยอมที่เพียงพอ (สปายแวร์) ใช้ SDK ของบุคคลที่สามที่ทำการโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการหรือทำหน้าที่เป็นเครื่องมือดาวน์โหลดที่เป็นอันตราย
ตรวจสอบว่าแอปของคุณไม่มี SDK ของบุคคลที่สามที่ละเมิดโมเดลสิทธิ์ของ Android โดยได้รับสิทธิ์ในระดับสูงขึ้นผ่านการเข้าถึงข้อมูลอุปกรณ์เพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ได้เปิดเผย  

 


ประตูหลัง

สรุปนโยบาย Summary

คุณต้องนำโค้ดที่ทำหน้าที่เป็นประตูหลังออกเพื่อปกป้องผู้ใช้ โดยประตูหลังคือโค้ดที่อำนวยความสะดวกในการดำเนินการไม่พึงประสงค์หรือเป็นอันตรายที่ควบคุมจากระยะไกล โปรดอ่านนโยบายฉบับเต็มเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

นโยบาย ฉบับเต็ม

โค้ดที่ทำให้มีการดำเนินการไม่พึงประสงค์และอาจเป็นอันตรายที่ควบคุมจากระยะไกลได้ในอุปกรณ์

การดำเนินการเหล่านี้อาจรวมถึงพฤติกรรมที่อาจทำให้แอป ไบนารี หรือการแก้ไขเฟรมเวิร์กเข้าข่ายหมวดหมู่มัลแวร์อื่นๆ หากดำเนินการโดยอัตโนมัติ โดยทั่วไป "ประตูหลัง" เป็นคำที่ใช้อธิบายวิธีที่การดำเนินการที่อาจเป็นอันตรายอาจเกิดขึ้นในอุปกรณ์ จึงไม่สอดคล้องกับหมวดหมู่อย่างการหลอกเรียกเก็บเงินหรือสปายแวร์เชิงพาณิชย์เสียทีเดียว ด้วยเหตุนี้ ในบางสถานการณ์ Google Play Protect จึงถือว่าประตูหลังบางกรณีจัดเป็นช่องโหว่

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
ทดสอบโค้ดของแอปและไลบรารีของบุคคลที่สามทั้งหมดอย่างละเอียดเพื่อหาความสามารถในการควบคุมจากระยะไกลที่ซ่อนอยู่ ห้ามใส่ฟีเจอร์หรือความสามารถที่ซ่อนไว้ซึ่งอาจถูกนำไปแสวงหาประโยชน์เพื่อทำอันตรายต่อผู้ใช้
รักษาความปลอดภัยให้กับปลายทางการดำเนินการจากระยะไกลทั้งหมดเพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ห้ามปรับโค้ดให้ยากต่อการอ่าน (Obfuscate) เพื่อซ่อนฟังก์ชันการเข้าถึงจากระยะไกล
ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ทราบในแอปทันที อย่าละเลยคำเตือนเกี่ยวกับช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในทรัพยากร Dependency

 


การฉ้อโกงผ่านการเรียกเก็บเงิน

สรุปนโยบาย Summary

คุณต้องลบโค้ดที่หลอกเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้โดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดแจ้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการฉ้อโกงผ่านการเรียกเก็บเงิน ซึ่งรวมถึงการฉ้อโกงผ่าน SMS, การฉ้อโกงผ่านการโทร และการฉ้อโกงผ่านค่าธรรมเนียม ซึ่งหลอกลวงให้ผู้ใช้ชำระเงินหรือสมัครใช้บริการที่ไม่ต้องการ โปรดอ่านนโยบายฉบับเต็มเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

นโยบาย ฉบับเต็ม

โค้ดที่ตั้งใจหลอกเรียกเก็บเงินผู้ใช้โดยอัตโนมัติ

การฉ้อโกงด้วยการเรียกเก็บเงินผ่านเครือข่ายมือถือแบ่งเป็นการฉ้อโกงผ่าน SMS การฉ้อโกงผ่านการโทร และการฉ้อโกงผ่านค่าธรรมเนียม

การฉ้อโกงผ่าน SMS
โค้ดที่เรียกเก็บเงินจากผู้ใช้เพื่อส่ง SMS พรีเมียมโดยไม่ได้รับคำยินยอม หรือพยายามปิดบังกิจกรรม SMS ด้วยการซ่อนข้อตกลงการเปิดเผยข้อมูลหรือซ่อนข้อความ SMS จากผู้ให้บริการมือถือซึ่งแจ้งให้ผู้ใช้ทราบเรื่องการเรียกเก็บเงินหรือการยืนยันการสมัครใช้บริการ

แม้ว่าในทางเทคนิคแล้วโค้ดบางโค้ดจะเปิดเผยพฤติกรรมการส่ง SMS แต่ก็อาจทำงานในลักษณะอื่นที่เอื้อต่อการฉ้อโกงผ่าน SMS ด้วย เช่น การซ่อนข้อตกลงการเปิดเผยข้อมูลไม่ให้ผู้ใช้เห็นบางส่วน การทำให้ข้อตกลงอ่านไม่ได้ และการใช้เงื่อนไขเพื่อบล็อกข้อความ SMS จากผู้ให้บริการมือถือซึ่งแจ้งให้ผู้ใช้ทราบเรื่องการเรียกเก็บเงินหรือการยืนยันการสมัครใช้บริการ

การฉ้อโกงผ่านการโทร
โค้ดที่เรียกเก็บเงินจากผู้ใช้ด้วยการโทรหาหมายเลขพรีเมียมโดยไม่ได้รับคำยินยอม

การฉ้อโกงผ่านค่าธรรมเนียม
โค้ดที่หลอกให้ผู้ใช้สมัครใช้บริการหรือซื้อเนื้อหาโดยการเรียกเก็บเงินผ่านผู้ให้บริการมือถือ

การฉ้อโกงผ่านค่าธรรมเนียมรวมถึงการเรียกเก็บเงินทุกประเภทยกเว้น SMS แบบพรีเมียมและการโทรหาหมายเลขพรีเมียม เช่น การเรียกเก็บเงินผ่านผู้ให้บริการโดยตรง, โปรโตคอลแอปพลิเคชันไร้สาย (Wireless Application Protocol หรือ WAP) และการโอนสายในเครือข่ายมือถือ การฉ้อโกงผ่าน WAP เป็นการฉ้อโกงผ่านค่าธรรมเนียมที่แพร่หลายที่สุดประเภทหนึ่ง การฉ้อโกงประเภทนี้อาจหลอกให้ผู้ใช้คลิกปุ่มบน WebView ที่โหลดแบบเงียบและมีลักษณะโปร่งใส เมื่อผู้ใช้คลิกปุ่ม ระบบจะเริ่มการสมัครใช้บริการแบบตามรอบ และ SMS หรืออีเมลยืนยันมักจะถูกลักลอบนำออกเพื่อไม่ให้ผู้ใช้สังเกตเห็นธุรกรรมการเงิน

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
ขอความยินยอมที่ชัดแจ้งและไม่คลุมเครือจากผู้ใช้ก่อนเริ่มธุรกรรมทางการเงิน ห้ามซ่อนหรือปลอมแปลงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บเงินหรือการสมัครใช้บริการ
ตรวจสอบว่าการเปิดเผยข้อมูลการเรียกเก็บเงินทั้งหมดมีความชัดเจน โปร่งใส และมองเห็นได้ชัดเจนสำหรับผู้ใช้ ห้ามใช้มุมมองเว็บแบบซ่อน หรือส่งข้อความ SMS แบบพรีเมียมหรือโทรออกโดยอัตโนมัติโดยไม่ได้รับความยินยอม
ส่งการแจ้งเตือนการเรียกเก็บเงินผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือทั้งหมดให้ผู้ใช้ ห้ามใช้วิธีการต่างๆ เช่น การเรียกเก็บเงินผ่านผู้ให้บริการโดยตรง เพื่อหลอกลวงให้ผู้ใช้สมัครใช้บริการ

 


สตอล์กเกอร์แวร์

สรุปนโยบาย Summary

Google Play ไม่อนุญาตให้แอปติดตามบุคคลอื่นโดยการเก็บรวบรวมและส่งข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของผู้ใช้ เว้นแต่แอปจะออกแบบและทำการตลาดมาเพื่อให้ผู้ปกครองติดตามดูบุตรหลานหรือผู้บริหารขององค์กรติดตามดูพนักงานแต่ละคนโดยเฉพาะ โดยแอปดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่เข้มงวดทั้งหมด โปรดอ่านนโยบายฉบับเต็มเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

นโยบาย ฉบับเต็ม

โค้ดที่รวบรวมข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของผู้ใช้จากอุปกรณ์และส่งข้อมูลดังกล่าวไปให้บุคคลที่สาม (องค์กรหรือบุคคลธรรมดาคนอื่น) เพื่อวัตถุประสงค์ในการเฝ้าติดตาม

แอปต้องให้การเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจนเพียงพอและขอความยินยอมข้อกำหนดของนโยบายข้อมูลผู้ใช้

หลักเกณฑ์สำหรับแอปพลิเคชันเฝ้าติดตาม

แอปเฝ้าติดตามที่เรายอมรับมีเพียงแอปที่ออกแบบและทำการตลาดการเฝ้าติดตามบุคคลอื่นโดยเฉพาะเท่านั้น เช่น สำหรับผู้ปกครองเพื่อใช้ติดตามบุตรหลานหรือสำหรับฝ่ายบริหารขององค์กรเพื่อใช้ติดตามพนักงานแต่ละคน โดยแอปดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดทั้งหมดที่อธิบายไว้ด้านล่าง คุณต้องไม่ใช้แอปเหล่านี้ในการติดตามบุคคลอื่น (เช่น คู่สมรส) แม้ว่าบุคคลดังกล่าวจะรับทราบและอนุญาต ไม่ว่าจะมีการแสดงการแจ้งเตือนอยู่เรื่อยๆ หรือไม่ก็ตาม แอปเหล่านี้ต้องใช้แฟล็กข้อมูลเมตา IsMonitoringTool ในไฟล์ Manifest เพื่อระบุว่าเป็นแอปเฝ้าติดตาม

แอปเฝ้าติดตามต้องเป็นไปตามข้อกำหนดเหล่านี้

  • แอปต้องไม่แสดงตัวว่าเป็นโซลูชันการสอดแนมหรือการเฝ้าระวัง
  • แอปต้องไม่ซ่อนหรือปิดบังพฤติกรรมการติดตาม หรือพยายามทำให้ผู้ใช้เข้าใจฟังก์ชันการทำงานดังกล่าวผิดไป
  • แอปต้องแสดงให้ผู้ใช้เห็นการแจ้งเตือนตลอดเวลาที่แอปทำงาน และแสดงให้เห็นไอคอนที่บ่งบอกแอปนั้นอย่างชัดเจน
  • แอปต้องเปิดเผยฟังก์ชันการเฝ้าติดตามในคำอธิบายของ Google Play Store
  • แอปและข้อมูลแอปใน Google Play ต้องไม่ให้วิธีการเปิดใช้งานหรือวิธีการเข้าถึงฟังก์ชันการทำงานที่ละเมิดข้อกำหนดเหล่านี้ เช่น การลิงก์ไปยัง APK ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่โฮสต์ไว้นอก Google Play
  • แอปต้องเป็นไปตามกฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง คุณต้องรับผิดชอบการพิจารณาความถูกต้องตามกฎหมายของแอปของคุณในประเทศเป้าหมายแต่เพียงผู้เดียว
โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมจากบทความการใช้แฟล็ก isMonitoringTool ในศูนย์ช่วยเหลือ

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
ทำการตลาดแอปของคุณเพื่อใช้ในการจัดการโดยผู้ปกครองหรือองค์กรเท่านั้น ทำการตลาดแอปเป็นโซลูชันการสอดแนมหรือการเฝ้าระวัง
ใส่ Flag IsMonitoringTool ในไฟล์ Manifest ติดตามผู้ใหญ่คนอื่นๆ รวมถึงคู่สมรส แม้จะได้รับอนุญาตก็ตาม
แสดงการแจ้งเตือนตลอดเวลาและไอคอนที่ไม่ซ้ำกันเมื่อทำงาน ซ่อน ปิดบัง หรือทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดเกี่ยวกับพฤติกรรมการติดตาม
เปิดเผยฟังก์ชันการตรวจสอบทั้งหมดในคำอธิบายของ Store ลิงก์ไปยัง APK ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดซึ่งโฮสต์ไว้นอก Google Play
ให้การเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจนเพียงพอและขอความยินยอม จัดหาวิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชันการทำงานที่ละเมิดข้อกำหนดเหล่านี้

 


ปฏิเสธการให้บริการ (DoS)

 
สรุปนโยบาย Summary

คุณต้องลบโค้ดที่โจมตีระบบอื่นหรือสร้างภาระงานเครือข่ายมากเกินไปโดยที่ผู้ใช้ไม่ทราบ เพื่อปกป้องแอปและระบบอื่นๆ โปรดอ่านนโยบายฉบับเต็มเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

นโยบาย ฉบับเต็ม

โค้ดที่ทำการโจมตีโดยสร้างภาวะปฏิเสธการให้บริการ (DoS) โดยที่ผู้ใช้ไม่ทราบ หรือเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีแบบ DoS ที่มุ่งเป้าไปยังระบบหรือทรัพยากรอื่นๆ

เช่น กรณีนี้อาจเกิดขึ้นโดยการส่งคำขอ HTTP จำนวนมากเพื่อสร้างภาระงานที่สูงเกินขีดความสามารถของเซิร์ฟเวอร์ระยะไกล

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
ทดสอบโค้ดและ SDK ของบุคคลที่สามอย่างละเอียดเพื่อหาการละเมิดเครือข่าย ห้ามซ่อนหรือฝังโค้ดที่สร้างการเข้าชมหรือคำขอเครือข่ายจำนวนมาก
ตรวจสอบว่าคำขอเครือข่ายทั้งหมดจากแอปของคุณถูกต้องและจำเป็นต่อฟังก์ชันการทำงานของแอป ห้ามรวมฟังก์ชันการทำงานที่เปิดใช้งานจากระยะไกลเพื่อโจมตีระบบภายนอกได้

 


เครื่องมือดาวน์โหลดที่เป็นอันตราย

สรุปนโยบาย

Google Play ไม่อนุญาต "เครื่องมือดาวน์โหลดที่เป็นอันตราย" ซึ่งเป็นแอปที่ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ไม่พึงประสงค์บนมือถือ (MUwS) อื่นๆ ระบบจะแจ้งว่าแอปเป็นเครื่องมือดาวน์โหลดที่เป็นอันตรายหากเชื่อว่าแอปดังกล่าวออกแบบมาเพื่อแพร่กระจาย MUwS หรือหากพบว่าการดาวน์โหลดอย่างน้อย 5% ของแอปเป็น MUwS นโยบายนี้ไม่มีผลกับเบราว์เซอร์หลักๆ หรือแอปแชร์ไฟล์ ตราบใดที่เบราว์เซอร์และแอปเหล่านั้นดาวน์โหลดซอฟต์แวร์โดยที่ผู้ใช้เป็นผู้เริ่มต้นและให้ความยินยอมอย่างชัดแจ้งเท่านั้น โปรดอ่านนโยบายฉบับเต็มเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

โค้ดที่อาจไม่ได้เป็นอันตรายเองแต่ดาวน์โหลดแอปที่อาจเป็นอันตรายอื่นๆ

วิธีสังเกตว่าโค้ดเป็นเครื่องมือดาวน์โหลดที่เป็นอันตราย มีดังนี้

  • มีเหตุผลที่ทำให้เชื่อว่าโค้ดดังกล่าวสร้างขึ้นมาเพื่อเผยแพร่แอปที่อาจเป็นอันตราย และเคยดาวน์โหลดแอปที่อาจเป็นอันตรายหรือมีโค้ดที่ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปได้ หรือ
  • แอปอย่างน้อย 5% ที่โค้ดดาวน์โหลดมานั้นเป็นแอปที่อาจเป็นอันตราย โดยมีเกณฑ์ขั้นต่ำอยู่ที่การดาวน์โหลดแอปที่สังเกตการณ์ 500 ครั้ง (การดาวน์โหลดแอปที่อาจเป็นอันตรายที่สังเกตการณ์ 25 ครั้ง)

เบราว์เซอร์หลักๆ และแอปแชร์ไฟล์จะไม่ถือเป็นเครื่องมือดาวน์โหลดที่เป็นอันตรายในกรณีต่อไปนี้

  • เบราว์เซอร์หรือแอปจะดาวน์โหลดต่อเมื่อมีการโต้ตอบกับผู้ใช้
  • ผู้ใช้เริ่มการดาวน์โหลดแอปที่อาจเป็นอันตรายทั้งหมดโดยการให้คำยินยอม

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
ตรวจสอบว่าแอปของคุณไม่มีโค้ดที่แพร่กระจาย MUwS ห้ามรวมโค้ดใดๆ ที่แพร่กระจาย MUwS ในแอปของคุณ
ตรวจสอบการดาวน์โหลดเพื่อให้ต่ำกว่าเกณฑ์ MUwS ที่ 5% ห้ามให้เกินเกณฑ์ MUwS ที่ 5% (MUwS 25 รายการต่อการดาวน์โหลด 500 ครั้ง)
ตรวจสอบว่าผู้ใช้ที่ให้ความยินยอมเป็นผู้เริ่มการดาวน์โหลดแอปทั้งหมด หากวัตถุประสงค์ของแอปคือการดาวน์โหลดไฟล์อื่นๆ (เช่น เบราว์เซอร์หรือการแชร์ไฟล์) ห้ามใส่ฟังก์ชันการทำงานที่กระตุ้นการดาวน์โหลดแอปโดยไม่มีการโต้ตอบกับผู้ใช้อย่างชัดเจน หากวัตถุประสงค์ของแอปคือการดาวน์โหลดไฟล์อื่นๆ (เช่น เบราว์เซอร์หรือการแชร์ไฟล์)

 


ภัยคุกคามซึ่งไม่ส่งผลต่อ Android

โค้ดที่มีภัยคุกคามซึ่งไม่ส่งผลต่อ Android

แอปเหล่านี้ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้หรืออุปกรณ์ Android แต่มีคอมโพเนนต์ที่อาจเป็นอันตรายต่อแพลตฟอร์มอื่น


ฟิชชิง

สรุปนโยบาย Summary

คุณต้องลบโค้ดที่มีส่วนร่วมกับการฟิชชิงโดยการหลอกขอข้อมูลเข้าสู่ระบบหรือข้อมูลสำหรับการเรียกเก็บเงินของผู้ใช้และส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังบุคคลที่สาม โปรดอ่านนโยบายฉบับเต็มเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

นโยบาย ฉบับเต็ม

โค้ดที่แสร้งว่ามาจากแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ ซึ่งขอข้อมูลเข้าสู่ระบบการตรวจสอบสิทธิ์หรือข้อมูลสำหรับการเรียกเก็บเงินของผู้ใช้และส่งข้อมูลดังกล่าวไปให้บุคคลที่สาม หมวดหมู่นี้รวมถึงโค้ดที่ดักฟังการส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบของผู้ใช้ระหว่างการส่ง

เป้าหมายทั่วไปของฟิชชิง ได้แก่ ข้อมูลเข้าสู่ระบบธนาคาร หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลเข้าสู่ระบบบัญชีออนไลน์สำหรับโซเชียลเน็ตเวิร์กและเกม

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
ใช้ API อย่างเป็นทางการและวิธีการที่ปลอดภัยเพื่อจัดการข้อมูลเข้าสู่ระบบและข้อมูลการชำระเงินของผู้ใช้ ห้ามแอบอ้างเป็นแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้เพื่อหลอกให้ผู้ใช้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการเงิน
ตรวจสอบว่ามีการส่งข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมดอย่างปลอดภัยและบุคคลที่สามอ่านไม่ได้ ห้ามดักจับหรือเก็บรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบหรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของผู้ใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม
แจ้งให้ผู้ใช้ทราบอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับข้อมูลที่คุณขอและเหตุผลที่ขอ ห้ามส่งข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนของผู้ใช้ไปยังบุคคลที่สามโดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ใช้อย่างเหมาะสมและไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดแจ้ง

 


การละเมิดด้วยการเพิ่มสิทธิ์ในระดับสูงขึ้น

สรุปนโยบาย Summary

แอปของคุณต้องไม่มีโค้ดที่ได้รับสิทธิ์ในระดับสูงขึ้นหรือทำให้แซนด์บ็อกซ์ความปลอดภัยของ Android ทำงานไม่ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดด้วยการเพิ่มสิทธิ์ในระดับสูงขึ้น ซึ่งรวมถึงโค้ดที่ขโมยข้อมูลเข้าสู่ระบบจากแอปอื่นๆ หลบเลี่ยงโมเดลสิทธิ์ของ Android หรือปิดใช้ฟีเจอร์ความปลอดภัยหลัก นอกจากนี้ แอปของคุณต้องเคารพสิทธิ์ของผู้ใช้ในการควบคุมอุปกรณ์ของตนด้วย โปรดอ่านนโยบายฉบับเต็มเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

นโยบาย ฉบับเต็ม

โค้ดที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อความสมบูรณ์ของระบบด้วยการทำให้แซนด์บ็อกซ์ของแอปทำงานไม่ได้ การเพิ่มสิทธิ์ในระดับสูงขึ้น ตลอดจนการเปลี่ยนหรือปิดการเข้าถึงฟังก์ชันหลักที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย

ตัวอย่าง

  • แอปที่ละเมิดโมเดลสิทธิ์ของ Android หรือขโมยข้อมูลเข้าสู่ระบบ (เช่น โทเค็น OAuth) จากแอปอื่นๆ
  • แอปที่ละเมิดการใช้ฟีเจอร์เพื่อป้องกันไม่ให้มีการถอนการติดตั้งหรือหยุดการทำงานของแอป
  • แอปที่ปิดใช้ SELinux

แอปโจมตีเพื่อยกระดับสิทธิ์ที่รูทอุปกรณ์โดยไม่มีการให้สิทธิ์จากผู้ใช้จัดว่าเป็นแอปการรูท

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
พัฒนาโค้ดที่เคารพโมเดลสิทธิ์ของ Android ห้ามสร้างแอปที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบด้วยการทำให้แซนด์บ็อกซ์ของแอปทำงานไม่ได้
ออกแบบแอปให้ทำงานได้ด้วยสิทธิ์ของผู้ใช้ทั่วไป ห้ามเขียนโค้ดที่ป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ถอนการติดตั้งแอป

 


แรนซัมแวร์

สรุปนโยบาย Summary

แรนซัมแวร์คือซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายซึ่งจับอุปกรณ์หรือข้อมูลของผู้ใช้เป็นตัวประกัน โดยเรียกร้องให้ชำระเงินหรือดำเนินการเพื่อคืนค่าการควบคุม คุณต้องไม่ล็อกผู้ใช้ เข้ารหัสข้อมูล หรือป้องกันการถอนการติดตั้ง นโยบายนี้ช่วยปกป้องผู้ใช้จากการขู่กรรโชก โปรดอ่านนโยบายฉบับเต็มเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

นโยบาย ฉบับเต็ม

โค้ดที่เข้าควบคุมอุปกรณ์หรือข้อมูลในอุปกรณ์บางส่วนหรือในวงกว้างและสั่งให้ผู้ใช้ชำระเงินหรือดำเนินการที่ทำให้สูญเสียการควบคุม

แรนซัมแวร์บางรายการจะเข้ารหัสข้อมูลในอุปกรณ์และเรียกร้องให้ชำระเงินเพื่อถอดรหัสข้อมูล และ/หรือใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ผู้ดูแลระบบของอุปกรณ์เพื่อทำให้ผู้ใช้นำแรมซัมแวร์ดังกล่าวออกไม่ได้ ตัวอย่าง

  • การล็อกไม่ให้ผู้ใช้เข้าถึงอุปกรณ์ของตัวเองและเรียกร้องให้จ่ายเงินเพื่อคืนค่าการควบคุมของผู้ใช้
  • การเข้ารหัสข้อมูลในอุปกรณ์และเรียกร้องให้ชำระเงินเป็นค่าถอดรหัส
  • การใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ของตัวจัดการนโยบายด้านอุปกรณ์และการบล็อกไม่ให้ผู้ใช้นำแรนซัมแวร์ออก

โค้ดที่มาพร้อมกับอุปกรณ์โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดการอุปกรณ์ที่ได้รับงบอุดหนุนอาจไม่รวมอยู่ในหมวดหมู่แรนซัมแวร์หากมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดสำหรับการล็อกและการจัดการที่ปลอดภัย ตลอดจนข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ใช้และการขอคำยินยอมที่เพียงพอ

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
ตรวจสอบว่าโค้ดของแอปไม่มีฟังก์ชันการทำงานของแรนซัมแวร์ที่เป็นอันตราย ห้ามเข้ารหัสข้อมูลผู้ใช้หรือล็อกไม่ให้ผู้ใช้เข้าถึงอุปกรณ์ของตน
ขอความยินยอมที่ชัดแจ้งจากผู้ใช้สำหรับฟีเจอร์การจัดการอุปกรณ์ ห้ามใช้ฟีเจอร์ผู้ดูแลระบบอุปกรณ์เพื่อบล็อกการถอนการติดตั้ง
มอบวิธีที่ชัดเจนและง่ายดายให้ผู้ใช้นำแอปของคุณออก ห้ามเรียกร้องให้ชำระเงินหรือดำเนินการเพื่อคืนค่าการควบคุมอุปกรณ์

 


การรูท

สรุปนโยบาย Summary

Google Play อนุญาตการรูทที่ไม่เป็นอันตราย แต่ไม่อนุญาตโค้ดการรูทที่เป็นอันตราย คุณต้องแจ้งให้ผู้ใช้ทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับการรูท และตรวจสอบว่าแอปของคุณไม่ได้ดำเนินการที่เป็นอันตรายอื่นๆ เป้าหมายคือเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้ยินยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพนี้ และจะไม่ได้รับผลกระทบจากลักษณะการทำงานที่เป็นอันตรายเพิ่มเติม โปรดอ่านนโยบายฉบับเต็มเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

นโยบาย ฉบับเต็ม

โค้ดที่รูทอุปกรณ์

โค้ดการรูทที่ไม่เป็นอันตรายและเป็นอันตรายนั้นแตกต่างกัน เช่น แอปการรูทที่ไม่เป็นอันตรายจะแจ้งให้ผู้ใช้ทราบล่วงหน้าว่าจะรูทอุปกรณ์ และจะไม่ดำเนินการอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายตามหมวดหมู่แอปที่อาจเป็นอันตราย

แอปการรูทที่เป็นอันตรายจะไม่แจ้งผู้ใช้ว่าจะรูทอุปกรณ์ หรือแจ้งผู้ใช้เกี่ยวกับการรูทล่วงหน้าแต่ก็ดำเนินการอื่นๆ ตามหมวดหมู่แอปที่อาจเป็นอันตรายด้วย

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
แจ้งให้ผู้ใช้ทราบล่วงหน้าว่าแอปของคุณจะรูทอุปกรณ์ ห้ามรูทอุปกรณ์โดยไม่แจ้งให้ผู้ใช้ทราบ
ขอความยินยอมอย่างชัดแจ้งจากผู้ใช้ก่อนรูท ห้ามดำเนินการที่เป็นอันตรายอื่นๆ ในแอปการรูท
ยืนยันว่าโค้ดของแอปไม่มีลักษณะการทำงานที่เป็นอันตรายอื่นๆ ห้ามใช้โค้ดการรูทเพื่อซ่อนฟังก์ชันการทำงานที่เป็นอันตรายอื่นๆ

 


สแปม

โค้ดที่ส่งข้อความขยะถึงรายชื่อติดต่อของผู้ใช้หรือใช้อุปกรณ์เป็นการส่งต่ออีเมลสแปม

สปายแวร์

สรุปนโยบาย Summary

Google Play ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลผู้ใช้หรือข้อมูลอุปกรณ์ในลักษณะที่เป็นอันตรายหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าว ทั้งการขอความยินยอมจากผู้ใช้ การเปิดเผย การเก็บรวบรวม และการแชร์ข้อมูลต้องสอดคล้องกับฟังก์ชันการทำงานที่เป็นไปตามนโยบาย โปรดอ่านนโยบายฉบับเต็มเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

นโยบาย ฉบับเต็ม

สปายแวร์คือแอปพลิเคชัน โค้ด หรือลักษณะการทำงานที่เป็นอันตราย ซึ่งเก็บรวบรวม ขโมย หรือแชร์ข้อมูลผู้ใช้หรือข้อมูลอุปกรณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันการทำงานที่เป็นไปตามนโยบาย

โค้ดหรือลักษณะการทำงานที่เป็นอันตรายซึ่งอาจจัดว่าเป็นการสอดแนมผู้ใช้หรือขโมยข้อมูลโดยไม่มีการประกาศแจ้งหรือการขอความยินยอมที่เพียงพอยังถือว่าเป็นสปายแวร์ด้วย

ตัวอย่างเช่น การละเมิดด้วยสปายแวร์รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการดำเนินการต่อไปนี้

  • การบันทึกเสียงหรือการบันทึกการโทรของโทรศัพท์
  • การขโมยข้อมูลแอป
  • แอปที่มีโค้ดที่เป็นอันตรายของบุคคลที่สาม (ตัวอย่างเช่น SDK) ซึ่งส่งผ่านข้อมูลจากอุปกรณ์ในลักษณะที่ผู้ใช้ไม่คาดคิดและ/หรือไม่มีการประกาศแจ้งหรือการขอความยินยอมจากผู้ใช้ที่เพียงพอ

แอปทั้งหมดต้องเป็นไปตามนโยบายโปรแกรมสำหรับนักพัฒนาแอป Google Play ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงนโยบายด้านข้อมูลผู้ใช้และข้อมูลอุปกรณ์ เช่น ซอฟต์แวร์ไม่พึงประสงค์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่, ข้อมูลผู้ใช้, สิทธิ์และ API ที่เข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อน และข้อกำหนดของ SDK

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
แจ้งให้ทราบอย่างชัดเจนและขอความยินยอมอย่างชัดแจ้งจากผู้ใช้ก่อนการเก็บรวบรวมหรือส่งข้อมูล อนุญาตให้ SDK ของบุคคลที่สามในแอปบันทึกเสียง การโทร หรือรับข้อมูลแอปโดยไม่ได้รับความยินยอมของผู้ใช้อย่างชัดแจ้งและไม่มีฟังก์ชันการทำงานที่เป็นไปตามนโยบาย
ใช้การบันทึกและการตรวจสอบที่ครอบคลุมสำหรับการเข้าถึงและการส่งข้อมูลของ SDK ของบุคคลที่สามทั้งหมดเพื่อตรวจหาและจัดการการขโมยข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต มีส่วนร่วมในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ซ่อนอยู่ หรือเก็บรวบรวมข้อมูลมากกว่าที่แอปต้องการสำหรับฟังก์ชันที่ระบุ 
ตรวจสอบว่า SDK ที่ผสานรวมในแอปของคุณเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นขั้นต่ำ และวัตถุประสงค์หรือลักษณะการทำงานของ SDK ไม่ได้ทำให้แอปละเมิดนโยบายของ Google Play  รวม SDK ของบุคคลที่สามไว้ในแอปซึ่งส่งข้อมูลในลักษณะที่ไม่คาดคิดหรือไม่ได้รับความยินยอมที่เหมาะสม
  คาดเดาว่า SDK ของบุคคลที่สามซึ่งใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลแอปเป็นไปตามข้อกำหนดโดยที่คุณไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียด

 


โทรจัน

สรุปนโยบาย Summary

โทรจันคือโค้ดที่มีคอมโพเนนต์ที่เป็นอันตรายซ่อนอยู่ นโยบายนี้ห้ามแอปที่ดำเนินการไม่พึงประสงค์ต่อผู้ใช้โดยที่ผู้ใช้ไม่ทราบ ในฐานะนักพัฒนาแอป คุณต้องตรวจสอบว่าโค้ดของแอปมีความโปร่งใสและไม่มีฟังก์ชันการทำงานที่เป็นอันตรายซ่อนอยู่ โปรดอ่านนโยบายฉบับเต็มเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

นโยบาย ฉบับเต็ม

โค้ดที่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นอันตราย เช่น เกมที่อ้างว่าเป็นเกมเฉยๆ แต่ดำเนินการในสิ่งที่ไม่พึงประสงค์กับผู้ใช้

การจำแนกประเภทโค้ดในกลุ่มนี้มักกระทำควบคู่ไปกับหมวดหมู่แอปที่อาจเป็นอันตรายอื่นๆ โทรจันมีคอมโพเนนต์ที่ไม่เป็นอันตรายและคอมโพเนนต์ที่เป็นอันตรายซ่อนอยู่ ตัวอย่างเช่น เกมที่ส่งข้อความ SMS แบบพรีเมียมจากอุปกรณ์ของผู้ใช้ในเบื้องหลังโดยที่ผู้ใช้ไม่ทราบ

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
ตรวจสอบว่าโค้ดของแอปมีความโปร่งใสและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ ห้ามซ่อนฟังก์ชันการทำงานที่เป็นอันตรายไว้ในแอปที่ดูเหมือนไม่มีพิษมีภัย
ยืนยันว่าได้เปิดเผยฟังก์ชันการทำงานของแอปทั้งหมดต่อผู้ใช้แล้ว ห้ามดำเนินการในเบื้องหลังโดยที่ผู้ใช้ไม่ทราบและไม่ได้ให้ความยินยอมอย่างชัดเจน
ตรวจสอบว่า SDK ของบุคคลที่สามที่รวมไว้มีความปลอดภัยและไม่มีลักษณะการทำงานที่ซ่อนอยู่ ห้ามสื่อให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของแอปเพื่อหลอกลวงผู้ใช้

 


หมายเหตุเกี่ยวกับแอปพิเศษ

สรุปนโยบาย Summary

หาก Google Play Protect มีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะยืนยันความปลอดภัยของแอปใหม่ ระบบอาจจัดประเภทแอปเป็น "พบไม่บ่อย" สถานะนี้ไม่ได้หมายความว่าแอปของคุณเป็นอันตราย แต่หมายความว่าแอปต้องได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม โปรดอ่านนโยบายฉบับเต็มเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

นโยบาย ฉบับเต็ม
แอปใหม่และแอปที่พบไม่บ่อยอาจแยกประเภทเป็นแอปพิเศษได้หาก Google Play Protect มีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าแอปปลอดภัย ซึ่งการแยกประเภทเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าแอปเป็นอันตราย แต่ก็ยืนยันไม่ได้เช่นกันว่าแอปนั้นปลอดภัยหากไม่มีการตรวจสอบเพิ่มเติม

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
ระบุข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องในข้อมูลแอป ห้ามซ่อนฟังก์ชันการทำงานหรือใช้โค้ดที่ปรับให้ยากต่อการอ่าน (Obfuscate)
ตรวจสอบว่าโค้ดของแอปสะอาดและมีเอกสารประกอบครบถ้วนสำหรับการตรวจสอบ ห้ามใช้ไลบรารีของบุคคลที่สามที่ไม่ได้รับการยืนยัน

 


หมายเหตุเกี่ยวกับหมวดหมู่ประตูหลัง

สรุปนโยบาย Summary

ประตูหลังคือโค้ดที่ทำให้เกิดพฤติกรรมที่เป็นอันตราย หากใช้การโหลดโค้ดแบบไดนามิกเพื่อดำเนินการที่เป็นอันตราย แอปของคุณจะละเมิดนโยบาย คุณต้องตรวจสอบว่าโค้ดของแอปไม่ได้เปิดใช้ฟังก์ชันการทำงานที่เป็นอันตรายซึ่งซ่อนอยู่ หากพบช่องโหว่ที่ไม่มีเจตนามุ่งร้าย ระบบจะขอให้คุณออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่นั้น โปรดอ่านนโยบายฉบับเต็มเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

นโยบาย ฉบับเต็ม

การแยกประเภทหมวดหมู่มัลแวร์ประตูหลังจะอาศัยวิธีการดำเนินการของโค้ด เงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับการแยกประเภทโค้ดว่าเป็นประตูหลังคือการที่โค้ดทำให้เกิดพฤติกรรมที่จะทำให้โค้ดดังกล่าวเข้าข่ายหมวดหมู่มัลแวร์อื่นๆ หากดำเนินการโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น หากแอปอนุญาตการโหลดโค้ดแบบไดนามิกและโค้ดที่โหลดแบบไดนามิกทำการดึงข้อมูล SMS จะถือว่าโค้ดดังกล่าวเป็นมัลแวร์ประตูหลัง

อย่างไรก็ตาม หากแอปอนุญาตการดำเนินการโค้ดโดยไม่มีกฎเกณฑ์ และเราไม่มีเหตุผลที่ทำให้เชื่อว่าโค้ดนี้เพิ่มเข้ามาเพื่อดำเนินการพฤติกรรมที่เป็นอันตราย เราจะถือว่าแอปนี้มีช่องโหว่แทนที่จะเป็นมัลแวร์ประตูหลัง และจะขอให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์แพตช์แอป

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
ทดสอบโค้ดที่เปิดใช้การดำเนินการแบบไดนามิกอย่างละเอียด ห้ามใช้การโหลดโค้ดแบบไดนามิกเพื่อดำเนินการการกระทำที่เป็นอันตรายและซ่อนไว้
ตรวจสอบว่าโค้ดของแอปไม่มีช่องโหว่ที่อาจถูกนำไปแสวงหาประโยชน์ ไม่อนุญาตให้มีการดำเนินการโค้ดโดยไม่มีกฎเกณฑ์ซึ่งไม่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างรอบคอบ
รีบใช้แพตช์แก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่พบในแอป ห้ามใช้ไลบรารีของบุคคลที่สามที่ยังไม่ผ่านการยืนยันซึ่งอาจเปิดใช้ประตูหลัง

 


ริสก์แวร์

สรุปนโยบาย Summary

ริสก์แวร์คือแอปที่ใช้เทคนิคการหลีกเลี่ยงเพื่อซ่อนฟังก์ชันการทำงานที่เป็นอันตราย โดยจะมาสก์ตนเองเป็นแอปที่ถูกต้องตามกฎหมาย และใช้วิธีการต่างๆ เช่น การปรับให้ยากต่อการอ่าน (Obfuscation) หรือการโหลดโค้ดแบบไดนามิกเพื่อเปิดเผยเนื้อหาที่เป็นอันตรายในภายหลัง คุณต้องดูแลให้แอปมีความโปร่งใสและไม่ใช้เทคนิคดังกล่าวเพื่อหลอกลวงผู้ตรวจสอบหรือผู้ใช้ โปรดอ่านนโยบายฉบับเต็มเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

นโยบาย ฉบับเต็ม

แอปพลิเคชันที่ใช้เทคนิคการหลีกเลี่ยงที่หลากหลายเพื่อให้บริการฟังก์ชันการทำงานปลอมหรือการทำงานที่แตกต่างออกไปของแอปพลิเคชันแก่ผู้ใช้ แอปเหล่านี้แฝงตัวมาในรูปแบบของแอปพลิเคชันหรือเกมที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้ดูไร้พิษภัยในสายตาของ App Store และผู้ใช้ และใช้เทคนิคอย่างเช่นการปรับให้ยากต่อการอ่าน (Obfuscation), การโหลดโค้ดแบบไดนามิก หรือการปิดบังหน้าเว็บจริงเพื่อเปิดเผยเนื้อหาที่อาจเป็นอันตราย

ริสก์แวร์คล้ายคลึงกันกับแอปที่อาจเป็นอันตรายหมวดหมู่อื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรจัน โดยมีความแตกต่างหลักอยู่ในเทคนิคที่ใช้ปรับกิจกรรมที่เป็นอันตรายให้ยากต่อการอ่าน (Obfuscate)

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
ตรวจสอบว่าโค้ดของแอปชัดเจนและตรวจสอบได้ง่าย ห้ามใช้การปรับให้ยากต่อการอ่าน (Obfuscation) หรือการปิดบังเพื่อซ่อนฟังก์ชันการทำงาน
มีความโปร่งใสเกี่ยวกับฟังก์ชันทั้งหมดของแอป ห้ามใช้การโหลดโค้ดแบบไดนามิกเพื่อแสดงเนื้อหาที่เป็นอันตราย
เปิดเผยฟังก์ชันการทำงานทั้งหมดในคำอธิบายแอป ห้ามทำให้ลักษณะการทำงานของแอปแตกต่างกันสำหรับผู้ตรวจสอบและผู้ใช้ทั่วไป

 

Help us improve this policy article by taking a 2-minute survey.

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม

เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
เมนูหลัก
11637516498776085804
true
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
false
true
true
true
true
true
92637
false
false
false
false