สร้างการสมัครใช้บริการ

โปรดอ่านนโยบายด้านการสมัครใช้บริการฉบับปรับปรุงของเราในศูนย์นโยบายสำหรับนักพัฒนาแอปเพื่อให้แน่ใจว่าแอปเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงล่าสุด

คุณนำเสนอไอเทมที่ซื้อในแอปซึ่งจะเรียกเก็บเงินค่าเนื้อหาหรือบริการเป็นประจำจากผู้ใช้ หรือที่เรียกว่าการสมัครใช้บริการได้โดยใช้ Google Play Billing การสมัครใช้บริการดังกล่าวครอบคลุมรายการต่างๆ เช่น คอลเล็กชันแอป เกม หรือเนื้อหาอื่นๆ ซึ่งมีค่าธรรมเนียมที่เกิดซ้ำภายในแอปบน Google Play

คุณเสนอการสมัครใช้บริการได้หลายแบบภายในแอปเดียวกัน โดยราคาในการสมัครใช้บริการต้องอยู่ภายในช่วงราคาที่ยอมรับ การสมัครใช้บริการเป็นแบบไม่เผยแพร่ไม่ได้

สำคัญ: นโยบายโปรแกรมสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Google Play และค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมจะมีผลกับไอเทมที่ซื้อในแอป รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีการจัดการและการสมัครใช้บริการด้วย

ความพร้อมใช้งาน

คุณใช้ Google Play Billing ได้หากอยู่ในประเทศที่รองรับการลงทะเบียนผู้ขาย

หากคุณอยู่ในประเทศที่รองรับและต้องการเริ่มใช้ฟีเจอร์ของ Google Play Billing ในแอปของคุณ ให้ตั้งค่าโปรไฟล์การชำระเงินและอ่านเอกสารประกอบของ Google Play Billing API

หลังจากที่สร้างการสมัครใช้บริการแล้ว ผู้ใช้ที่ใช้งาน Google Play Store เวอร์ชันล่าสุดจะใช้บริการดังกล่าวได้

การสมัครใช้บริการและระยะทดลองใช้ฟรี

  • รายสัปดาห์: การสมัครใช้บริการรายสัปดาห์จะใช้การเรียกเก็บเงินผ่านผู้ให้บริการโดยตรงไม่ได้
  • 1 เดือน
  • 3 เดือน
  • 6 เดือน
  • รายปี

เพิ่มการสมัครใช้บริการลงในแอป

การเพิ่มการสมัครใช้บริการจะคล้ายกับการเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการจัดการ ยกเว้นแต่ราคาซึ่งจะตั้งไว้สำหรับระยะเวลาช่วงหนึ่ง

โปรดวางแผนรหัสผลิตภัณฑ์อย่างรอบคอบก่อนที่จะสร้างการสมัครใช้บริการ รหัสผลิตภัณฑ์ในแอปของคุณจะต้องไม่ซ้ำกัน และหลังจากที่สร้างขึ้นแล้วจะเปลี่ยนแปลงหรือนำมาใช้ใหม่ไม่ได้

  • รหัสผลิตภัณฑ์ต้องขึ้นต้นด้วยอักษรตัวพิมพ์เล็กหรือตัวเลขและประกอบด้วยตัวอักษรพิมพ์เล็ก (a-z), ตัวเลข (0-9), เครื่องหมายขีดล่าง (_) และเครื่องหมายจุด (.) เท่านั้น
  • หมายเหตุ: รหัสผลิตภัณฑ์ android.test และรหัสผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ขึ้นต้นด้วย android.test จะไม่พร้อมใช้งาน

ก่อนเพิ่มการสมัครใช้บริการ โปรดอ่านนโยบายการสมัครใช้บริการของเรา

วิธีเพิ่มการสมัครใช้บริการ

  1. ลงชื่อเข้าใช้ Play Console
  2. คลิกแอปพลิเคชันทั้งหมด แอปพลิเคชันทั้งหมด
  3. เลือกแอป
  4. ที่เมนูด้านซ้าย ให้คลิกการแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store > ไอเทมที่ซื้อในแอป > การสมัครใช้บริการ
  5. คลิกสร้างการสมัครใช้บริการ
  6. ป้อนรายละเอียดผลิตภัณฑ์
    • ชื่อ: ชื่อย่อของไอเทม (ไม่เกิน 55 อักขระ แต่เราขอแนะนำให้จำกัดเพียง 25 อักขระเพื่อให้แสดงได้อย่างเหมาะสมในทุกบริบท) เช่น "ยานอนหลับ"
    • คำอธิบาย: คำอธิบายแบบยาวของไอเทม (ไม่เกิน 80 อักขระ) เช่น "ทำให้สัตว์หลับได้ทันที"
    • สิทธิประโยชน์: ระบุสิทธิประโยชน์สูงสุด 4 รายการ ซึ่งแต่ละรายการอธิบายฟีเจอร์ของการสมัครใช้บริการ (สูงสุด 40 อักขระต่อรายการ)
      • สิทธิประโยชน์ควรไฮไลต์ฟีเจอร์เพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้นว่าการสมัครใช้บริการของคุณเสนออะไรบ้าง เช่น "แคตตาล็อกรายการทีวีและภาพยนตร์ทั้งหมด" 
      • เนื่องจากผู้ใช้บางคนจะไม่มีสิทธิ์รับราคาโปรโมชันหรือช่วงทดลองใช้ฟรี สิทธิประโยชน์จึงไม่ควรพูดถึงช่วงทดลองใช้ฟรีหรือราคา เช่น ไม่อนุญาตให้ระบุว่า "ทดลองใช้ฟรี 7 วัน"
    • ราคา: ใส่ราคาในสกุลเงินท้องถิ่นของคุณ
  7. เลือกใช้งานหรือไม่ใช้งาน ซึ่งอยู่ถัดจาก "สถานะ"
  8. ผลิตภัณฑ์จะต้องอยู่ในสถานะใช้งานอยู่และจะต้องมีการเผยแพร่แอปของผลิตภัณฑ์นั้นเพื่อให้ผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย
  9. หากกำลังใช้บัญชีทดสอบอยู่ รายการที่ใช้งานจะอยู่ในแอปที่ไม่ได้เผยแพร่ โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์นักพัฒนาซอฟต์แวร์ Android ของเรา
  10. คลิกบันทึก

ตัวเลือกในการกำหนดราคาสำหรับการสมัครใช้บริการ

ราคาการสมัครใช้บริการ

คุณเลือกที่จะให้บริการเนื้อหาหรือบริการบางอย่างในแอปแก่ผู้ใช้ในราคาที่เรียกเก็บซ้ำเป็นระยะเวลาตามที่กำหนดได้ จะมีการเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้ในราคาและตามความถี่ที่คุณเลือกไว้จนกว่าผู้ใช้จะยกเลิก 

ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ที่ซื้อการสมัครใช้บริการแบบ 1 ปีในวันที่ 1 มกราคมในราคา $10 จะมีสิทธิ์เข้าถึงเนื้อหาที่สมัครใช้บริการจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม และจะมีการเรียกเก็บเงิน $10 เมื่อต่ออายุในวันถัดไป

ข้อกำหนด

  • คุณในฐานะนักพัฒนาซอฟต์แวร์ต้องโปร่งใสเกี่ยวกับการสมัครใช้บริการหรือเนื้อหาที่เสนอในแอป 
  • ดังนั้นจึงต้องสื่อสารเกี่ยวกับโปรโมชันในแอปหรือหน้าจอแนะนำให้ชัดเจน 
  • คุณต้องระบุข้อกำหนดของข้อเสนอไว้อย่างชัดแจ้ง รวมถึงค่าสมัครใช้บริการ ความถี่ของรอบการเรียกเก็บเงิน และระบุว่าต้องมีการสมัครใช้บริการเพื่อใช้แอปหรือไม่ ผู้ใช้ไม่ควรที่จะต้องดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบข้อมูล
  • การกำหนดราคาค่าสมัครใช้บริการต้องอยู่ภายในช่วงราคาที่ยอมรับ.
  • ชื่อการสมัครใช้บริการหรือชื่อ SKU ต้องสะท้อนให้เห็นถึงข้อเสนออย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น อย่าตั้งชื่อการสมัครใช้บริการว่า "ช่วงทดลองใช้ฟรี"
ราคาช่วงแนะนำ

ราคาช่วงแนะนำช่วยให้คุณกำหนดราคาเริ่มต้นที่จะมีผลตามจำนวนวัน สัปดาห์ เดือน หรือช่วงเวลาที่เรียกเก็บเงินที่กำหนดไว้ได้ เช่น คุณเสนอการสมัครใช้บริการในราคาเดือนละ $1 ในช่วง 3 เดือนแรกได้ หรือคุณอาจเสนอราคาช่วงแนะนำไว้ที่ $1 เป็นเวลา 10 วันแล้วตามด้วยราคารายเดือนปกติก็ได้

เมื่อสิ้นสุดช่วงเวลาแนะนำ ระบบจะเรียกเก็บค่าสมัครใช้บริการจากผู้ใช้ในราคาเต็ม

ข้อกำหนด

  • คุณต้องอธิบายข้อกำหนดของข้อเสนอให้ชัดเจนและถูกต้อง เช่น ระบุระยะเวลา ราคา และรายละเอียดของเนื้อหาหรือบริการที่เข้าถึงได้ 
  • ระบุให้ชัดเจนว่าเมื่อข้อเสนอช่วงแนะนำสิ้นสุดลงแล้วจะเกิดอะไรขึ้น รวมถึงราคาที่จะมีการเรียกเก็บจากผู้ใช้และวิธียกเลิกการสมัครใช้บริการ
  • ช่วงเวลาแนะนำต่ำสุดคือ 3 วันและช่วงเวลาแนะนำสูงสุดคือ 12 เดือน
  • ราคาช่วงแนะนำจะต้องอยู่ในช่วงราคาที่ยอมรับและน้อยกว่าราคาเต็มของการสมัครใช้บริการ
  • หากคุณเสนอการทดลองใช้ฟรีและราคาช่วงแนะนำ ระบบจะเรียกเก็บเงินผู้ใช้ตามราคาช่วงแนะนำเมื่อสิ้นสุดการทดลองใช้
  • ผู้ใช้จะได้รับราคาช่วงแนะนำสำหรับการสมัครใช้บริการผลิตภัณฑ์หนึ่งๆ (SKU) ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
  • หากช่วงเวลาแนะนำมีระยะเวลาต่างจากระยะเวลาการสมัครใช้บริการ ราคาช่วงแนะนำจะต้องมีค่าใช้จ่ายต่อวันน้อยกว่าราคาเดิม ตัวอย่างเช่น หากการสมัครใช้บริการมีค่าใช้จ่าย $15 ต่อเดือน (หรือ $0.50 ต่อวัน) ราคาช่วงแนะนำที่มีระยะเวลา 1 สัปดาห์จะต้องมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า $3.50 สำหรับการคำนวณนี้ 1 เดือนจะนับเป็น 30 วันเสมอ 

ดูข้อมูลและตัวอย่างเพิ่มเติมได้ที่ช่วงทดลองใช้ฟรีและข้อเสนอช่วงแนะนำในศูนย์นโยบายสำหรับนักพัฒนาแอป

เพิ่มราคาช่วงแนะนำ

  1. ลงชื่อเข้าใช้ Play Console
  2. คลิกแอปพลิเคชันทั้งหมด แอปพลิเคชันทั้งหมด
  3. เลือกแอป
  4. ที่เมนูด้านซ้าย ให้คลิกการแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store > ไอเทมที่ซื้อในแอป > การสมัครใช้บริการ
  5. ถัดจาก "ราคาช่วงแนะนำ" ให้ป้อนราคาช่วงแนะนำ (ในสกุลเงินเริ่มต้น) และจำนวนวัน สัปดาห์ เดือน หรือช่วงเวลาที่เรียกเก็บเงินที่เกิดซ้ำที่ราคานี้จะมีผล
  6. หากเลือกช่วงเวลาที่เรียกเก็บเงิน ราคาช่วงแนะนำจะเกิดซ้ำตามจำนวนช่วงเวลาที่เรียกเก็บเงินที่คุณป้อนเอาไว้ หากเลือกวัน สัปดาห์ หรือเดือน ระบบจะเรียกเก็บเงินผู้ใช้ตามราคาช่วงแนะนำเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในระยะเวลาที่กำหนด
  7. เราจะใช้ราคาที่คุณป้อนเป็นหลักในการคำนวณราคาเฉพาะตลาด หากต้องการอัปเดตราคาในท้องถิ่นด้วยตัวเอง ให้เลือกแก้ไขราคา
  8. หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีจัดการราคาการสมัครใช้บริการเฉพาะตลาด โปรดไปที่ตัวเลือกการกำหนดค่าไอเทมที่ซื้อในแอป
  9. บันทึกการเปลี่ยนแปลง
การทดลองใช้ฟรี
คุณให้ผู้ใช้ทดลองสมัครใช้บริการก่อนที่จะซื้อได้โดยตั้งค่าการทดลองใช้ฟรี โดยการทดลองใช้ฟรีจะมีระยะเวลาตามที่คุณตั้งไว้และจะเปลี่ยนเป็นการสมัครใช้บริการเต็มรูปแบบโดยอัตโนมัติตามระยะเวลาและราคาในการสมัครใช้บริการ คุณตั้งค่าทดลองใช้ฟรีสำหรับการสมัครใช้บริการได้ทุกประเภท
หมายเหตุ: ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2018 เป็นต้นไป ผู้ใช้จะทดลองใช้ฟรีได้เพียงครั้งเดียวจากการสมัครใช้บริการทั้งหมดที่มีอยู่ในแอปของคุณโดยค่าเริ่มต้น หากต้องการเสนอการทดลองใช้ฟรี 1 ครั้งต่อผลิตภัณฑ์ที่ต้องสมัครใช้บริการ คุณเปลี่ยนการตั้งค่าได้ใน Play Console

ข้อกำหนด

  • คุณต้องแจ้งให้ผู้ใช้ทราบข้อมูลต่อไปนี้ 
    • เนื้อหาหรือบริการที่ผู้ใช้เข้าถึงได้ด้วยช่วงทดลองใช้ฟรี 
    • วิธีการและเวลาที่ช่วงทดลองใช้ฟรีจะเปลี่ยนเป็นการสมัครใช้บริการแบบชำระเงิน 
    • ราคาของการสมัครใช้บริการแบบชำระเงิน 
    • และวิธียกเลิกหากผู้ใช้ไม่ต้องการเปลี่ยนเป็นการสมัครใช้บริการแบบชำระเงิน
  • คุณสร้างช่วงทดลองใช้ฟรีได้ครั้งเดียวต่อผลิตภัณฑ์ที่ต้องสมัครใช้บริการ
  • แต่ละ SKU ของการสมัครใช้บริการจะต้องมีระยะเวลาทดลองใช้
  • การทดลองใช้ฟรีจะต้องมีราคาเป็น $0 เสมอ
  • การทดลองใช้ต้องมีระยะเวลา 3 วันขึ้นไป
  • คุณเปลี่ยนระยะเวลาทดลองใช้ได้ทุกเมื่อ แต่เฉพาะการซื้อเพื่อสมัครใช้บริการใหม่เท่านั้นที่จะได้ใช้ระยะเวลาทดลองใช้ตามที่อัปเดต
  • ผู้ใช้จะทดลองใช้ฟรีได้เฉพาะในกรณีที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยซื้อการสมัครใช้บริการนั้นๆ มาก่อน
  • ดูข้อมูลและตัวอย่างเพิ่มเติมได้ที่ช่วงทดลองใช้ฟรีและข้อเสนอช่วงแนะนำในศูนย์นโยบายสำหรับนักพัฒนาแอป

    เพิ่มช่วงทดลองใช้ฟรี

    1. ลงชื่อเข้าใช้ Play Console
    2. คลิกแอปพลิเคชันทั้งหมด แอปพลิเคชันทั้งหมด
    3. เลือกแอป
    4. ที่เมนูด้านซ้าย ให้คลิกการแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store > ไอเทมที่ซื้อในแอป > การสมัครใช้บริการ
    5. คลิกการตั้งค่าการสมัครใช้บริการ
    6. เลือกช่องทำเครื่องหมายข้าง "การทดลองใช้ฟรีระดับการสมัครใช้บริการ"

    ผู้ใช้จะเริ่มทดลองใช้ฟรีได้อย่างไร

    หากต้องการเริ่มทดลองใช้ฟรี ผู้ใช้ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานในการซื้อเพื่อสมัครใช้บริการบน Google Play ระบบจะไม่เรียกเก็บเงินจากผู้ใช้ในตอนแรก เนื่องจากระยะใช้งานเบื้องต้นจะมีการทดลองใช้ฟรีรวมอยู่ด้วย และผู้ใช้จะได้รับแจ้งทางอีเมลว่าการสมัครใช้บริการนั้นมีระยะทดลองใช้ฟรีด้วย Google Play จะบันทึกมูลค่าการทำธุรกรรมเป็น $0.00 และระบบจะตั้งสถานะการสมัครใช้บริการดังกล่าวว่าเป็นการซื้อในระยะทดลองใช้หรือจนกว่าจะมีการยกเลิก

    ในวันหลังจากสิ้นสุดระยะทดลองใช้ ระบบจะเรียกเก็บเงินค่าสมัครใช้บริการเต็มจำนวนจากวิธีการชำระเงินของผู้ใช้ โดยเรียกเก็บซ้ำๆ ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในการสมัครใช้บริการ สถานะการเรียกเก็บเงินอาจแสดงเป็นรอดำเนินการสูงสุด 24 ชั่วโมง แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งระยะเวลาผ่อนผันไว้

    หมายเหตุ: หากผู้ใช้ยกเลิกการสมัครใช้บริการเมื่อใดก็ตามในระหว่างระยะทดลองใช้ การสมัครใช้บริการจะยังคงมีผลต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดการทดลองใช้และจะไม่มีการเรียกเก็บเงินแต่อย่างใด

    การสมัครใช้บริการที่แนะนำ

    นอกเหนือจากการขายการสมัครใช้บริการจากภายในแอป คุณจะขาย SKU ที่แนะนำได้โดยตรงจาก Play Store โดยใช้การสมัครใช้บริการที่แนะนำ 

    การวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่าการขายการสมัครใช้บริการโดยตรงจาก Play Store อาจทำให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้น แต่ก็อาจทำให้การติดตั้งลดลงด้วย ก่อนตั้งค่าการสมัครใช้บริการที่แนะนำ เราขอแนะนำให้คุณพิจารณาอย่างรอบคอบว่าข้อดีที่มีข้อเสียแฝงอยู่นี้เหมาะสำหรับแอปของคุณหรือไม่ ตัวอย่างเช่น การสมัครใช้บริการที่แนะนำอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับแอปที่มีเนื้อหาปริมาณมากอยู่เบื้องหลังเพย์วอลล์การสมัครใช้บริการ

    หมายเหตุ: ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2020 เป็นต้นไป ฟีเจอร์นี้จะเปิดใช้ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

    ข้อกำหนด

    • แอปต้องรองรับ Billing Library 2.0 ขึ้นไป ดูข้อมูลเกี่ยวกับ Billing Library ได้ในเว็บไซต์นักพัฒนาซอฟต์แวร์ Android 

    • คุณต้องใช้ Purchase Ack API ในแอป ดูข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ Purchase Ack API ได้ในเว็บไซต์นักพัฒนาซอฟต์แวร์ Android 

    • ชื่อการสมัครใช้บริการที่ป้อนควรสื่อถึงลักษณะของการสมัครใช้บริการอย่างถูกต้องเนื่องจากจะแสดงในหน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Play Store เช่น การสมัครใช้บริการไม่ควรมีชื่อว่า "ทดลองใช้ฟรี" ชื่ออย่างเช่น "การสมัครใช้บริการ VIP แบบพรีเมียมรายเดือน" อาจเหมาะสมกว่า

    • คำอธิบายของการสมัครใช้บริการควรอธิบายถึงลักษณะของการสมัครใช้บริการอย่างถูกต้อง อย่าเพียงแค่ใส่ชื่อการสมัครใช้บริการซ้ำในช่องคำอธิบาย เช่น "การสมัครใช้บริการ VIP แบบพรีเมียมรายเดือน" คำอธิบายที่ดีจะเน้นสิทธิประโยชน์ของการสมัครใช้บริการและช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่จะได้รับจากการสมัครใช้บริการ เช่น "เข้าถึงแคตตาล็อกรายการทีวีและภาพยนตร์ทั้งหมดได้แบบไม่มีโฆษณา ใช้งานได้กับอุปกรณ์ทุกเครื่องของคุณ"

    ตั้งค่าการสมัครใช้บริการที่แนะนำ

    ก่อนตั้งค่าการสมัครใช้บริการที่แนะนำ โปรดตรวจสอบว่าได้ใส่ชื่อและคำอธิบายที่ถูกต้องในหน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store รวมทั้งมีการแปลเป็นภาษาอื่นๆ แล้ว ผู้ใช้จะเห็นข้อมูลนี้ในหน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store ของคุณ

    1. ลงชื่อเข้าใช้ Play Console
    2. เลือกแอป
    3. ที่เมนูด้านซ้าย ให้คลิกการแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store > ไอเทมที่ซื้อในแอป > การสมัครใช้บริการ
    4. ในส่วน "การตั้งค่าการสมัครใช้บริการที่แนะนำ" ให้คลิกจัดการการตั้งค่า
    5. ข้าง "การสมัครใช้บริการที่แนะนำ" ให้เลือกการสมัครใช้บริการที่ต้องการให้แสดงในหน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store
    6. ในส่วน "พื้นที่" ให้เลือกพื้นที่ที่ต้องการให้นำเสนอการสมัครใช้บริการที่แนะนำ แต่ละพื้นที่มีตัวเลือกสูงสุด 3 รายการดังนี้
      • เปิดใช้สำหรับทุกคน: ผู้ใช้ทุกคนที่มีสิทธิ์จะดูและซื้อการสมัครใช้บริการที่แนะนำได้
      • เปิดใช้สำหรับผู้ทดสอบที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น: เฉพาะผู้ทดสอบที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่จะดูและซื้อการสมัครใช้บริการที่แนะนำได้ คุณใช้ตัวเลือกนี้เพื่อทดสอบการสมัครใช้บริการก่อนที่จะเผยแพร่เป็นเวอร์ชันที่ใช้งานจริงได้
      • ไม่ได้เปิดใช้: การสมัครใช้บริการที่แนะนำไม่พร้อมใช้สำหรับผู้ใช้ทุกคน
    7. บันทึกการเปลี่ยนแปลง

    วิธีซื้อการสมัครใช้บริการที่แนะนำของผู้ใช้

    หลังจากที่คุณเปิดใช้การสมัครใช้บริการที่แนะนำ ผู้ใช้ Play Store ที่มีถิ่นฐานในประเทศที่มีฟีเจอร์นี้ให้ใช้งานจะเห็นชื่อการสมัครใช้บริการ คำอธิบาย และราคาในหน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store ของคุณ ผู้ใช้จะมีตัวเลือกให้เลือกติดตั้ง ซึ่งจะดาวน์โหลดแอปโดยไม่ต้องสมัครใช้บริการ หรือทดลองใช้ฟรีและติดตั้ง ซึ่งจะมีข้อความแจ้งให้ซื้อการสมัครใช้บริการ

    หลังจากเลือกทดลองใช้ฟรีและติดตั้ง ผู้ใช้จะได้รับแจ้งให้ซื้อการสมัครใช้บริการ หากการซื้อนั้นสำเร็จ ระบบจะติดตั้งแอปในอุปกรณ์ของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ

    หมายเหตุ: ผู้ใช้บางคนอาจเห็นสมัครใช้บริการและติดตั้งแทนทดลองใช้ฟรีและติดตั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้มีสิทธิ์ทดลองใช้ฟรีหรือไม่

    จัดการการเปลี่ยนแปลงในการสมัครใช้บริการ

    การเปลี่ยนแปลงราคา

    ประสบการณ์ของผู้ใช้

    หลังจากที่คุณเปลี่ยนแปลงราคาของการสมัครใช้บริการที่มีอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลต่อผู้ใช้ใหม่และสมาชิกปัจจุบันดังนี้

    • ผู้ใช้ใหม่จะดูราคาใหม่ของการสมัครใช้บริการและสมัครใช้บริการใน Google Play ได้ทันที
    • สมาชิกปัจจุบันที่ได้รับการปรับราคาขึ้นจะได้รับแจ้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงราคาทางอีเมลและผ่านทางการแจ้งเตือนใน Google Play ใน 7 วันหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงราคา จากนั้นสมาชิกจะมีเวลา 30 ในการยอมรับการเปลี่ยนแปลงราคา มิเช่นนั้นการสมัครใช้บริการจะถูกยกเลิกในวันที่ต่ออายุครั้งถัดไป
      • สำคัญ: การปรับขึ้นราคาอาจทำให้มีการเลิกใช้งานมากขึ้นหากสมาชิกไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงราคา เราขอแนะนำให้ติดต่อสมาชิกที่ได้รับผลกระทบเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการปรับขึ้นราคาภายใน 7 วันเพื่ออธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงและย้ำเตือนถึงคุณค่าที่สมาชิกจะได้รับ
      • หมายเหตุ: หากคุณเปลี่ยนแปลงราคาหลายครั้งก่อนวันที่ต่ออายุครั้งถัดไปของผู้ใช้ ผู้ใช้จะต้องตอบรับแค่การเปลี่ยนแปลงราคาครั้งล่าสุดเท่านั้น
    • สมาชิกปัจจุบันที่ได้รับการปรับลดราคาจะได้รับการแจ้งเตือนและได้รับราคาที่ลดลงในวันที่ต่ออายุครั้งถัดไป

    เปลี่ยนแปลงราคาการสมัครใช้บริการ

    1. ลงชื่อเข้าใช้ Play Console
    2. เลือกแอป
    3. ที่เมนูด้านซ้าย ให้คลิกการแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store > ไอเทมที่ซื้อในแอป > การสมัครใช้บริการ
    4. เลือกการสมัครใช้บริการ
    5. ภายใต้ "ราคา" ให้เปลี่ยนแปลงราคาการสมัครใช้บริการ
    6. คลิกบันทึก

    เคล็ดลับในการจัดการการเปลี่ยนแปลงราคา

    • หลังจากที่คุณเปลี่ยนแปลงราคาการสมัครใช้บริการแล้ว จะเปลี่ยนกลับไม่ได้
    • คุณเปลี่ยนราคาการสมัครใช้บริการได้หลายครั้ง แต่ไม่แนะนำให้ดำเนินการเช่นนั้น คุณอาจสูญเสียสมาชิกบางรายไปในแต่ละครั้งที่คุณเปลี่ยนแปลงราคา ดังนั้นคุณควรวางแผนการเปลี่ยนแปลงราคาอย่างรอบคอบ
      • หมายเหตุ: หากคุณเปลี่ยนแปลงราคาการสมัครใช้บริการสองครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ สมาชิกจะต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงราคาครั้งแรกก่อน จากนั้นจึงยอมรับการเปลี่ยนแปลงราคาครั้งที่สอง ราคาที่คุณต้องการจึงจะมีผล
    • หากคุณต้องการเสนอราคาหนึ่งให้กับสมาชิกปัจจุบันและอีกราคาหนึ่งกับผู้ใช้ใหม่ คุณสร้างการสมัครใช้บริการใหม่ด้วยราคาที่คุณต้องการเสนอแก่ผู้ใช้ใหม่ได้ สมาชิกปัจจุบันจะต่ออายุการสมัครใช้บริการได้โดยไม่ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงราคาโดยอาศัยวิธีนี้
    อัปเกรดหรือดาวน์เกรด

    การสมัครใช้บริการในแอปช่วยให้ผู้ใช้อัปเกรดหรือดาวน์เกรดการสมัครใช้บริการที่มีอยู่เป็นแผนอื่นที่แอปของคุณมีให้บริการได้ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้เปลี่ยนจากการสมัครใช้บริการรายเดือนเป็นรายปีหรือจากการสมัครใช้บริการแบบพื้นฐานเป็นแบบพรีเมียม

    ผู้ใช้จะไม่ได้รับเงินคืนจากแผนเดิม โดยระบบจะเลื่อนการเรียกเก็บเงินครั้งแรกสำหรับแผนการสมัครใช้บริการใหม่ออกไป เพื่อชดเชยเวลาที่ไม่มีการใช้งานซึ่งเหลืออยู่ในการสมัครใช้บริการเดิม

    ระยะเวลาผ่อนผัน

    ระยะเวลาผ่อนผันช่วยให้สมาชิกอัปเดตวิธีการชำระเงินของตนได้ หากการชำระเงินที่เกิดขึ้นประจำถูกปฏิเสธ การดำเนินการนี้เป็นประโยชน์หากสมาชิกของคุณมีบัตรเครดิตที่หมดอายุ สมัครใช้บริการโดยใช้บัตรเติมเงิน หรือยกเลิกบัตรโดยไม่อัปเดตข้อมูลการชำระเงิน

    การชำระเงินที่ถูกปฏิเสธและระยะเวลาผ่อนผัน

    ในช่วงเริ่มระยะเวลาผ่อนผัน ระบบจะแจ้งสมาชิกของคุณทางอีเมลว่าการชำระเงินถูกปฏิเสธ สมาชิกจะมีเวลาอัปเดตวิธีการชำระเงินโดยไม่กระทบต่อการสมัครใช้บริการ เมื่อสมาชิกอัปเดตวิธีการชำระเงินให้อยู่ในรูปแบบการชำระเงินที่ถูกต้องแล้ว วันที่มีการเรียกเก็บเงินการสมัครใช้บริการครั้งถัดไปของสมาชิกจะเป็นวันเดิม

    สำหรับผลิตภัณฑ์การสมัครใช้บริการใหม่ จะมีการตั้งระยะเวลาผ่อนผันต่อไปนี้โดยค่าเริ่มต้น

    • การสมัครใช้บริการรายสัปดาห์: 3 วัน
    • การสมัครใช้บริการรายเดือน: 7 วัน
    • ช่วงการสมัครใช้บริการอื่นๆ: 14 วัน

    เปลี่ยนระยะเวลาผ่อนผัน

    คุณเปลี่ยนระยะเวลาผ่อนผันของการสมัครใช้บริการแต่ละรายการ (3, 7, 14 หรือ 30 วัน) หรือจะเลือกปิดระยะเวลาผ่อนผันก็ได้

    1. ลงชื่อเข้าใช้ Play Console
    2. เลือกแอป
    3. คลิกการแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store > ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อในแอปที่เมนูทางซ้าย
    4. เลือกแท็บการสมัครใช้บริการ
    5. เลือกการสมัครใช้บริการ
    6. เปลี่ยนการตั้งค่าระยะเวลาผ่อนผัน

    การสิ้นสุดระยะเวลาผ่อนผัน

    หากวิธีการชำระเงินของสมาชิกยังคงถูกปฏิเสธเมื่อระยะเวลาผ่อนผันสิ้นสุดลง การสมัครใช้บริการจะถูกยกเลิกและสมาชิกจะเสียสิทธิ์เข้าถึงเนื้อหาที่ตนสมัครใช้บริการ

    การระงับบัญชีสำหรับการชำระเงินที่ถูกปฏิเสธ

    หากการชำระเงินที่เกิดขึ้นประจำของสมาชิกถูกปฏิเสธ คุณจะระงับการสมัครใช้บริการของผู้ใช้รายนั้นและจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาเป็นเวลา 30 วันได้ในระหว่างที่เราพยายามเรียกเก็บเงินอีกครั้ง เมื่อเปิดใช้งาน ระบบจะใช้ฟีเจอร์การระงับบัญชีกับการสมัครใช้บริการทั้งหมดในแอปนี้

    1. ลงชื่อเข้าใช้ Play Console
    2. เลือกแอป
    3. ที่เมนูด้านซ้าย ให้คลิกการแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store > ไอเทมที่ซื้อในแอป > การสมัครใช้บริการ
    4. ขยายส่วน "การตั้งค่าการสมัครใช้บริการ"
    5. เลือกช่องทำเครื่องหมายข้าง "เปิดใช้งานการระงับบัญชี" 

    สำคัญ: ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2020 การระงับบัญชีจะกลายเป็นฟีเจอร์ที่จำเป็นต้องมี

    ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้การระงับบัญชีได้ที่เว็บไซต์นักพัฒนาซอฟต์แวร์ Android

    การหยุดชั่วคราว

    หากต้องการลดอัตราการเลิกใช้งานโดยตั้งใจและเสนอทางเลือกอื่นแก่ผู้ใช้แทนการยกเลิกการสมัครใช้บริการ คุณอาจอนุญาตให้ผู้ใช้หยุดการสมัครใช้บริการชั่วคราว เมื่อเปิดใช้งาน ระบบจะใช้ฟีเจอร์การหยุดชั่วคราวนี้กับการสมัครใช้บริการทั้งหมด ยกเว้น SKU รายปีภายในแอปของคุณ และต้องเปิดใช้การระงับบัญชีเพื่ออนุญาตการหยุดชั่วคราว วิธีอนุญาตให้ผู้ใช้หยุดการสมัครใช้บริการชั่วคราว

    1. ลงชื่อเข้าใช้ Play Console
    2. เลือกแอป
    3. ที่เมนูด้านซ้าย ให้คลิกการแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store > ไอเทมที่ซื้อในแอป > การสมัครใช้บริการ
    4. ขยายส่วน "การตั้งค่าการสมัครใช้บริการ"
    5. เลือกช่องทำเครื่องหมายซึ่งอยู่ถัดจาก "เปิดใช้งานการหยุดชั่วคราว"

    สำคัญ: ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2020 ระบบจะเปิดใช้งานการหยุดชั่วคราวโดยค่าเริ่มต้น

    การยกเลิก

    ประสบการณ์ของผู้ใช้

    ผู้ใช้จะไม่ได้รับเงินคืนเมื่อยกเลิกการสมัครใช้บริการ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้จะมีสิทธิ์เข้าถึงการสมัครใช้บริการที่ซื้อไปได้จนกระทั่งสิ้นสุดระยะเวลาการสมัครใช้บริการที่ชำระเงินไว้ล่วงหน้าดังกล่าว

    คืนค่าการสมัครใช้บริการในแอป

    หากต้องการช่วยผู้ใช้ที่ยกเลิกการสมัครใช้บริการไปแล้วแต่ต้องการสมัครใช้บริการอีกครั้ง คุณช่วยให้ผู้ใช้สมัครใช้บริการได้อีกครั้งในแอปโดยที่ไม่ต้องรอจนกระทั่งสิ้นสุดระยะเวลาการสมัครใช้บริการที่มีอยู่ เมื่อผู้ใช้สมัครใช้บริการอีกครั้งก่อนที่ระยะเวลาสมัครใช้บริการที่มีอยู่จะสิ้นสุดลง ระบบจะแสดงค่าใช้จ่ายเป็น $0.00

    กู้คืนการสมัครใช้บริการจากแอป Play Store

    หากคุณเปิดให้ผู้ใช้กู้คืนการสมัครใช้บริการได้ ผู้ใช้จะเข้าถึงการสมัครใช้บริการที่ยกเลิกซึ่งยังไม่หมดอายุจากแอป Play Store ได้อีก เมื่อได้รับสิทธิ์การเข้าถึงอีกครั้ง ผู้ใช้จะยืนยันวันชำระเงินครั้งถัดไปและคุณจะได้รับการแจ้งเตือน

    เคล็ดลับ: ฟีเจอร์นี้จะทำงานได้ดีที่สุดหากตั้งค่าการแจ้งเตือนนักพัฒนาซอฟต์แวร์แบบเรียลไทม์ไว้

    วิธีเปิดให้ผู้ใช้กู้คืนการสมัครใช้บริการ

    1. ลงชื่อเข้าใช้ Play Console
    2. เลือกแอป
    3. ที่เมนูด้านซ้าย ให้คลิกการแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store > ไอเทมที่ซื้อในแอป > การสมัครใช้บริการ
    4. ขยายส่วน "การตั้งค่าการสมัครใช้บริการ"
    5. ทำเครื่องหมายในช่องข้าง "อนุญาตให้ผู้ใช้กู้คืนการสมัครใช้บริการ"

    ความรับผิดชอบของนักพัฒนาซอฟต์แวร์

    • คุณต้องดูแลให้มีการเปิดเผยอย่างชัดเจนในแอปเกี่ยวกับวิธีที่ผู้ใช้จะจัดการหรือยกเลิกการสมัครใช้บริการได้
    • คุณ (ในฐานะผู้ให้บริการเนื้อหาหรือการเข้าถึง) ใช้นโยบายการคืนเงินที่ยืดหยุ่นกว่านี้กับผู้ใช้ได้โดยตรง คุณมีหน้าที่แจ้งการเปลี่ยนแปลงนโยบายการคืนเงินให้ผู้ใช้ทราบ และตรวจสอบว่านโยบายเป็นไปตามกฎหมายที่บังคับใช้
    • ในบางกรณี ผู้ใช้อาจติดต่อคุณโดยตรงเพื่อขอยกเลิกการสมัครใช้บริการ ในกรณีนี้หรือที่คล้ายกันนี้ คุณใช้ API ฝั่งเซิร์ฟเวอร์เพื่อยกเลิกการสมัครใช้บริการของผู้ใช้จากเซิร์ฟเวอร์ของคุณได้โดยตรง
    • คุณต้องสนับสนุนการสมัครใช้บริการตราบใดที่ยังมีผู้ใช้ที่ใช้งานอยู่อย่างน้อย 1 ราย หากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไม่สนับสนุนการสมัครใช้บริการที่มีผู้ใช้ที่ใช้งานอยู่ บัญชีนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะถูกระงับและจะมีการคืนเงินค่าสมัครใช้บริการให้แก่ผู้ใช้โดยใช้บัญชีของนักพัฒนาซอฟต์แวร์

    โปรดดูข้อมูลและตัวอย่างเพิ่มเติมที่การจัดการและการยกเลิกในศูนย์นโยบายสำหรับนักพัฒนาแอป

    ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
    เราจะปรับปรุงได้อย่างไร