ใช้ Play App Signing

เมื่อใช้ Play App Signing ผลที่เกิดขึ้นคือ Google จะจัดการและปกป้องคีย์ Signing ของแอปให้คุณและใช้คีย์ดังกล่าวรับรอง APK ที่เพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการจัดจำหน่ายซึ่งสร้างขึ้นจาก App Bundle ของคุณ Play App Signing จะจัดเก็บคีย์ App Signing ของคุณไว้ในโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยของ Google และมอบตัวเลือกในการอัปเกรดเพื่อยกระดับความปลอดภัย

หากจะใช้ Play App Signing คุณต้องเป็นเจ้าของบัญชีหรือผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เผยแพร่เป็นเวอร์ชันที่ใช้งานจริง ทำการยกเว้นอุปกรณ์ และใช้ Play App Signing รวมถึงต้องยอมรับข้อกำหนดในการให้บริการของ Play App Signing

วิธีการทำงาน

เมื่อใช้ Play App Signing ระบบจะเก็บคีย์ของคุณไว้ในโครงสร้างพื้นฐานที่มีความปลอดภัยเดียวกันกับที่ Google ใช้เก็บคีย์ของตัวเอง และคีย์จะได้รับการปกป้องโดยบริการการจัดการคีย์ของ Google ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของ Google ได้ในสมุดปกขาวเกี่ยวกับความปลอดภัยของ Google Cloud

ในการรับรองแอป Android จะต้องมีคีย์ส่วนตัว โดยแต่ละคีย์จะมีใบรับรองสาธารณะเชื่อมโยงอยู่เพื่อให้อุปกรณ์และบริการต่างๆ ใช้ยืนยันว่าอัปเดตของแอปนั้นมาจากแหล่งเดียวกันและน่าเชื่อถือ อุปกรณ์ต่างๆ จะยอมรับอัปเดตเฉพาะเมื่อลายเซ็นของอัปเดตนั้นตรงกับลายเซ็นของแอปที่ติดตั้งอยู่ การอนุญาตให้ Google จัดการคีย์ App Signing ของคุณจะทำให้ขั้นตอนนี้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

หมายเหตุ: สำหรับแอปที่สร้างขึ้นก่อนเดือนสิงหาคม 2021 คุณจะยังคงอัปโหลด APK และจัดการคีย์ของตนเองได้ แทนที่จะใช้ Play App Signing และเผยแพร่ด้วย Android App Bundle อย่างไรก็ตาม หากคีย์สโตร์ของคุณสูญหายหรือถูกแฮ็ก คุณจะอัปเดตแอปไม่ได้ถ้าไม่เผยแพร่แอปใหม่พร้อมด้วยชื่อแพ็กเกจใหม่ สำหรับแอปเหล่านี้ Play แนะนําให้ใช้ Play App Signing และเปลี่ยนไปใช้ App Bundle

คำอธิบายของคีย์ อาร์ติแฟกต์ และเครื่องมือต่างๆ
คำศัพท์ คำอธิบาย
คีย์ App Signing

คีย์ที่ Google Play ใช้รับรอง APK ที่ส่งไปยังอุปกรณ์ของผู้ใช้ เมื่อใช้ Play App Signing คุณจะอัปโหลดคีย์ App Signing ที่มีอยู่ หรือให้ Google สร้างคีย์ให้คุณก็ได้

โปรดเก็บคีย์ App Signing ไว้เป็นความลับ แต่คุณจะแชร์ใบรับรองสาธารณะของแอปกับผู้อื่นได้

คีย์การอัปโหลด

คีย์ที่คุณใช้รับรอง App Bundle ก่อนที่จะอัปโหลดไปยัง Google Play โปรดเก็บคีย์การอัปโหลดไว้เป็นความลับ แต่คุณจะแชร์ใบรับรองสาธารณะของแอปกับผู้อื่นได้ คีย์ App Signing และคีย์การอัปโหลดควรจะแตกต่างกันเพื่อความปลอดภัย

การสร้างคีย์การอัปโหลดมี 2 วิธีดังนี้

  • ใช้คีย์ App Signing: หากคุณให้ Google สร้างคีย์ App Signing คีย์ที่คุณใช้สำหรับแอปรุ่นแรกจะเป็นคีย์การอัปโหลดด้วย
  • ใช้คีย์การอัปโหลดแยกต่างหาก: หากคุณระบุคีย์ App Signing ของคุณเอง คุณจะเห็นตัวเลือกให้สร้างคีย์การอัปโหลดใหม่เพื่อให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น หากคุณไม่สร้างคีย์ใหม่ ให้ใช้คีย์ App Signing เป็นคีย์การอัปโหลดเพื่อใช้รับรองแอปรุ่นต่างๆ
ใบรับรอง (.der หรือ .pem)

ใบรับรองจะมีคีย์สาธารณะและข้อมูลเพิ่มเติมที่ระบุตัวตนของผู้ที่เป็นเจ้าของคีย์ ใบรับรองคีย์สาธารณะจะยอมให้ใครก็ได้ยืนยันผู้ที่รับรอง App Bundle หรือ APK โดยคุณจะแชร์ใบรับรองดังกล่าวกับทุกคนได้เพราะไม่มีคีย์ส่วนตัวของคุณอยู่ในนั้น

หากต้องการลงทะเบียนคีย์กับผู้ให้บริการ API คุณสามารถดาวน์โหลดใบรับรองสาธารณะสำหรับคีย์ App Signing และคีย์การอัปโหลดได้จากหน้า Play App Signing (รุ่น > การตั้งค่า > ความสมบูรณ์ของแอป) ใน Play Console คุณแชร์ใบรับรองคีย์สาธารณะกับใครก็ได้ เพราะไม่มีคีย์ส่วนตัวของคุณอยู่ในนั้น

ลายนิ้วมือของใบรับรอง

สิ่งที่ใช้แสดงแทนใบรับรองซึ่งเป็นชุดอักขระสั้นๆ และไม่ซ้ำ ผู้ให้บริการ API มักจะขอสิ่งที่ใช้แสดงแทนนี้พร้อมด้วยชื่อแพ็กเกจเพื่อลงทะเบียนแอปพลิเคชันที่จะใช้บริการของตน

ลายนิ้วมือ MD5, SHA-1 และ SHA-256 ของใบรับรองการอัปโหลดและ App Signing มีอยู่ในหน้า Play App Signing (รุ่น > การตั้งค่า > ความสมบูรณ์ของแอป) ใน Play Console ส่วนลายนิ้วมืออื่นๆ ก็คำนวณได้ด้วยการดาวน์โหลดใบรับรองเดิม (.der) จากหน้าเดียวกัน

Java Keystore (.jks หรือ .keystore) ที่เก็บใบรับรองความปลอดภัยและคีย์ส่วนตัว
เครื่องมือ Play Encrypt Private Key (PEPK)

เครื่องมือสำหรับส่งออกคีย์ส่วนตัวจาก Java Keystore และเข้ารหัสเพื่อโอนไปยัง Google Play

เมื่อคุณให้คีย์ App Signing แก่ Google เพื่อนำไปใช้ โปรดเลือกตัวเลือกให้ส่งออกและอัปโหลดคีย์ (และใบรับรองสาธารณะของคีย์นั้นด้วย หากจำเป็น) และทำตามวิธีการเพื่อดาวน์โหลดและใช้เครื่องมือ คุณจะดาวน์โหลด ตรวจสอบ และใช้โค้ดโอเพนซอร์สของเครื่องมือ PEPK ก็ได้หากต้องการ

ขั้นตอนการทำ App Signing

ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนการทำ App Signing

  1. ลงนาม App Bundle และอัปโหลดลงใน Play Console
  2. Google สร้าง APK ที่มีการเพิ่มประสิทธิภาพจาก App Bundle ของคุณและรับรองโดยใช้คีย์ App Signing
  3. Google ใช้ apksigner เพื่อเพิ่มข้อมูลเมตา 2 รายการลงในไฟล์ Manifest ของแอป (com.android.stamp.source และ com.android.stamp.type) จากนั้นจึงรับรอง APK ด้วยคีย์ App Signing ข้อมูลเมตาที่เพิ่มโดย Apksigner จะช่วยให้ติดตามได้ว่าใครเป็นผู้รับรอง APK
  4. Google นำส่ง APK ที่รับรองแล้วแก่ผู้ใช้

ตั้งค่าและจัดการ Play App Signing

หากแอปยังไม่ได้ใช้ Play App Signing โปรดทำตามวิธีการด้านล่าง

ขั้นตอนที่ 1: สร้างคีย์การอัปโหลด

  1. สร้างคีย์การอัปโหลดโดยทำตามวิธีการ
  2. รับรอง App Bundle ด้วยคีย์การอัปโหลด

ขั้นตอนที่ 2: เตรียมรุ่นให้พร้อม

  1. ทำตามวิธีการเพื่อเตรียมพร้อมและเปิดตัวรุ่น
  2. หลังจากเลือกแทร็กที่เผยแพร่ ส่วน "ความสมบูรณ์ของแอป" จะแสดงสถานะของ Play App Signing สำหรับแอปของคุณ
  3. หากต้องการใช้คีย์ App Signing ที่ Google สร้างขึ้น ให้อัปโหลด App Bundle หรือเลือกเปลี่ยนคีย์ App Signing เพื่อเข้าถึงตัวเลือกต่อไปนี้
    • ใช้คีย์ App Signing ที่ Google สร้าง: แอปใหม่มากกว่า 90% ใช้คีย์ App Signing ที่ Google สร้างขึ้น การใช้คีย์ที่ Google สร้างขึ้นจะช่วยป้องกันไม่ให้คีย์สูญหายหรือถูกขโมย (คีย์จะดาวน์โหลดไม่ได้) หากเลือกตัวเลือกนี้ คุณจะดาวน์โหลด APK การจัดจำหน่ายได้จาก App Bundle Explorer ที่รับรองด้วยคีย์ที่ Google สร้างขึ้นสำหรับช่องการจัดจำหน่ายอื่นๆ หรือใช้คีย์อื่น
    • ใช้คีย์ App Signing อื่น: การเลือกคีย์ App Signing ช่วยให้คุณใช้คีย์เดียวกับอีกแอปหนึ่งในบัญชีนักพัฒนาแอป หรือเก็บสําเนาของคีย์ App Signing ไว้ในเครื่องเพื่อการใช้งานที่ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นได้ เช่น คุณอาจมีคีย์อยู่แล้วเนื่องจากมีการติดตั้งแอปของคุณไว้ล่วงหน้าในอุปกรณ์บางเครื่อง การเก็บสำเนาคีย์นอกเซิร์ฟเวอร์ของ Google จะเพิ่มความเสี่ยงหากสำเนาในเครื่องถูกขโมยไป คุณมีตัวเลือกในการใช้คีย์อื่นดังต่อไปนี้
      • ใช้คีย์ App Signing เดียวกันกับอีกแอปหนึ่งในบัญชีนักพัฒนาแอปนี้
      • ส่งออกและอัปโหลดคีย์จาก Java Keystore
      • ส่งออกและอัปโหลดคีย์ (ไม่ใช้ Java Keystore)
      • เลือกไม่ใช้ Play App Signing (คุณควรเลือกตัวเลือกนี้เฉพาะในกรณีที่มีแผนอัปเกรดคีย์ App Signing เพื่อลงทะเบียนใน Play App Signing)
  4. ทำตามวิธีการที่เหลือเพื่อเตรียมพร้อมและเปิดตัวรุ่น

หมายเหตุ: คุณต้องยอมรับข้อกำหนดในการให้บริการและเลือกใช้ App Signing เพื่อดำเนินการต่อ

ขั้นตอนที่ 3: ลงทะเบียนคีย์ App Signing กับผู้ให้บริการ API

หากแอปใช้ API คุณจะต้องลงทะเบียนคีย์ App Signing กับ API เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการตรวจสอบสิทธิ์โดยใช้ลายนิ้วมือของใบรับรอง คุณดูใบรับรองได้โดยทำดังนี้

  1. เปิด Play Console แล้วไปที่หน้า Play App Signing (รุ่น > การตั้งค่า > ความสมบูรณ์ของแอป)
  2. เลื่อนไปที่ส่วน "ใบรับรองคีย์ App Signing" แล้วคัดลอกลายนิ้วมือ (MD5, SHA-1 และ SHA-256) ของใบรับรอง App Signing
    • หากผู้ให้บริการ API ต้องการลายนิ้วมือประเภทอื่น คุณจะดาวน์โหลดใบรับรองต้นฉบับในรูปแบบ .der และแปลงใบรับรองโดยใช้เครื่องมือเปลี่ยนรูปแบบที่ผู้ให้บริการ API กำหนดให้ใช้ได้ด้วย
ข้อกำหนดของคีย์ App Signing

เมื่อคุณใช้คีย์ที่ Google สร้างขึ้น Google จะสร้างคีย์ RSA ที่มีการเข้ารหัสที่รัดกุมโดยอัตโนมัติ ซึ่งก็คือ 4,096 บิต หากคุณเลือกอัปโหลดคีย์ App Signing ของคุณเอง คีย์ดังกล่าวต้องเป็นคีย์ RSA ที่มีขนาด 2,048 บิตขึ้นไป

วิธีการสำหรับแอปที่สร้างก่อนเดือนสิงหาคม 2021

ขั้นตอนที่ 1: กำหนดค่า Play App Signing

  1. เปิด Play Console แล้วไปที่หน้า Play App Signing (รุ่น > การตั้งค่า > ความสมบูรณ์ของแอป)
  2. หากยังไม่ได้อ่าน โปรดอ่านข้อกำหนดในการให้บริการของ Play App Signing และเลือกยอมรับ

ขั้นตอนที่ 2: ส่งสำเนาของคีย์เดิมไปยัง Google และสร้างคีย์การอัปโหลด

  1. หาคีย์ App Signing เดิมของคุณ
  2. เปิด Play Console แล้วไปที่หน้า Play App Signing (รุ่น > การตั้งค่า > ความสมบูรณ์ของแอป)
  3. เลือกตัวเลือกการส่งออกและการอัปโหลดที่เหมาะกับขั้นตอนการเปิดตัวของคุณมากที่สุด แล้วอัปโหลดคีย์ App Signing ที่มีอยู่

ขั้นตอนที่ 3: สร้างคีย์การอัปโหลด (ไม่บังคับ แต่แนะนำ)

  1. สร้างคีย์การอัปโหลดและอัปโหลดใบรับรองไปยัง Google Play
    • คุณจะใช้คีย์ App Signing เป็นคีย์การอัปโหลดต่อไปได้ด้วย
  2. คัดลอกลายนิ้วมือ (MD5, SHA-1 และ SHA-256) ของใบรับรอง App Signing
    • สำหรับการทดสอบ คุณอาจต้องลงทะเบียนใบรับรองของคีย์การอัปโหลดกับผู้ให้บริการ API โดยใช้ลายนิ้วมือของใบรับรองและคีย์ App Signing

ขั้นตอนที่ 4: รับรองการอัปเดตแอปครั้งถัดไปด้วยคีย์การอัปโหลด

เมื่อเปิดตัวอัปเดตของแอป คุณจะต้องรับรองอัปเดตด้วยคีย์การอัปโหลด

  • หากคุณไม่ได้สร้างคีย์การอัปโหลดใหม่ ให้ใช้คีย์ App Signing เดิมต่อไปเพื่อรับรอง App Bundle ต่างๆ ก่อนที่จะอัปโหลดรุ่นไปยัง Google Play ในกรณีที่คีย์ App Signing เดิมสูญหาย ให้สร้างคีย์การอัปโหลดใหม่และลงทะเบียนคีย์กับ Google เพื่ออัปเดตแอปต่อไป
  • หากคุณสร้างคีย์การอัปโหลดใหม่ ให้ใช้คีย์การอัปโหลดใหม่เพื่อรับรอง App Bundle ต่างๆ ก่อนที่จะอัปโหลดรุ่นไปยัง Google Play Google จะใช้คีย์การอัปโหลดเพื่อยืนยันตัวตนของคุณ ในกรณีที่คีย์การอัปโหลดสูญหาย คุณติดต่อทีมสนับสนุนเพื่อรีเซ็ตคีย์ได้
อัปเกรดคีย์ App Signing เพื่อลงทะเบียน Play App Signing

คุณอาจต้องอัปเกรดคีย์หากไม่สามารถแชร์คีย์ที่มีอยู่ ก่อนเลือกที่จะอัปเกรดคีย์ App Signing เพื่อลงทะเบียน โปรดทราบว่า

  • ตัวเลือกนี้กำหนดให้มีรุ่นคู่
  • คุณจะต้องอัปโหลด App Bundle และ APK ที่รับรองด้วยคีย์เดิมของคุณในทุกรุ่น Google Play จะใช้ App Bundle เพื่อสร้าง APK ที่รับรองด้วยคีย์ใหม่สำหรับอุปกรณ์ใน Android R* (API ระดับ 30) ขึ้นไป APK เดิมของคุณจะใช้สำหรับ Android รุ่นที่เก่ากว่า (ไม่เกิน API ระดับ 29)

*หากแอปใช้ sharedUserId ขอแนะนำให้ใช้การอัปเกรดคีย์สำหรับการติดตั้งและการอัปเดตในอุปกรณ์ที่ใช้ Android T (API ระดับ 33) ขึ้นไป ในการกำหนดค่า โปรดตั้งค่าเวอร์ชัน SDK ขั้นต่ำที่ถูกต้องในการกำหนดค่า Bundle

ขั้นตอนที่ 1: อัปโหลดคีย์ใหม่ แล้วสร้างและอัปโหลดหลักฐานแสดงการหมุนเวียนคีย์

คุณต้องอัปโหลดคีย์ Signing ใหม่จากที่เก็บ แล้วสร้างและอัปโหลดหลักฐานแสดงการหมุนเวียนคีย์เพื่อให้อุปกรณ์ Android เชื่อถือคีย์ใหม่ โดยทำดังนี้

  1. เปิด Play Console แล้วไปที่หน้า Play App Signing (รุ่น > การตั้งค่า > ความสมบูรณ์ของแอป)
  2. เลือกแท็บ App Signing
  3. คลิกแสดงตัวเลือกขั้นสูง แล้วเลือกใช้คีย์ App Signing ใหม่ (ต้องใช้รุ่นคู่อย่างต่อเนื่อง)
  4. เลือกใช้คีย์ App Signing เดียวกันกับอีกแอปหนึ่งในบัญชีนักพัฒนาแอป หรืออัปโหลดคีย์ App Signing ใหม่จาก Android Studio, Java KeyStore หรือที่เก็บอื่น
  5. ทำตามวิธีการบนหน้าจอเพื่อดาวน์โหลดและเรียกใช้เครื่องมือ PEPK
  6. เมื่อไฟล์ ZIP พร้อมแล้ว ให้คลิกอัปโหลดไฟล์ ZIP ที่สร้างขึ้น แล้วอัปโหลดไฟล์ดังกล่าวไปยัง Play Console
  7. ข้าง "5. ทำให้อุปกรณ์ Android เชื่อถือคีย์ใหม่ด้วยการอัปโหลดหลักฐานแสดงการหมุนเวียนคีย์" ให้คลิกแสดงวิธีการ
  8. ดาวน์โหลด APKSigner และสร้างหลักฐานแสดงการหมุนเวียนคีย์โดยเรียกใช้คำสั่งนี้
    • $ apksigner rotate --out /path/to/new/file --old-signer --ks old-signer-jks --set-rollback ture --new-signer --ks new-signer-jks --set-rollback true
  9. คลิกอัปโหลดไฟล์หลักฐานแสดงการหมุนเวียนคีย์ที่สร้างขึ้น แล้วอัปโหลดหลักฐานแสดงการหมุนเวียนคีย์ที่สร้างขึ้นในขั้นตอนที่ 8
  10. คลิกบันทึก

สร้างคีย์การอัปโหลดและอัปเดตคีย์สโตร์

ขอแนะนำให้รับรองแอปด้วยคีย์การอัปโหลดใหม่แทนที่จะใช้คีย์ App Signing เพื่อให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

คุณสร้างคีย์การอัปโหลดได้เมื่อเลือกใช้ Play App Signing หรือจะสร้างคีย์การอัปโหลดในภายหลังก็ได้โดยไปที่หน้า Play App Signing (รุ่น > การตั้งค่า > ความสมบูรณ์ของแอป)

วิธีสร้างคีย์การอัปโหลด

  1. ทำตามวิธีการในเว็บไซต์ของนักพัฒนาแอป Android เก็บคีย์นี้ไว้ในที่ปลอดภัย
  2. ส่งออกใบรับรองของคีย์การอัปโหลดเป็นรูปแบบ PEM โดยแทนที่อาร์กิวเมนต์ที่ขีดเส้นใต้ต่อไปนี้
    • $ keytool -export -rfc -keystore upload-keystore.jks -alias upload -file upload_certificate.pem
  3. เมื่อได้รับแจ้งในระหว่างขั้นตอนการเปิดตัวรุ่น ให้อัปโหลดใบรับรองเพื่อลงทะเบียนกับ Google

เมื่อคุณใช้คีย์การอัปโหลด

  • คีย์การอัปโหลดจะลงทะเบียนกับ Google เท่านั้นเพื่อใช้ยืนยันตัวตนของผู้สร้างแอป
  • ระบบจะนำลายเซ็นของคุณออกจาก APK ทั้งหมดที่อัปโหลดไว้ก่อนที่จะส่งไปยังผู้ใช้
ข้อกำหนดของคีย์การอัปโหลด
  • ต้องเป็นคีย์ RSA ที่เป็นแบบ 2,048 บิตขึ้นไป
อัปเดตคีย์สโตร์

หลังจากสร้างคีย์การอัปโหลด คุณอาจต้องการตรวจสอบและอัปเดตในที่ต่างๆ ต่อไปนี้

  • คอมพิวเตอร์ใน LAN
  • เซิร์ฟเวอร์ภายในที่ล็อก (ACL ที่แตกต่างกัน)
  • เครื่องในระบบคลาวด์ (ACL ที่แตกต่างกัน)
  • บริการเฉพาะสำหรับการจัดการความลับ
  • ที่เก็บ (Git)

อัปเกรดคีย์ App Signing

ส่วนนี้มีวิธีการเกี่ยวกับการอัปเกรดคีย์ App Signing หากคีย์การอัปโหลดหาย คุณไม่จำเป็นต้องขอการอัปเกรดคีย์ แต่ให้ดูวิธีการแก้ปัญหาที่ส่วนหากคีย์การอัปโหลดหายหรือถูกแฮ็กที่ด้านล่างของหน้านี้แทน

ในบางสถานการณ์ คุณจะขอการอัปเกรดคีย์ App Signing ได้

สาเหตุสำหรับการขอการอัปเกรดคีย์ App Signing มีอยู่ 2 ข้อดังนี้

  • คุณต้องการคีย์ที่มีการเข้ารหัสที่รัดกุมกว่า
  • คีย์ App Signing ของคุณถูกแฮ็ก

ก่อนขอการอัปเกรดคีย์ใน Play Console ให้อ่านส่วนสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนขอการอัปเกรดคีย์ที่ด้านล่าง จากนั้นคุณสามารถขยายส่วนอื่นๆ ด้านล่างเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอการอัปเกรดคีย์

หมายเหตุ: การขอการอัปเกรดคีย์ App Signing ใน Play Console สำหรับการติดตั้งใหม่นั้นไม่เกี่ยวข้องกับการหมุนเวียนคีย์ซึ่งเปิดตัวไปใน APK signature scheme v3 สำหรับ Android P ขึ้นไป 

สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนขอการอัปเกรดคีย์

ก่อนขอการอัปเกรดคีย์ โปรดทราบถึงสิ่งที่คุณอาจต้องเปลี่ยนแปลงหลังจากที่อัปเกรดคีย์เรียบร้อยแล้ว

  • หากคุณใช้คีย์ App Signing เดียวกันสำหรับแอปหลายแอปเพื่อแชร์ข้อมูล/โค้ดระหว่างแอป คุณจะต้องอัปเดตแอปเหล่านั้นเพื่อให้แอปรู้จักใบรับรองคีย์ App Signing ทั้งอันใหม่และอันเดิม
  • หากแอปใช้ API อย่าลืมลงทะเบียนใบรับรองสำหรับคีย์ App Signing ทั้งอันใหม่และอันเดิมกับผู้ให้บริการ API ก่อนเผยแพร่อัปเดตเพื่อให้มั่นใจว่า API จะทำงานต่อได้ โดยใบรับรองจะอยู่ในหน้า Play App Signing (รุ่น > การตั้งค่า > ความสมบูรณ์ของแอป) ใน Play Console  
  • หากมีผู้ใช้ติดตั้งอัปเดตผ่านการแชร์แบบเพียร์ทูเพียร์ ผู้ใช้เหล่านั้นก็จะมีสิทธิ์ติดตั้งเพียงอัปเดตที่รับรองด้วยคีย์เดียวกับเวอร์ชันของแอปซึ่งติดตั้งไว้อยู่แล้ว หากผู้ใช้อัปเดตแอปไม่ได้เพราะมีแอปเวอร์ชันที่รับรองด้วยคีย์อื่น ผู้ใช้จะมีตัวเลือกในการถอนการติดตั้งและติดตั้งแอปอีกครั้งเพื่อรับการอัปเดต
ขอการอัปเกรดคีย์สำหรับการติดตั้งทั้งหมดใน Android T (API ระดับ 33) ขึ้นไป (แนะนำ)

แอปแต่ละแอปจะอัปเกรดคีย์ App Signing ของการติดตั้งทั้งหมดใน Android T (API ระดับ 33) ได้เพียงครั้งเดียวในแต่ละปี

หากคุณขอการอัปเกรดคีย์นี้สำเร็จ ระบบจะใช้คีย์ใหม่เพื่อรับรองการติดตั้งและการอัปเดตแอปทั้งหมดใน Android T (API ระดับ 33) ขึ้นไป และจะยังใช้คีย์ App Signing เดิมในการรับรองการติดตั้งและการอัปเดตสำหรับผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชันก่อนหน้านี้

  1. เปิด Play Console แล้วไปที่หน้า Play App Signing (รุ่น > การตั้งค่า > ความสมบูรณ์ของแอป)
  2. ในการ์ด "อัปเกรดคีย์ App Signing" ให้เลือกขอการอัปเกรดคีย์
  3. เลือกตัวเลือกเพื่ออัปเกรดคีย์ App Signing ของการติดตั้งทั้งหมดใน Android T ขึ้นไป
  4. ให้ Google สร้างคีย์ App Signing ใหม่ (แนะนำ) หรืออัปโหลดคีย์
    • หลังจากที่อัปเกรดคีย์ App Signing แล้ว หากก่อนหน้านี้คุณใช้คีย์เดียวกันสำหรับ App Signing และคีย์การอัปโหลด คุณจะใช้คีย์ App Signing เดิมเป็นคีย์การอัปโหลดต่อไปหรือสร้างคีย์การอัปโหลดใหม่ก็ได้
  5. เลือกเหตุผลที่จะขอการอัปเกรดคีย์ App Signing
  6. หากจำเป็น ให้ลงทะเบียนคีย์ App Signing ใหม่กับผู้ให้บริการ API
ขอการอัปเกรดคีย์สำหรับการติดตั้งใหม่ (ไม่เหมาะสำหรับบางแอป)
การขออัปเกรดคีย์สำหรับการติดตั้งใหม่ไม่เหมาะสำหรับบางแอป แต่จะแนะนำให้ขอการอัปเกรดคีย์สำหรับการติดตั้งทั้งหมดใน Android T ขึ้นไปเพื่อให้จัดการคีย์ได้โดยง่าย

โดยแต่ละแอปจะอัปเกรดคีย์ App Signing สำหรับการติดตั้งใหม่ได้เพียงครั้งเดียวตลอดอายุการใช้งาน หลังจากนั้นจะอัปเกรดคีย์ App Signing สำหรับการติดตั้งทั้งหมดได้ปีละครั้ง หากคุณมีแอปหลายแอปที่ใช้คีย์การรับรองเดียวกันเพื่อเรียกใช้ในกระบวนการเดียวกันโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นกรณีที่พบไม่บ่อยนัก คุณจะใช้การอัปเกรดคีย์กับแอปเหล่านั้นไม่ได้

หากคุณขอการอัปเกรดคีย์นี้สำเร็จ ระบบจะใช้คีย์ใหม่เพื่อรับรองการติดตั้งใหม่และการอัปเดตแอป และจะยังใช้คีย์ App Signing เดิมในการรับรองการอัปเดตสำหรับผู้ใช้ที่ติดตั้งแอปก่อนการอัปเกรดคีย์ดังกล่าว

  1. เปิด Play Console แล้วไปที่หน้า Play App Signing (รุ่น > การตั้งค่า > ความสมบูรณ์ของแอป)
  2. ในการ์ด "อัปเกรดคีย์ App Signing" ให้เลือกขอการอัปเกรดคีย์
  3. เลือกตัวเลือกเพื่ออัปเกรดคีย์ App Signing ของการติดตั้งใหม่ทั้งหมด 
  4. ให้ Google สร้างคีย์ App Signing ใหม่ (แนะนำ) หรืออัปโหลดคีย์
    • หลังจากที่อัปเกรดคีย์ App Signing แล้ว หากก่อนหน้านี้คุณใช้คีย์เดียวกันสำหรับ App Signing และคีย์การอัปโหลด คุณจะใช้คีย์ App Signing เดิมเป็นคีย์การอัปโหลดต่อไปหรือสร้างคีย์การอัปโหลดใหม่ก็ได้
  5. เลือกเหตุผลที่จะขอการอัปเกรดคีย์ App Signing
  6. หากจำเป็น ให้ลงทะเบียนคีย์ App Signing ใหม่กับผู้ให้บริการ API

แนวทางปฏิบัติแนะนำ

  • หากคุณเผยแพร่แอปนอก Google Play ด้วย หรือวางแผนที่จะทำในภายหลังและต้องการใช้คีย์ App Signing เดียวกัน คุณมี 2 ตัวเลือก ได้แก่ 
    • ให้ Google สร้างคีย์ (แนะนำ) แล้วดาวน์โหลด APK สากลที่รับรองแล้วจาก App Bundle Explorer เพื่อเผยแพร่นอก Google Play
    • หรือคุณอาจสร้างคีย์ App Signing ที่ต้องการใช้สำหรับ App Store ทั้งหมด แล้วโอนสำเนาคีย์ไปยัง Google เมื่อคุณกำหนดค่า Play App Signing
  • หากต้องการปกป้องบัญชี ให้เปิดการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนสำหรับบัญชีที่มีสิทธิ์เข้าถึง Play Console
  • หลังจากที่เผยแพร่ App Bundle ไปยังแทร็กที่เผยแพร่แล้ว คุณไปที่ App Bundle Explorer เพื่อเข้าถึง APK ที่ติดตั้งได้ซึ่ง Google สร้างขึ้นจาก App Bundle คุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้
    • คัดลอกและแชร์ลิงก์การแชร์แอปภายในที่ให้คุณทดสอบได้จากการแตะเพียง 1 ครั้งว่า Google Play จะติดตั้งอะไรจาก App Bundle ในอุปกรณ์ต่างๆ
    • ดาวน์โหลด APK สากลที่รับรองแล้ว APK เดี่ยวนี้รับรองด้วยคีย์ App Signing ที่ Google เก็บไว้และจะติดตั้งได้ในอุปกรณ์ทุกเครื่องที่แอปของคุณรองรับ
    • ดาวน์โหลดไฟล์ ZIP ที่มี APK ทั้งหมดสำหรับอุปกรณ์หนึ่งๆ โดยเฉพาะได้ APK เหล่านี้รับรองแล้วด้วยคีย์ App Signing ที่ Google เก็บไว้ และคุณติดตั้ง APK ในไฟล์ ZIP ในอุปกรณ์โดยใช้คำสั่ง adb install-multiple *.apk
  • เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ให้สร้างคีย์การอัปโหลดใหม่ที่ต่างจากคีย์ App Signing
  • หากคุณใช้ Google API คุณอาจต้องลงทะเบียนคีย์การอัปโหลดและใบรับรองคีย์ App Signing ใน Google Cloud Console สำหรับแอป
  • หากคุณใช้ Android App Link โปรดอย่าลืมอัปเดตคีย์ในไฟล์ JSON ของลิงก์เนื้อหาดิจิทัล (Digital Asset Links) ที่เกี่ยวข้องในเว็บไซต์

หากคีย์การอัปโหลดหายหรือถูกแฮ็ก

ในกรณีที่คีย์การอัปโหลดส่วนตัวสูญหายหรือถูกแฮ็ก คุณสามารถสร้างคีย์ใหม่ได้ จากนั้นเจ้าของบัญชีนักพัฒนาแอปสามารถเริ่มการรีเซ็ตคีย์ใน Play Console

หลังจากที่ทีมสนับสนุนลงทะเบียนคีย์การอัปโหลดใหม่แล้ว เจ้าของบัญชีและผู้ดูแลระบบส่วนกลางจะได้รับข้อความในกล่องจดหมายและอีเมลที่มีข้อมูลเพิ่มเติม จากนั้นคุณจะอัปเดตคีย์สโตร์และลงทะเบียนคีย์กับผู้ให้บริการ API ได้

เจ้าของบัญชียังยกเลิกคำขอรีเซ็ตใน Play Console ได้ด้วย

สำคัญ: การรีเซ็ตคีย์การอัปโหลดจะไม่ส่งผลต่อคีย์ App Signing ที่ Google Play ใช้ในการรับรอง APK อีกครั้งก่อนที่จะนำส่งผู้ใช้

APK Signature Scheme v4

อุปกรณ์ที่ใช้ Android 11 ขึ้นไปรองรับ APK Signature Scheme v4 แบบใหม่ Play App Signing จะทยอยเปิดตัวการรับรองเวอร์ชัน 4 ในบางแอป เพื่อให้แอปสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ด้านประสิทธิภาพที่กำลังจะมาถึงในอุปกรณ์รุ่นใหม่กว่า นักพัฒนาแอปไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ และคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้

 

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว

ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
แอป Google
เมนูหลัก
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
true
true
true
true
92637