สร้างแคมเปญ Smart Shopping

แคมเปญ Smart Shopping จะดึงข้อมูลผลิตภัณฑ์จากฟีดโดยอัตโนมัติ และใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อสร้างโฆษณา Shopping ที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ จากนั้นแคมเปญจะวางโฆษณาเหล่านี้บนแพลตฟอร์มต่างๆ ของ Google ได้อย่างชาญฉลาดโดยใช้กลยุทธ์การเสนอราคาที่คุณเลือก

บทความนี้จะอธิบายวิธีการสร้างแคมเปญ Smart Shopping

ก่อนเริ่มต้น

หากต้องการดูคำบรรยายในภาษาของคุณ ให้เปิดคำบรรยายวิดีโอใน YouTube โดยคลิกไอคอนการตั้งค่าที่ด้านล่างของโปรแกรมเล่นวิดีโอ เลือก "คำบรรยาย" แล้วระบุภาษา


ก่อนที่จะเริ่มใช้งานแคมเปญ Smart Shopping ได้ คุณจะต้องตั้งค่ารายการต่อไปนี้

และคุณควรตรวจสอบนโยบายโฆษณา Shopping ซึ่งมีการควบคุมสิ่งที่ผู้ค้าปลีกแสดงได้และไม่ได้ในโฆษณา Shopping

นอกจากนี้ เราขอแนะนําให้คุณหยุดการทำงานชั่วคราวของแคมเปญ Shopping หรือแคมเปญรีมาร์เก็ตติ้งในเครือข่ายดิสเพลย์ที่คุณใช้อยู่กับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการโฆษณาด้วยแคมเปญ Smart Shopping เพราะหากทํางานพร้อมกัน แคมเปญเหล่านี้อาจรบกวนแมชชีนเลิร์นนิงที่แคมเปญ Smart Shopping ใช้เพื่อแสดงและเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณา

วิธีการ

  1. ลงชื่อเข้าใช้ Google Ads
  2. คลิกแคมเปญในเมนูหน้าเว็บทางซ้าย
  3. คลิกปุ่มบวก แล้วเลือกแคมเปญใหม่
  4. เลือกการขายเป็นเป้าหมายของแคมเปญ หรือเลือกสร้างแคมเปญโดยไม่ต้องมีคำแนะนำเป้าหมาย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป้าหมายแคมเปญ
  5. เลือก Shopping เป็น "ประเภทแคมเปญ"
  6. เลือกบัญชี Merchant Center ที่มีผลิตภัณฑ์ที่ต้องการลงโฆษณาด้วยแคมเปญนี้และประเทศที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล่านี้
    หมายเหตุ: แต่ละแคมเปญจะลิงก์กับบัญชี Merchant Center ได้เพียง 1 บัญชี และมีประเทศที่ขายได้เพียงประเทศเดียว
  7. สำหรับ "ประเภทย่อยของแคมเปญ" เลือกแคมเปญ Smart Shopping แล้วคลิกดำเนินการต่อ
  8. ตั้งชื่อแคมเปญ
  9. กำหนดงบประมาณรายวันเฉลี่ย
    หมายเหตุ: แคมเปญ Smart Shopping มีลําดับความสําคัญเหนือแคมเปญ Shopping และแคมเปญรีมาร์เก็ตติ้งในเครือข่ายดิสเพลย์อื่นๆ สําหรับผลิตภัณฑ์เดียวกัน เราขอแนะนําให้คุณกําหนดงบประมาณให้เท่ากับผลรวมของแคมเปญอื่นๆ เหล่านั้นเพื่อรักษาค่าใช้จ่ายโดยรวมไว้
  10. กำหนดการเสนอราคาและกลยุทธ์การเสนอราคา
    1. โดยค่าเริ่มต้น แคมเปญ Smart Shopping จะตั้งราคาเสนอที่จะเพิ่มมูลค่า Conversion ให้สูงสุดภายในงบประมาณรายวันเฉลี่ยที่ระบุ
  11. หากคุณมีเป้าหมายประสิทธิภาพที่เจาะจง ให้เพิ่มผลตอบแทนเป้าหมายจากค่าโฆษณา (ROAS) แคมเปญจะใช้เป้าหมายดังกล่าวเมื่อมีข้อมูล Conversion เพียงพอ
  12. เลือกผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์เฉพาะที่คุณต้องการลงโฆษณาในแคมเปญ หากคุณไม่ระบุผลิตภัณฑ์ ฟีดทั้งหมดจะมีสิทธิ์ปรากฏในโฆษณา ซึ่งอาจลดความจำเพาะเจาะจง และทําให้ประสิทธิภาพโฆษณาแย่ลงได้
  13. อัปโหลดเนื้อหา เช่น โลโก้ รูปภาพ และข้อความ ซึ่งจะนำมาใช้สร้างโฆษณารีมาร์เก็ตติ้งที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์สำหรับเครือข่ายดิสเพลย์และ YouTube ดูข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการและแนวทางปฏิบัติแนะนำสำหรับเนื้อหาของ Smart Shopping
  14. ไม่บังคับ: คลิกปุ่มบวก แล้วคลิกที่วิดีโอใต้ "รูปภาพและโลโก้”
  15. แสดงตัวอย่างโฆษณาที่มีโอกาสแสดงได้ เนื่องจากโฆษณาที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ออกแบบมาเพื่อให้เข้าถึงพื้นที่โฆษณาเกือบทุกแบบในเครือข่ายดิสเพลย์ โฆษณาประเภทนี้จึงแสดงได้หลายพันรูปแบบ
  16. คลิกบันทึก

แคมเปญ Smart Shopping ใช้แมชชีนเลิร์นนิง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญสําหรับงบประมาณ ผลิตภัณฑ์ และกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง ด้วยเหตุนี้ เราจึงขอแนะนําให้คุณให้เวลาแคมเปญใหม่ในการปรับตัวและเพิ่มประสิทธิภาพก่อนที่จะทําการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ขั้นตอนถัดไป

เมื่อตั้งค่าแคมเปญ Smart Shopping แล้ว ยังมีสิ่งต่างๆ ที่คุณทําได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญให้ได้สูงสุด ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญ Smart Shopping

โปรดลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้ก่อน

  • ตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion ด้วยมูลค่าเฉพาะธุรกรรมเพื่อติดตามว่าโฆษณานําไปสู่การขายในเว็บไซต์เมื่อใด หากต้องการวัดประสิทธิภาพและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด คุณจะต้องมีแท็กเครื่องมือวัด Conversion ที่ได้รับการยืนยันแล้วและใช้งานอยู่ รวมทั้งมีสถานะเป็น "รวมใน Conversion" ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion สําหรับเว็บไซต์
  • เพิ่มแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ลงในเว็บไซต์และมีรายการรีมาร์เก็ตติ้งของผู้ใช้ที่ใช้งานอยู่อย่างน้อย 100 ราย รวมทั้งผู้ใช้ใหม่ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาที่เชื่อมโยงกับบัญชีของคุณ ข้อกำหนดนี้จะทำให้ใช้โฆษณาสำหรับรีมาร์เก็ตติ้งแบบไดนามิก ซึ่งจะช่วยให้คุณปรับโฆษณาตามโปรไฟล์ของผู้ใช้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์ได้ หากใช้ Google Analytics คุณจะลิงก์กับบัญชี Google Analytics และตั้งค่าแท็กในบัญชีแทนการใช้แท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ได้ คุณไม่จำเป็นต้องติดแท็กหน้าที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ใดๆ ในเว็บไซต์
หมายเหตุ: คุณสร้างแคมเปญ Smart Shopping ได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือวัด Conversion และ/หรือรายการรีมาร์เก็ตติ้ง แคมเปญจะเริ่มแสดงและเพิ่มประสิทธิภาพราคาเสนอ แต่อาจถูกจํากัดค่าใช้จ่ายจนกว่าจะตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion และรีมาร์เก็ตติ้งโดยสมบูรณ์

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว