ติดตามคลิกบนเว็บไซต์เป็น Conversion

คุณใช้เครื่องมือวัด Conversion เพื่อติดตามเมื่อมีผู้คลิกปุ่มหรือลิงก์ในเว็บไซต์ได้ เช่น คุณอาจติดตามเวลาที่มีผู้คลิกปุ่ม "ซื้อเลย" หรือเวลาที่มีผู้คลิกหมายเลขโทรศัพท์ในเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ก็ได้

บทความนี้อธิบายวิธีเพิ่มและแก้ไขแท็กเครื่องมือวัด Conversion เพื่อติดตามคลิกของลูกค้าบนเว็บไซต์ หากต้องการติดตาม Conversion เมื่อมีการโหลดหน้าเว็บแทน ให้ทำตามวิธีการเหล่านี้

ก่อนเริ่มต้น

ก่อนที่คุณจะเพิ่มแท็กเครื่องมือวัด Conversion ลงในเว็บไซต์ได้ คุณจะต้องทำสิ่งต่อไปนี้

  • ตรวจสอบว่าเครื่องมือวัด Conversion ชนิดนี้เหมาะกับคุณหรือเปล่า
  • มีสิทธิ์แก้ไขเว็บไซต์ คุณหรือผู้ดูแลเว็บของคุณจะต้องมีสิทธิ์เพิ่มแท็กลงในโค้ดของเว็บไซต์

วิธีการ

เลือกแท็กเครื่องมือวัด Conversion เวอร์ชันที่ใช้อยู่ คุณรับข้อมูลโค้ดแท็กทั่วเว็บไซต์ได้จาก Google Ads เท่านั้นเราขอแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้เวอร์ชันใหม่ แต่แท็กจาก AdWords เวอร์ชันก่อนหน้าจะยังใช้งานได้ต่อไป เราระบุวิธีการไว้แล้วในกรณีที่คุณติดตั้งแท็กเรียบร้อยแล้ว 

ตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion โดยใช้แท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์

  1. ก่อนอื่น ให้สร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion (ดูส่วนตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion สำหรับเว็บไซต์เมื่อติดตามการคลิกเว็บไซต์บนเดสก์ท็อป หรือติดตามการคลิกของหมายเลขโทรศัพท์ในเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่เมื่อติดตามการคลิกเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่)เมื่อไปถึงส่วนที่เกี่ยวกับการตั้งค่าแท็กแล้ว อย่าลืมเลือกคลิกแทนการโหลดหน้าเว็บ ข้อมูลโค้ดเหตุการณ์จะมีลักษณะดังนี้
<script>
function gtag_report_conversion(url) {
  var callback = function () {
    if (typeof(url) != 'undefined') {
      window.location = url;
    }
  };
  gtag('event', 'conversion', {
      'send_to': 'AW-CONVERSION_ID/CONVERSION_LABEL',
      'value': 1.0,
      'currency': 'USD',
      'event_callback': callback
  });
return false;
}
</script>

Note

You may disable the collection of remarketing data for users who do not wish to view personalized ads. Learn how to disable the collection of remarketing data for specific users
  1. เปิด HTML ของหน้าเว็บไซต์ของคุณที่มีปุ่มหรือลิงก์ที่ต้องการติดตาม แทรกข้อมูลโค้ดเหตุการณ์ระหว่างแท็ก head (<head></head>) ของหน้า โดยให้อยู่หลังแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์
  2. ตอนนี้คุณจะต้องเพิ่มแอตทริบิวต์ onclick ลงในโค้ดโดยตรงสำหรับปุ่มหรือลิงก์ที่ต้องการติดตาม โค้ดเฉพาะเจาะจงที่ใช้จะขึ้นอยู่กับวิธีการแสดงลิงก์หรือปุ่มบนเว็บไซต์ ได้แก่ แสดงเป็นลิงก์ข้อความ ปุ่ม หรือรูปภาพปุ่ม

เพิ่มโค้ดลงในลิงก์ข้อความ: โค้ดนี้แสดงวิธีเพิ่มฟังก์ชันการติดตามการคลิกลงในลิงก์โดยใช้แท็ก <a> ในโค้ดด้านล่าง ให้ใส่ URL ปลายทางของลิงก์แทน “http://example.com/your-link” หรือใส่หมายเลขโทรศัพท์ในเว็บไซต์แทนหมายเลข “800-123-4567” และใส่ข้อความลิงก์แทนคำว่า “ดาวน์โหลดเลย!” หรือ "โทรเลย!" ระบบจะไฮไลต์โค้ดที่ควรเพิ่มลงในแท็กลิงก์เป็นสีเหลือง

<a onclick="return gtag_report_conversion('http://example.com/your-link');"
href="http://example.com/your-link">Download now!</a>

or

<a onclick="return gtag_report_conversion('tel:800-123-4567');" href="tel:800-123-4567">Call now!</a>
 

เพิ่มโค้ดลงในปุ่ม: โค้ดนี้แสดงวิธีเพิ่มฟังก์ชันการติดตามการคลิกลงในปุ่มโดยใช้แท็ก <button>ในโค้ดด้านล่าง ให้ใส่ URL ปลายทางของลิงก์แทน “http://example.com/your-link” หรือใส่หมายเลขโทรศัพท์ในเว็บไซต์แทนหมายเลข “800-123-4567”

<button onclick="return gtag_report_conversion(‘http://example.com/your-link')">ส่ง</button>

or

<button onclick="return gtag_report_conversion('tel:800-123-4567')">โทรเลย!</button>

เพิ่มโค้ดลงในรูปภาพปุ่ม: ในโค้ดด้านล่าง ให้ใส่รูปปุ่มแทน “download_button.gif” ใส่พารามิเตอร์ของปุ่มแทนความกว้างและความสูง ใส่ URL สำหรับลิงก์แทน “http://example.com/your-link” หรือใส่หมายเลขโทรศัพท์บนเว็บไซต์แทน “800-123-4567”

<img src="download_button.gif" alt="Download Whitepaper"
        width="32" height="32"
        onclick="return gtag_report_conversion('http://example.com/your-link')" /> 

or
<img src="call_button.gif" alt="Call now!"
        width="32" height="32"
        onclick="return gtag_report_conversion('tel:800-123-4567')" />  

คุณต้องเพิ่มทั้งข้อมูลโค้ดเหตุการณ์และโค้ด onclick ที่เหมาะสมจากตัวอย่างข้างต้นไปยังหน้าที่มีลิงก์หรือปุ่มเพื่อให้เครื่องมือวัด Conversion ทำงาน ข้อมูลนี้จะบอก Google Ads ให้บันทึก Conversion ก็ต่อเมื่อลูกค้าคลิกลิงก์หรือปุ่มเท่านั้น

ข้อมูลสำคัญ

เว็บไซต์ต้องเรียกใช้ฟังก์ชัน gtag_report_conversion เมื่อมีผู้คลิกลิงก์ ปุ่ม หรือรูปภาพปุ่ม และส่งต่อเว็บไซต์หรือลิงก์โทรศัพท์ (เช่น ‘http://example.com/ลิงก์ของคุณ’, ‘tel:800-123-4567’) เป็นค่าพารามิเตอร์ 

ตรวจสอบแท็กเครื่องมือวัด Conversion

หากต้องการตรวจสอบว่าติดตั้งแท็ก Conversion และติดตาม Conversion อย่างถูกต้องแล้ว หรือหากคิดว่าอาจมีปัญหาเกี่ยวกับแท็ก ให้ตรวจสอบแท็กเครื่องมือวัด Conversion

ตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion โดยใช้ Javascript

ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อติดตาม Conversion ตามการคลิกในเว็บไซต์หรือเว็บไซต์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่

  1. เมื่อตั้งค่าการกระทำที่ถือเป็น Conversion แล้ว แท็ก Conversion ควรมีลักษณะเช่นนี้
    	<!-- โค้ด Google สำหรับหน้า Conversion เพิ่มลงในรถเข็น
     เพิ่มข้อมูลโค้ดและเรียกใช้ goog_report_conversion ในหน้า HTML
     เมื่อมีผู้คลิกลิงก์หรือปุ่มที่เลือกไว้ -->
    	<script type="text/javascript">
      /* >![CDATA[ */
    	goog_snippet_vars = function() {
    	  var w = window;
          w.google_conversion_id = 12345678;
    	  w.google_conversion_label = "abcDeFGHIJklmN0PQ";
    	  w.google_conversion_value = 13.00;
    	  w.google_conversion_currency = "USD";
    	  w.google_remarketing_only = false;
    	}
    	// อย่าเปลี่ยนโค้ดด้านล่าง
    	goog_report_conversion = function(url) {
    	  goog_snippet_vars();
    	  window.google_conversion_format = "3";
    	  var opt = new Object();
    	  opt.onload_callback = function() {
    	  if (typeof(url) != 'undefined') {
    	    window.location = url;
    	  }
    	}
    	var conv_handler = window['google_trackConversion'];
    	if (typeof(conv_handler) == 'function') {
    	  conv_handler(opt);
    	  }
            }
    	/* ]]> */
    	</script>
    	<script type="text/javascript"
    	src="//www.googleadservices.com/pagead/conversion_async.js">
    	</script>
    

    หมายเหตุ

    คุณจะปิดการรวบรวมข้อมูลรีมาร์เก็ตติ้งสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการดูโฆษณาที่ปรับตามโปรไฟล์ของผู้ใช้ได้ ดูวิธีปิดใช้การรวบรวมข้อมูลรีมาร์เก็ตติ้งกับผู้ใช้บางราย 
  2. เปิด HTML ของหน้าเว็บไซต์ของคุณที่มีปุ่มหรือลิงก์ที่ต้องการติดตาม
  3. วางแท็กเครื่องมือวัด Conversion ระหว่างแท็กเนื้อหา (<body></body>) ของหน้าเว็บ
  4. ตอนนี้คุณจะต้องเพิ่มคำสั่ง onclick ลงในโค้ดโดยตรงสำหรับปุ่มหรือลิงก์ที่ต้องการติดตาม โค้ดที่ใช้จะขึ้นอยู่กับวิธีแสดงลิงก์หรือปุ่มในเว็บไซต์ โดยอาจเป็นลิงก์ข้อความ รูปภาพ หรือปุ่ม:
    • เพิ่มโค้ดลงในลิงก์ข้อความ ใส่ URL ของเว็บไซต์หรือลิงก์โทรศัพท์แทนลิงก์ “http://example.com/ลิงก์ของคุณ” และใส่ข้อความลิงก์แทน "ดาวน์โหลดเลย!"
       
      <a onclick="goog_report_conversion ('http://example.com/your-link')"
      href="http://example.com/your-link">ดาวน์โหลดเลย!</a>
      

      หรือ  
      <a onclick="goog_report_conversion ('tel:800-123-4567')"
      href="#">โทรเลย!</a>
      
    • เพิ่มโค้ดลงในปุ่ม ใส่ URL ของเว็บไซต์หรือลิงก์โทรศัพท์แทนลิงก์ “http://example.com/ลิงก์ของคุณ” และใส่ปุ่มแทน "ดาวน์โหลดเลย!"
       
      <button onclick="goog_report_conversion('http://example.com/your-link')" href="http://example.com/your-link">ดาวน์โหลดเลย!</button>
      

      หรือ  
      <button onclick="goog_report_conversion('tel:800-123-4567')">โทร 800-123-4567</button>
      
    • เพิ่มโค้ดลงในรูปภาพ: ในโค้ดด้านล่าง ให้ใส่รูปภาพปุ่มแทน “download_button.gif” ใส่พารามิเตอร์ของปุ่มแทนความกว้างและความสูง แล้วใส่ URL ของลิงก์แทน “http://example.com/your-link”
       
      <img src="download_button.gif" alt="ดาวน์โหลดเอกสาร"
              width="32" height="32"
              onClick="goog_report_conversion
              ('http://example.com/your-link')"/>        

      หรือ  
      <img src="my_phone_button.gif" alt="โทร 800-123-4567"
       width="32" height="32" 
       onClick="goog_report_conversion('tel:800-123-4567')"/>
      

คุณต้องใส่ทั้งแท็กเครื่องมือวัด Conversion และโค้ด onclick ที่เหมาะสมจากตัวอย่างข้างต้นลงไปเพื่อให้การติดตามทำงานได้ การดำเนินการนี้จะบอกให้ Google Ads บันทึก Conversion เฉพาะเวลาที่ลูกค้าคลิกลิงก์หรือปุ่มที่เลือกไว้เท่านั้น

ตรวจสอบแท็ก Conversion

หากต้องการตรวจสอบว่าแท็ก Conversion ของคุณติดตั้งแล้วและติดตาม Conversion ได้อย่างถูกต้อง หรือหากคิดว่าอาจมีปัญหาเกี่ยวกับแท็ก ให้อ่านวิธีการตรวจสอบแท็กเครื่องมือวัด Conversion

 
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว