สร้างแคมเปญ Smart Shopping

แคมเปญ Smart Shopping ประกอบด้วยโฆษณา Product Shopping และโฆษณาแบบดิสเพลย์ (รวมถึงโฆษณารีมาร์เก็ตติ้งสำหรับดิสเพลย์ด้วย) และใช้การลงโฆษณาและการเสนอราคาอัตโนมัติเพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์จากฟีดผลิตภัณฑ์ในเครือข่ายต่างๆ ของ Google โดยบทความนี้จะอธิบายวิธีสร้างแคมเปญประเภทนี้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ Smart Shopping

หมายเหตุ: สำหรับผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน แคมเปญ Smart Shopping จะมีความสำคัญมากกว่าแคมเปญ Shopping มาตรฐานและแคมเปญรีมาร์เก็ตติ้งสำหรับดิสเพลย์ในบัญชีเดียวกัน เราขอแนะนำให้หยุดแคมเปญอื่นๆ เหล่านี้ชั่วคราวเพื่อลดการแทรกแซงแมชชีนเลิร์นนิงของแคมเปญ Smart Shopping

ก่อนเริ่มต้น

ก่อนตั้งค่าแคมเปญ Smart Shopping คุณจะต้องตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion ให้มีมูลค่าแบบเจาะจงธุรกรรม ระบบจะแสดงความช่วยเหลือของเครื่องมือวัด Conversion เมื่อโฆษณานำไปสู่การขายในเว็บไซต์ คุณต้องมีแท็กเครื่องมือวัด Conversion ที่ได้รับการยืนยันแล้วและทำงานอยู่จึงจะตั้งค่าแคมเปญ Smart Shopping ได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion สำหรับเว็บไซต์ นอกจากนี้คุณยังต้องเพิ่มแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ลงในเว็บไซต์และมีรายการรีมาร์เก็ตติ้งของผู้ใช้ที่ใช้งานอยู่อย่างน้อย 100 รายที่เชื่อมโยงกับบัญชีเพื่อให้โฆษณาใช้รีมาร์เก็ตติ้งแบบไดนามิกได้ (หากใช้ Google Analytics คุณจะลิงก์กับบัญชี Google Analytics และตั้งค่าแท็กในบัญชีนั้นแทนการใช้แท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ได้)

วิธีการ

  1. ลงชื่อเข้าใช้ Google Ads
  2. คลิกแคมเปญในเมนูหน้าเว็บทางซ้าย
  3. คลิกปุ่มบวก แล้วเลือกแคมเปญใหม่
  4. เลือกการขาย โอกาสในการขาย หรือการเข้าชมเว็บไซต์เป็นเป้าหมายของแคมเปญ หรือเลือกสร้างแคมเปญโดยไม่ต้องมีคำแนะนำเป้าหมาย
  5. สำหรับ "ประเภทแคมเปญ" เลือก Shopping
  6. เลือกบัญชี Merchant Center ที่มีผลิตภัณฑ์ที่คุณต้องการลงโฆษณาด้วยแคมเปญนี้และประเทศที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล่านี้

    หมายเหตุ: แคมเปญแต่ละแคมเปญจะลิงก์กับบัญชี Merchant Center ได้เพียง 1 บัญชี และมีประเทศที่ขายได้เพียงประเทศเดียว
     
  7. สำหรับ "ประเภทย่อยของแคมเปญ" เลือกแคมเปญ Smart Shopping แล้วคลิกดำเนินการต่อ
  8. สร้างชื่อแคมเปญ
  9. กำหนดงบประมาณรายวัน

    หมายเหตุ: เมื่อคุณตั้งค่าแคมเปญ Smart Shopping ระบบจะตั้งลำดับความสำคัญเหนือแคมเปญ Shopping มาตรฐานและแคมเปญรีมาร์เก็ตติ้งสำหรับดิสเพลย์อื่นๆ สำหรับผลิตภัณฑ์เดียวกัน เราขอแนะนำให้คุณกำหนดงบประมาณแคมเปญให้เท่ากับผลรวมของแคมเปญอื่นๆ เหล่านั้นเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายโดยรวม
     
  10. การเสนอราคา โดยค่าเริ่มต้น แคมเปญ Smart Shopping จะตั้งค่าราคาเสนอที่เพิ่มมูลค่า Conversion ให้สูงสุดภายในงบประมาณรายวันที่คุณตั้งไว้
  11. หากคุณมีเป้าหมายประสิทธิภาพที่เจาะจง ให้เพิ่มผลตอบแทนเป้าหมายจากค่าโฆษณา (ROAS)
  12. เลือกผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่คุณต้องการลงโฆษณาในแคมเปญ ยิ่งคุณเพิ่มผลิตภัณฑ์ลงในแคมเปญเดียวมากเท่าใด ระบบก็จะยิ่งจัดการได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกด้วย หากคุณไม่ได้กำหนดผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เฉพาะเจาะจง ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะมีสิทธิ์ปรากฏในโฆษณา

    หมายเหตุ: เราขอแนะนำให้รวมผลิตภัณฑ์ทั้งหมดไว้ในแคมเปญเดียว หากคุณไม่มีเป้าหมายหรืองบประมาณ ROAS ที่แตกต่างกันมากสำหรับผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เฉพาะเจาะจง
     
  13. อัปโหลดเนื้อหา เช่น โลโก้ รูปภาพ และข้อความ ซึ่งจะนำมาใช้สร้างโฆษณารีมาร์เก็ตติ้งที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์สำหรับเครือข่ายดิสเพลย์และ YouTube ระบบจะรวมเนื้อหาในรูปแบบต่างๆ โดยอัตโนมัติเพื่อสร้างโฆษณา และจะแสดงโฆษณาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดบ่อยขึ้น โปรดดูแผงด้านขวาเพื่อดูตัวอย่างโฆษณาที่จะแสดง

    หมายเหตุ: ระบบจะใช้เนื้อหาเหล่านี้เพื่อสร้างโฆษณาที่จะแสดงต่อผู้ใช้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์แต่ยังไม่สนใจในผลิตภัณฑ์ที่เฉพาะเจาะจงใดๆ เมื่อมีการระบุความสนใจของผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว ระบบจะดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากฟีดผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างโฆษณา

    อัปโหลดเนื้อหาต่อไปนี้สำหรับโฆษณา
    1. โลโก้: หากอัปโหลดโลโก้ไปยัง Merchant Center แล้ว คุณก็ไม่ต้องดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม โลโก้รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสจะต้องมีอัตราส่วน 1:1 พอดี และโลโก้รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจะต้องกว้างกว่า 1:1 แต่ต้องกว้างไม่เกิน 2:1 ไม่ว่าโลโก้จะมีรูปร่างแบบใด เราแนะนำให้ใช้พื้นหลังแบบโปร่งใส แต่ใช้เฉพาะในกรณีที่โลโก้อยู่ตรงกลางเท่านั้น ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอัปโหลดและแก้ไขโลโก้ 
    2. รูปภาพ: อัปโหลดรูปภาพการตลาดที่แสดงถึงธุรกิจ เลือกภาพแนวนอนที่มีอัตราส่วน 1.91:1 ที่มีขนาดใหญ่กว่า 600 x 314 พิกเซล ขนาดที่แนะนำคือ 1200 x 628 พิกเซล ขนาดไฟล์สูงสุดคือ 1 MB และมีข้อความได้ไม่เกิน 20% ของรูปภาพ หมายเหตุ: เพื่อให้พอดีกับพื้นที่โฆษณาบางแห่ง รูปภาพอาจถูกตัดในแนวนอนไม่เกิน 5% ในแต่ละด้าน
    3. ข้อความ: เพิ่มข้อความที่ระบุรายละเอียดธุรกิจ ข้อความนี้จะใช้ในชุดค่าผสมและรูปแบบโฆษณาต่างๆ

      บรรทัดแรกแบบสั้น (ไม่เกิน 25 อักขระ) คือบรรทัดแรกของโฆษณาและจะปรากฏในพื้นที่โฆษณาที่จำกัดซึ่งแสดงบรรทัดแรกแบบยาวไม่ได้ บรรทัดแรกแบบสั้นอาจแสดงโดยมีหรือไม่มีคำอธิบายก็ได้

      บรรทัดแรกแบบยาว (ไม่เกิน 90 อักขระ) คือบรรทัดแรกของโฆษณาและจะปรากฏแทนบรรทัดแรกแบบสั้นในโฆษณาขนาดใหญ่ บรรทัดแรกแบบยาวอาจแสดงโดยมีหรือไม่มีคำอธิบายก็ได้ หมายเหตุ: เมื่อแสดงในโฆษณา ความยาวของบรรทัดแรกแบบยาวจะขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ที่ปรากฏ โดยถ้าถูกตัด จะมีเครื่องหมายจุดไข่ปลาแสดงที่ตอนท้าย

      คำอธิบาย (ไม่เกิน 90 อักขระ) เป็นส่วนที่เพิ่มในบรรทัดแรกและเชิญชวนให้ผู้ใช้ดำเนินการ หมายเหตุ: ความยาวของคำอธิบายที่แสดงจะขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ โดยถ้าถูกตัด จะมีเครื่องหมายจุดไข่ปลาแสดงที่ตอนท้าย
    4. URL สุดท้าย: ป้อนที่อยู่ URL ของหน้าในเว็บไซต์ที่ผู้ใช้จะเข้าถึงเมื่อคลิกโฆษณา
  14. แสดงตัวอย่างโฆษณาที่มีศักยภาพ เนื่องจากโฆษณาที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ออกแบบมาเพื่อให้เข้าถึงพื้นที่โฆษณาเกือบทุกแบบในเครือข่ายดิสเพลย์ โฆษณาประเภทนี้จึงแสดงได้หลายพันรูปแบบ
  15. คลิกบันทึก

ข้อควรจำ

เนื่องจากแคมเปญ Shopping เหล่านี้ใช้ระบบแมชชีนเลิร์นนิง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญสำหรับงบประมาณ ผลิตภัณฑ์ และกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง เราจึงขอแนะนำให้คุณให้เวลาแคมเปญใหม่ในการปรับตัวก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ให้แคมเปญทำงานอยู่เสมอ

แคมเปญ Smart Shopping จะขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายรีมาร์เก็ตติ้งซึ่งก็คือผู้เข้าชมเว็บไซต์ ในการทำให้แคมเปญยังคงทำงานอยู่ ต้องเพิ่มผู้ชมในกลุ่มเป้าหมายรีมาร์เก็ตติ้งอย่างต่อเนื่อง หากกลุ่มเป้าหมายรีมาร์เก็ตติ้งสำหรับแคมเปญ Smart Shopping ไม่ได้รับผู้ชมใหม่เป็นเวลา 2 วันติดต่อกัน คุณจะได้รับคำเตือนและขั้นตอนในการแก้ไขปัญหา หากไม่มีการแก้ไขภายใน 28 วันแคมเปญจะไม่แสดงผลจนกว่าจะมีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

หากแคมเปญ Smart Shopping หยุดทำงานชั่วคราวหรือได้รับคำเตือนเนื่องจากกลุ่มเป้าหมายรีมาร์เก็ตติ้งหยุดเติบโต คุณทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้

  1. ลงชื่อเข้าใช้ Google Ads
  2. คลิกไอคอนเครื่องมือ 
  3. คลิกตัวจัดการกลุ่มเป้าหมาย ใต้ "ไลบรารีที่ใช้ร่วมกัน"
  4. คลิกแหล่งที่มาของกลุ่มเป้าหมาย
  5. ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาของกลุ่มเป้าหมายมีปัญหาสำคัญหรือไม่
    1. หากมีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับแท็ก Google Ads ให้แก้ไขรายการและแท็กรีมาร์เก็ตติ้งของเว็บไซต์
    2. หากมีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับ Google Analytics ให้แก้ไขรายการรีมาร์เก็ตติ้งของ Google Analytics

หมายเหตุ: หากเปิดใช้การแชร์รายการภายใน MCC คุณอาจสูญเสียสิทธิ์เข้าถึงรายการที่เคยแชร์กับคุณก่อนหน้านี้ ดูรายการกลุ่มเป้าหมายโดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ลงชื่อเข้าใช้ Google Ads
  2. คลิกไอคอนเครื่องมือ 
  3. คลิกตัวจัดการกลุ่มเป้าหมาย ใต้ "ไลบรารีที่ใช้ร่วมกัน"
  4. คลิกรายการกลุ่มเป้าหมาย
  5. หากมีรายการใดขาดหายไป โปรดติดต่อเจ้าของ MCC เพื่อเปิดใช้การแชร์รายการ

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง


เกี่ยวกับแคมเปญ Smart Shopping
เกี่ยวกับแคมเปญ Shopping และโฆษณา Shopping 
เกี่ยวกับรีมาร์เก็ตติ้ง

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว