นำเข้า Conversion การโทร

หากส่วนใหญ่คุณทำธุรกิจผ่านโทรศัพท์ คุณจะต้องการวิธีการวัดเมื่อโฆษณานำไปสู่การโทรผ่านโทรศัพท์ และเมื่อการโทรเหล่านั้นนำไปสู่การขายและการกระทำที่มีคุณค่าอื่นๆ ของลูกค้า การนำเข้า Conversion การโทรไปยัง Google Ads จะช่วยให้ติดตามได้ว่าโฆษณานำไปสู่การโทรที่สำคัญที่สุดได้อย่างไร

บทความนี้จะแสดงวิธีการตั้งค่าการนำเข้า Conversion การโทรและการเริ่มต้นนำเข้าไปยังบัญชี หากต้องการทราบข้อมูลพื้นฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำงานของการนำเข้า Conversion การโทร โปรดดูบทความเกี่ยวกับการนำเข้า Conversion การโทรของเรา

ก่อนเริ่มใช้งาน

หากต้องการใช้งานเครื่องมือวัด Conversion ประเภทนี้ คุณจะต้องทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • รับสายโทรเข้าในประเทศที่มีสิทธิ์: เครื่องมือวัด Conversion ประเภทนี้จำเป็นต้องใช้หมายเลขโอนสายของ Google ซึ่งปัจจุบันใช้งานได้ในประเทศเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหมายเลขโอนสายของ Google จะมีให้บริการในอินเดียและญี่ปุ่น แต่การนำเข้า Conversion การโทรจะไม่สามารถใช้ได้ในทั้ง 2 ประเทศ
  • มีส่วนขยายการโทรหรือโฆษณาแบบโทรออกเท่านั้น: คุณจะกำหนดค่าส่วนขยายการโทรหรือโฆษณาแบบโทรออกเท่านั้นก่อนหรือหลังจากที่ตั้งค่าการกระทำที่ถือเป็น Conversion ก็ได้ ข้อกำหนดนี้จะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการติดตามการโทรจากโฆษณาโดยตรง จากหมายเลขบนเว็บไซต์ หรือทั้งสองอย่าง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีคุณสมบัติในการใช้ Conversion การโทรประเภทนั้นๆ ที่จะรวมไว้ในการนำเข้าของคุณ ซึ่งได้แก่
    • การโทรจากโฆษณา: คุณจะต้องมีส่วนขยายการโทรหรือโฆษณาแบบโทรออกเท่านั้นอย่างน้อย 1 รายการที่ใช้หมายเลขโอนสายของ Google
    • การโทรจากเว็บไซต์: คุณจะต้องมีส่วนขยายการโทรอย่างน้อย 1 รายการที่ใช้งานอยู่กับแคมเปญที่ต้องการติดตาม
  • มีระบบสำหรับติดตามข้อมูลการโทร: ในการนำเข้า Conversion การโทร คุณจะต้องติดตามรายละเอียดการโทร เช่น หมายเลขโทรศัพท์ของผู้โทรและเวลาเริ่มต้นการโทร (ดูรายละเอียดทั้งหมดที่จะติดตามได้ที่นี่) และติดตามเมื่อการโทรนำไปสู่ Conversion เช่น การขาย ซึ่งจะทำงานได้ดีที่สุดหากคุณใช้ระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) หากคิดว่าการทำงานนี้เป็นไปไม่ได้สำหรับธุรกิจ คุณอาจต้องการตรวจสอบ Conversion การโทรประเภทอื่นๆ ที่ Google Ads มีให้บริการ

นอกจากนี้คุณยังใช้ Google Ads API (AdWords API) เพื่อเชื่อมโยงการโทรกับ Conversion ได้อย่างยืดหยุ่นขึ้นได้อีกด้วย

วิธีการ

คลิกที่ลิงก์ด้านล่างเพื่อดูวิธีการตั้งค่าการนำเข้า Conversion การโทรของคุณ โปรดทราบว่าในบางกรณี วิธีการจะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการติดตามการโทรจากโฆษณาหรือการโทรจากหมายเลขโทรศัพท์บนเว็บไซต์ของคุณ ปฏิบัติตามวิธีการสำหรับการโทรทุกประเภทที่จะรวมอยู่ในการนำเข้าของคุณ

ขั้นตอนที่ 1: สร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion ใน Google Ads

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกไอคอนเครื่องมือ ที่มุมขวาบนของบัญชี
  3. คลิก Conversion ในส่วน "การวัด"
  4. คลิกปุ่มบวก
  5. คลิกนำเข้า
  6. ในส่วน "เลือกสิ่งที่คุณต้องการนำเข้า" ให้เลือก "แหล่งข้อมูลอื่นๆ หรือ CRM" แล้วเลือก "ติดตาม Conversion จากการโทร"
  7. คลิกต่อไป
  8. ตั้งค่าการกระทำที่ถือเป็น Conversion ใหม่ให้เสร็จสมบูรณ์ และโปรดคำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้
    1. เมื่อป้อนชื่อ Conversion คุณจะต้องจำการสะกดได้อย่างถูกต้อง โดยจะต้องป้อนชื่อนี้ภายหลัง ตอนที่อัปโหลดข้อมูล Conversion การโทร
    2. ระบบจะเลือกการตั้งค่า "รวมใน 'Conversion'" เป็นค่าเริ่มต้น โปรดยกเลิกการเลือกหากไม่ต้องการรวมข้อมูลของการกระทำที่ถือเป็น Conversion นี้ไว้ในคอลัมน์การรายงาน "Conversion" แต่แม้ว่าคุณจะยกเลิกการเลือกการตั้งค่านี้ ข้อมูลก็ยังอาจรวมอยู่ในคอลัมน์ "Conversion ทั้งหมด"

      คุณอาจต้องใช้การตั้งค่านี้หากใช้กลยุทธ์การเสนอราคาอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ Conversion และไม่ต้องการรวมการกระทำที่ถือเป็น Conversion นี้ไว้ในกลยุทธ์การเสนอราคา ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่า "รวมใน 'Conversion'"

    3. หากมีการกระทำที่ถือเป็น Conversion อื่นๆ ซึ่งติดตามการโทรเดียวกัน ตัวอย่างเช่น หากมีการกระทำที่ถือเป็น Conversion เพื่อติดตามการโทรจากโฆษณาอยู่แล้ว และวางแผนที่จะติดตามการโทรเดียวกันด้วยการนำเข้าการกระทำที่ถือเป็น Conversion การโทร คุณควรจะรวมการกระทำที่ถือเป็น Conversion เพียงรายการเดียวในคอลัมน์ “Conversion” การรวมไว้ทั้ง 2 รายการจะเป็นการนับ Conversion 2 รายการสำหรับทุกการโทร และหากคุณเพิ่มประสิทธิภาพการเสนอราคาสำหรับ Conversion ก็จะเป็นการเสนอราคาสำหรับ Conversion 2 รายการของทุกการโทร

      เราขอแนะนำให้ทำเครื่องหมายที่การตั้งค่า "รวมใน 'Conversion'" สำหรับการนำเข้าการกระทำที่ถือเป็น Conversion การโทร และไม่เลือกการตั้งค่าสำหรับการกระทำที่ถือเป็น Conversion อื่นใดก็ตามซึ่งติดตามการโทรเดียวกัน

  9. คลิกสร้างและต่อไป
  10. เลือกตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่งต่อไปนี้
    • หากเพียงต้องการติดตามการโทรจากหมายเลขโทรศัพท์ในโฆษณา ให้คลิกเสร็จสิ้นเพื่อสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion ให้เสร็จ แล้วก็จะข้ามขั้นตอนต่อๆ ไปได้
    • หากต้องการติดตามการโทรจากหมายเลขโทรศัพท์บนเว็บไซต์ ให้ทำตามขั้นตอนที่ 2: ตั้งค่าแท็กเครื่องมือวัด Conversion

ขั้นตอนที่ 2: ตั้งค่าแท็กเครื่องมือวัด Conversion (สำหรับการโทรจากเว็บไซต์เท่านั้น)

หากต้องการติดตามการโทรจากหมายเลขโทรศัพท์บนเว็บไซต์ ให้ทำตามขั้นตอนด้านล่าง แต่หากเพียงต้องการติดตามการโทรจากหมายเลขในโฆษณาก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้

เมื่อจะตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion คุณจะต้องเพิ่มข้อมูลโค้ด 2 รายการลงในเว็บไซต์ของคุณ ได้แก่ แท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์และข้อมูลโค้ดโทรศัพท์

แท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์จะเพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ลงในรายการรีมาร์เก็ตติ้ง "ผู้เข้าชมทั้งหมด" (หากคุณตั้งค่ารีมาร์เก็ตติ้งไว้) และตั้งค่าคุกกี้ใหม่ในโดเมนซึ่งจะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการคลิกโฆษณาที่นำผู้อื่นมายังเว็บไซต์ของคุณ โปรดทราบว่าแท็กเครื่องมือวัด Conversion ของ Google Ads จะใช้ข้อมูลการคลิกนี้เพื่อระบุแหล่งที่มาของ Conversion สำหรับแคมเปญ Google Ads ได้ โปรดแจ้งรายละเอียดการรวบรวมข้อมูลที่ชัดเจนและครอบคลุมให้ผู้ใช้ทราบ รวมถึงได้รับความยินยอมตามที่กฎหมายกำหนด

คุณต้องติดตั้งแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ในเว็บไซต์ทุกๆ หน้า แต่ต้องมีแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์เพียงแท็กเดียวในบัญชี Google Ads แต่ละบัญชี

ข้อมูลโค้ดโทรศัพท์จะใส่หมายเลขโอนสายของ Google แทนหมายเลขโทรศัพท์บนเว็บไซต์ของคุณ ติดตั้งข้อมูลโค้ดนี้ในหน้าเว็บไซต์ที่หมายเลขโทรศัพท์ของคุณปรากฏขึ้น

  1. เลือกตัวเลือกที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณมากที่สุดในส่วน "แท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์" และทำตามวิธีการในการติดตั้งแท็ก
    • ฉันไม่ได้ติดตั้งแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ในเว็บไซต์ของฉัน: เลือกตัวเลือกนี้ หากนี่เป็นครั้งแรกที่คุณตั้งค่าแท็กสำหรับการกระทำที่ถือเป็น Conversion ในบัญชีของคุณ และคุณไม่ได้ติดตั้งแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์จากผลิตภัณฑ์อื่นของ Google ตัวเลือกนี้จะแสดงแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์อย่างครบถ้วน หากต้องการติดตั้งแท็ก ให้คัดลอกโค้ดแท็กและวางไว้ระหว่างแท็ก <head></head> ของเว็บไซต์ทุกๆ หน้า

      นี่คือตัวอย่างของแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ โดย “CONVERSION_ID” หมายถึงรหัส Conversion เฉพาะสำหรับบัญชี Google Ads ของคุณเท่านั้น

      <script async src="https://www.googletagmanager.com/gtag/js?id=AW-CONVERSION_ID"></script>
      <script>

        window.dataLayer = window.dataLayer || [];
        function gtag(){dataLayer.push(arguments);}
        gtag('js', new Date());
        gtag('config', 'AW-CONVERSION_ID');


      </script>
    • ฉันได้ติดตั้งแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ในเว็บไซต์ของฉันจากผลิตภัณฑ์อื่นของ Google (เช่น Google Analytics) หรือจากบัญชีอื่นของ Google Ads: หากตัวเลือกนี้เหมาะกับคุณ ก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ลงในเว็บไซต์อีกครั้ง แต่คุณจะต้องเพิ่มคำสั่ง Config (ส่วนของโค้ดที่มีรหัส Conversion) ไปยังทุกอินสแตนซ์ของแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ เพื่อให้เครื่องมือวัด Conversion ใช้งานได้กับบัญชีนี้ ตัวเลือกนี้จะแสดงคำสั่งดังกล่าว โดย “AW-CONVERSION_ID” หมายถึงรหัส Conversion ของบัญชีของคุณ

      gtag('config', 'AW-CONVERSION_ID');

      เพิ่มคำสั่ง config ไปยังทุกอินสแตนซ์ของแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ในเว็บไซต์ของคุณทางด้านขวาเหนือแท็กปิดท้าย </ script> 

      นี่คือตัวอย่างแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ที่กำหนดค่าสำหรับทั้ง Google Analytics และ Google Ads โดยคำสั่ง config สำหรับบัญชี Google Ads จะมีสีไฮไลต์ไว้

      <script async src="https://www.googletagmanager.com/gtag/js?id=GA-_TRACKING_ID">

      </script>

      <script>

        window.dataLayer = window.dataLayer || [];

        function gtag(){dataLayer.push(arguments);}

        gtag('js', new Date());

        gtag('config', 'GA_TRACKING_ID');

        gtag('config', 'AW-CONVERSION_ID');

      </script>

    • ฉันได้ติดตั้งแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ในเว็บไซต์ของฉันเมื่อตอนที่สร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion รายการอื่นในบัญชี Google Ads นี้: หากตัวเลือกนี้เหมาะกับคุณ ก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ลงในเว็บไซต์อีกครั้ง เพียงแค่ตรวจสอบว่าแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ปรากฏในเว็บไซต์ทุกๆ หน้า และคำสั่ง Config ในแต่ละอินสแตนซ์ของแท็กมีรหัส Conversion ของบัญชี คุณจะเห็นรหัส Conversion เมื่อเลือกตัวเลือกนี้

  2. (ไม่บังคับ) แก้ไขแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ตามค่ากำหนดของคุณ

    • หากไม่ต้องการให้แท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์เพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ลงในรายการรีมาร์เก็ตติ้ง ให้เพิ่มส่วนที่ไฮไลต์ด้านล่างลงในคำสั่ง config ของแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ ดังนี้

      gtag('config', 'AW-CONVERSION_ID', {'send_page_view': false});

    • หากไม่ต้องการให้แท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์กำหนดคุกกี้บุคคลที่หนึ่งในโดเมนของเว็บไซต์ ให้เพิ่มส่วนที่ไฮไลต์ด้านล่างลงในคำสั่ง config ของแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ ดังนี้

      gtag('config', 'AW-CONVERSION_ID', {'conversion_linker': false});

      แต่เราไม่แนะนำเพราะจะทำให้การวัด Conversion แม่นยำน้อยลง

  3. คัดลอกแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ จากนั้นทำตามวิธีการเพื่อเพิ่มแท็กลงในเว็บไซต์

  4. เลือกตัวเลือกข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ถัดจาก “ข้อมูลโค้ดโทรศัพท์”

    • ป้อนหมายเลขโทรศัพท์ตามที่ปรากฏในเว็บไซต์ ป้อนหมายเลขโทรศัพท์ที่คุณต้องการติดตามการโทร โดยป้อนตัวเลขให้ตรงกับที่แสดงบนเว็บไซต์ ตัวอย่างเช่น หากหมายเลขโทรศัพท์บนเว็บไซต์มีรหัสประเทศ ให้ใส่รหัสประเทศไว้ที่นี่ หากไม่มีรหัสประเทศ ก็ไม่ต้องใส่รหัสประเทศไว้ที่นี่ จากนั้นคลิกสร้างข้อมูลโค้ด (โปรดทราบว่าตัวเลือกนี้จะไม่ทำงานหากคุณต้องการติดตามหมายเลขโทรศัพท์บนเว็บไซต์มากกว่า 1 หมายเลข)

      ตัวอย่าง: คุณแสดงหมายเลขโทรศัพท์บนเว็บไซต์เป็น 1-650-555-5555 คุณควรป้อนหมายเลขเป็น 02-454-5555 หากคุณป้อน 650-555-5555 หรือ 555-5555 Google Ads จะค้นหาหมายเลขและติดตาม Conversion อย่างถูกต้องไม่ได้

    • ไม่ป้อนหมายเลข คุณจะต้องแก้ไขโค้ดเว็บไซต์ด้วยตนเอง หากเลือกตัวเลือกนี้ คุณจะต้องทำตามคำแนะนำด้านล่างเพื่อแก้ไขโค้ดเว็บไซต์ด้วยตนเอง หลังจากที่ติดตั้งแท็กแล้ว ตัวเลือกนี้เป็นตัวเลือกขั้นสูงขึ้น และแนะนำให้ใช้ต่อเมื่อคุณใช้ JavaScript เป็นเท่านั้น คุณควรใช้ตัวเลือกนี้หากต้องการติดตามการโทรมาที่หมายเลขโทรศัพท์บนเว็บไซต์มากกว่า 1 หมายเลข

  5. ตอนนี้คุณจะเห็นโค้ดสำหรับข้อมูลโค้ดโทรศัพท์ตามตัวเลือกที่คุณเลือกอยู่ในส่วน "ติดตั้งข้อมูลโค้ดโทรศัพท์" คัดลอกข้อมูลโค้ดเพื่อเพิ่มลงในเว็บไซต์ของคุณตอนนี้ หรือคลิกดาวน์โหลดข้อมูลโค้ดเพื่อเพิ่มในภายหลัง 

  6. เปิด HTML สำหรับหน้าเว็บที่หมายเลขโทรศัพท์ปรากฏบนเว็บไซต์

  7. วางข้อมูลโค้ดโทรศัพท์ไว้ระหว่างแท็ก head (<head></head>) ของหน้า ด้านหลังแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์

  8. บันทึกการเปลี่ยนแปลงในหน้าเว็บ

  9. คลิกถัดไป

  10. คลิกเสร็จสิ้น

ตัวอย่าง


ตัวอย่างของ HTML ก่อนและหลังจากเพิ่มแท็กเครื่องมือวัด Conversion มีดังนี้

ตัวอย่าง HTML ก่อนโค้ดเครื่องมือวัด Conversion (ตัวอย่างเท่านั้น อย่าใช้ในโค้ดของเว็บไซต์)

<html>
<head>
<title>ตัวอย่างไฟล์ HTML</title>
</head>
<body>
นี่คือส่วนเนื้อหาในหน้าเว็บของคุณ
</body>
</html>

ตัวอย่าง HTML หลังโค้ดเครื่องมือวัด Conversion (ตัวอย่างเท่านั้น อย่าใช้ในโค้ดของเว็บไซต์)

<html>
<head>
<title>ตัวอย่างไฟล์ HTML</title>

<!-- Global site tag (gtag.js) - Google Ads: AW-CONVERSION_ID -->
<script async src="https://www.googletagmanager.com/gtag/js?id=AW-CONVERSION_ID"></script>
<script>
  window.dataLayer = window.dataLayer || [];
  function gtag(){dataLayer.push(arguments);}
  gtag('js', new Date());
  gtag('config', 'AW-CONVERSION_ID');
</script>

<script>
  gtag('config', 'AW-CONVERSION_ID/CONVERSION_LABEL', {
    'phone_conversion_number': '1-650-555-5555'
  });
</script>


</head>
<body>
นี่คือส่วนเนื้อหาในหน้าเว็บของคุณ
</body>

ขั้นตอนที่ 3: เพิ่มโค้ดเพื่อแทนที่หมายเลขของคุณด้วยหมายเลขโอนสายของ Google (สำหรับการโทรจากเว็บไซต์เท่านั้น)

หากต้องการติดตามการโทรจากหมายเลขโทรศัพท์บนเว็บไซต์ ให้ทำตามวิธีการเหล่านี้เพื่อแก้ไขโค้ดแท็ก ไม่เช่นนั้น ให้ข้ามขั้นตอนนี้

ขั้นตอนที่ 4: เตรียมข้อมูลที่จะนำเข้า

หากเวลาเริ่มต้นการโทรและเวลาที่เกิด Conversion ทั้งหมดของคุณอยู่ในเขตเวลาเดียวกัน ให้ตั้งค่าเขตเวลาครั้งเดียวในแถว "Parameters"

  1. ดาวน์โหลดเทมเพลตการอัปโหลด Conversion การโทร (ดาวน์โหลด Excel, CSV หรือ Google ชีต) นอกจากนี้คุณยังทำตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อดาวน์โหลดเทมเพลตได้อีกด้วย หากต้องการให้ Google Ads นำเข้า Conversion โดยอัตโนมัติตามกำหนดการอย่างสม่ำเสมอ (ดูขั้นตอนที่ 5: นำเข้า Conversion ของคุณ) คุณจะต้องใช้ Google ชีตหรือจัดเก็บไฟล์ทางออนไลน์ด้วย HTTPS หรือ SFTP
    หากนำเข้า Conversion ภายใน 1 วันที่มีการคลิก Google Ads อาจยังบันทึก Conversion เหล่านั้นไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดคืออัปโหลดข้อมูลซึ่งมีปริมาณเกิน 1 วันในการนำเข้าแต่ละครั้ง Google Ads จะไม่นับ Conversion ที่ซ้ำกัน
    1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
    2. คลิกไอคอนเครื่องมือ ที่มุมขวาบนของบัญชี
    3. คลิก Conversion ในส่วน "การวัด"
    4. คลิกอัปโหลดในเมนูด้านซ้าย
    5. คลิกปุ่มบวก
    6. คลิกดูเทมเพลต
    7. ค้นหาเทมเพลตของ Conversion การโทร แล้วเลือกรูปแบบเทมเพลตที่ต้องการดาวน์โหลด
  2. เลือกวิธีป้อนเขตเวลาในไฟล์ ดังนี้
     หากเวลาที่เกิด Conversion ทั้งหมดอยู่ในเขตเวลาเดียวกัน ให้ตั้งค่าเขตเวลาครั้งเดียวในแถว "Parameters" หากเวลาที่เกิด Conversion อยู่ในเขตเวลาแตกต่างกัน ให้เพิ่มเขตเวลาให้กับเวลาที่เกิด Conversion แต่ละรายการโดยใช้คอลัมน์ "เวลาที่เกิด Conversion" ดูวิธีการและตารางภายใน “เวลาเริ่มต้นการโทร” ในขั้นตอนที่ 4 ด้านล่าง หากไม่ได้ป้อนเขตเวลาในแถว "Parameters" ไว้ ให้ลบแถว "Parameters" อีกวิธีหนึ่งคือใส่เขตเวลาทั้งในแถว "Parameters" และ "Conversion Time" ระบบจะใช้ "Conversion Time" ก่อน และหากมี Conversion ที่ไม่มีเขตเวลา ระบบจะใช้ค่า "Parameters"
  3. ป้อนเขตเวลาโดยใช้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งต่อไปนี้
    • หากเวลาเริ่มต้นการโทรและเวลาที่เกิด Conversion อยู่ในเขตเวลาแตกต่างกัน ให้เพิ่มเขตเวลาให้กับเวลาเริ่มต้นการโทรและเวลาที่เกิด Conversion แต่ละรายการโดยใช้คอลัมน์ "เวลาที่เกิด Conversion" ดูวิธีการและตารางภายใน “เวลาเริ่มต้นการโทร” ในขั้นตอนที่ 4 ด้านล่าง หากไม่ได้ป้อนเขตเวลาในแถว "Parameters" ไว้ ให้ลบแถว "Parameters"
    • หรือป้อนเขตเวลาทั้งในแถว “Parameters” รวมทั้ง “Call Start Time” และ “Conversion Time” ระบบจะใช้เขตเวลาในคอลัมน์ก่อน หากคอลัมน์ใดไม่มีเขตเวลา ระบบจะใช้ค่า "Parameters"
    • ป้อนรหัสเขตเวลาจากรายการนี้ เราขอแนะนำให้ใช้วิธีนี้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในช่วงที่เปลี่ยนไปใช้เวลาออมแสง
    • กรอกค่าชดเชย GMT โดยใส่เครื่องหมาย + หรือ - แล้วตามด้วยค่าต่างของเวลา 4 หลัก (เช่น ค่าชดเชยของนิวยอร์กคือ -0500 และของเบอร์ลินคือ +0100) หากคุณใช้เวลามาตรฐานกรีนิช (Greenwich Mean Time) ป้อนเพียง +0000
  4. ลำดับต่อไป เพิ่มแถวใหม่สำหรับ Conversion แต่ละรายการและใส่ค่าในคอลัมน์ดังต่อไปนี้
    • หมายเลขโทรศัพท์ของผู้โทร: หมายเลขโทรศัพท์จะต้องอยู่ในรูปแบบที่ระบบรองรับแบบใดแบบหนึ่ง ดังนี้
      รูปแบบ ตัวอย่าง
      เครื่องหมาย + ตามด้วยรหัสประเทศและหมายเลข (รูปแบบ E.164) +16505551234
      +4408001690409
      เครื่องหมาย + ตามด้วยรหัสพื้นที่ในสหรัฐฯ และหมายเลขโทรศัพท์ +6505551234
      เครื่องหมาย + ตามด้วยรหัสประเทศและหมายเลขต่างประเทศ รหัสประเทศอาจเป็นอักขระไม่เกิน 3 ตัว และหมายเลขอาจเป็นอักขระไม่เกิน 14 ตัว โดยรวมทั้งตัวเลข ขีดคั่น และช่องว่าง +64 0800-726230

       

    • เวลาเริ่มต้นการโทร: เวลาที่การโทรเริ่มต้นขึ้น จะเพิ่มเขตเวลาลงในเวลาเริ่มต้นการโทรได้โดยใช้ 1 ใน 4 รูปแบบสุดท้ายที่แสดงในรายการ แทนที่ "+z" ด้วยค่าชดเชย GMT ด้วยการใส่เครื่องหมาย + หรือ - ตามด้วยค่าต่างของเวลา 4 หลัก (ตัวอย่างเช่น ค่าชดเชยของนิวยอร์กคือ -0500 และของเบอร์ลินคือ +0100) หรือใส่รหัสเขตเวลาจากรายการนี้แทน "zzzz" รายการรูปแบบวันที่ที่ระบบรองรับมีดังนี้
      รูปแบบ ตัวอย่าง
      MM/dd/yyyy hh:mm:ss aa "08/14/2015 5:01:54 PM"
      MMM dd,yyyy hh:mm:ss aa "Aug 14, 2015 5:01:54 PM"
      MM/dd/yyyy HH:mm:ss "08/14/2015 17:01:54"
      yyyy-MM-dd HH:mm:ss "2015-08-14 13:00:00"
      yyyy-MM-ddTHH:mm:ss "2015-08-14T13:00:00"
      yyyy-MM-dd HH:mm:ss+z "2012-08-14 13:00:00+0500"
      yyyy-MM-ddTHH:mm:ss+z "2012-08-14T13:00:00-0100"
      yyyy-MM-dd HH:mm:ss zzzz "2012-08-14 13:00:00 America/Los_Angeles"
      yyyy-MM-ddTHH:mm:ss zzzz

      "2012-08-14T13:00:00 America/Los_Angeles"

    • ระยะเวลาในการโทร (วินาที): ระยะเวลาของการโทร
    • ชื่อ Conversion: ชื่อของการกระทำที่ถือเป็น Conversion ที่คุณต้องการนำเข้า Conversion นี้ คุณจะต้องสะกดคำและใช้ตัวพิมพ์เล็ก/ใหญ่ตรงตามที่กรอกไว้เมื่อครั้งสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion นี้ในบัญชี Google Ads
    • เวลาที่เกิด Conversion (ช่องไม่บังคับ): วันที่และเวลาที่เกิด Conversion ดูรูปแบบที่ใช้งานได้ภายใน “เวลาเริ่มต้นการโทร” ข้างบน
    • มูลค่า Conversion (ช่องไม่บังคับ):  จำนวนที่แทนมูลค่าที่คุณกำหนดให้กับ Conversion นี้ ค่านี้อาจเป็นค่าเงิน หรือจะใส่ค่าเปรียบเทียบจาก 0 ถึง 10 ก็ได้ (ต้องไม่เป็นจำนวนติดลบ) หากคุณปล่อยช่องนี้ว่างไว้ Google Ads จะใช้ "มูลค่า Conversion" ที่คุณกำหนดไว้เมื่อสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion โดยอัตโนมัติ หากคุณใส่ค่าในช่องนี้ ค่าที่ใส่ไว้จะลบล้างค่าที่คุณกำหนดเมื่อสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion ของคุณ
      • สกุลเงินสำหรับ Conversion (ช่องไม่บังคับ): สกุลเงินที่ใช้ระบุมูลค่า Conversion ใช้ค่านี้ในกรณีที่คุณรายงานมูลค่า Conversion ในหลายสกุลเงิน หรือมีหลายบัญชีที่เรียกเก็บเงินในหลายสกุลเงิน

        รหัสสกุลเงิน

        ประเทศ ชื่อสกุลเงิน รหัสสกุลเงิน
        อาร์เจนตินา เปโซอาร์เจนตินา ARS
        ออสเตรเลีย เหรียญออสเตรเลีย AUD
        ออสเตรีย ยูโร EUR
        เบลเยียม ยูโร EUR
        บราซิล เรียลบราซิล BRL
        แคนาดา เหรียญแคนาดา CAD
        ชิลี เปโซชิลี CLP
        โคลอมเบีย เปโซโคลอมเบีย COP
        เช็กเกีย คราวน์เช็ก CZK
        เดนมาร์ก โครนเดนมาร์ก DKK
        ฟินแลนด์ ยูโร EUR
        ฝรั่งเศส ยูโร
        ฟรังก์ฝรั่งเศส
        EUR
        FRF
        เยอรมนี ยูโร EUR
        กรีซ ยูโร EUR
        กวม ดอลลาร์สหรัฐ THB
        อินเดีย รูปีอินเดีย INR
        อินโดนีเซีย รูเปียอินโดนีเซีย IDR
        ไอร์แลนด์ ยูโร EUR
        อิตาลี ยูโร EUR
        ญี่ปุ่น เยนญี่ปุ่น JPY
        เจอร์ซีย์ ปอนด์อังกฤษ GBP
        มอริทาเนีย ออกิวยามอริเตเนีย MRU
        เม็กซิโก เปโซเม็กซิโก MXN
        เนเธอร์แลนด์ ยูโร EUR
        นิวซีแลนด์ เหรียญนิวซีแลนด์ NZD
        ไนจีเรีย ไนราไนจีเรีย NGN
        นอร์เวย์ โครนนอร์เวย์ NOK
        ฟิลิปปินส์ เปโซฟิลิปปินส์ PHP
        โปแลนด์ สว้อตตี้ PLN
        เปอโตริโก ดอลลาร์สหรัฐ THB
        เรอูนียง ยูโร EUR
        โรมาเนีย ลิวโรมาเนีย
        ลิวโรมาเนียใหม่
        ROL
        RON
        รัสเซีย รูเบิลรัสเซีย RUB
        สิงคโปร์ เหรียญสิงคโปร์ SGD
        แอฟริกาใต้ แรนด์แอฟริกาใต้ ZAR
        สเปน ยูโร EUR
        สวีเดน โครเนอร์สวีเดน SEK
        สวิตเซอร์แลนด์ ฟรังก์สวิส CHF
        ไทย บาทไทย THB
        ตุรกี ลีราตุรกี
        ไลราตุรกีใหม่
        TRL
        ลอง
        ยูเครน ฮรีฟเนียของยูเครน UAH
        สหราชอาณาจักร ปอนด์อังกฤษ
        ยูโร
        GBP
        EUR
        สหรัฐอเมริกา ดอลลาร์สหรัฐ THB
        เวียดนาม ดองเวียดนาม VND

         

คุณจะนำ Conversion ที่นำเข้าแล้วออกไม่ได้ ดังนั้นโปรดป้อนข้อมูลให้ถูกต้อง

ขั้นตอนที่ 5: นำเข้า Conversion

ในการนำเข้า Conversion ออฟไลน์ไปยัง Google Ads คุณจะต้องอัปโหลดไฟล์ Conversion มาที่บัญชี Google Ads หรือบัญชีดูแลจัดการ (MCC) (โปรดทราบว่าคุณจะลบ Conversion ที่นำเข้าหลังจากนำเข้าไปแล้วไม่ได้) โดยจะอัปโหลดไฟล์ครั้งเดียว หรือสร้างกำหนดการเพื่ออัปโหลดไฟล์ที่เก็บไว้ทางออนไลน์อย่างสม่ำเสมอก็ได้ ทำตามวิธีการในการอัปโหลดครั้งเดียวหรือการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ด้านล่าง โดยขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณต้องการนำเข้า Conversion
โปรดรออย่างน้อย 4 ชั่วโมงหลังจากที่สร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion ก่อนที่จะอัปโหลดการนำเข้ารายการแรก

วิธีอัปโหลด Conversion ครั้งเดียว

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกไอคอนเครื่องมือ ที่มุมขวาบนของบัญชี
  3. คลิก Conversion ในส่วน "การวัด"
  4. คลิกอัปโหลดในเมนูด้านซ้าย
  5. คลิกปุ่มบวก
  6. คลิกเมนูแบบเลื่อนลงแหล่งที่มา และเลือกแหล่งที่มาของไฟล์ คุณจะอัปโหลดไฟล์จากคอมพิวเตอร์หรือ Google ชีต หรือถ่ายโอนผ่าน HTTPS หรือ SFTP ก็ได้
  7. เลือกจากตัวเลือกด้านล่างโดยอิงตามแหล่งที่มาที่เลือกไว้
    • หากเลือก "อัปโหลดไฟล์" หรือ "Google ชีต" ไว้ ให้คลิกเลือกไฟล์เพื่อค้นหาและเลือกไฟล์ซึ่งมีข้อมูล Conversion ออฟไลน์
    • หากเลือก HTTPS หรือ SFTP ให้ป้อน URL ของไฟล์รวมถึงชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเพื่อเข้าถึงไฟล์ โปรดทราบว่าหากคุณเลือก SFTP และได้รับข้อผิดพลาด "ไม่พบไฟล์" ให้ลองแทรกเครื่องหมายทับคู่ "//" ไว้ระหว่างเส้นทางและชื่อไฟล์ เช่น SFTP://sftp.mysite.com/conversions//conv.csv)
  8. หากต้องการนำเข้าเนื้อหาของไฟล์โดยไม่ต้องแสดงพรีวิวผลการอัปโหลด ให้คลิกใช้ แล้วข้ามขั้นตอนที่เหลือ หากต้องการแสดงพรีวิวผลการอัปโหลด ให้คลิกแสดงพรีวิว พรีวิวของไฟล์จะเน้นที่จำนวน Conversion ที่จะนำเข้ามายังบัญชี และยังแสดงข้อผิดพลาดในไฟล์ด้วย คุณจะแก้ไขข้อผิดพลาดในไฟล์แล้วอัปโหลดอีกครั้ง หรือข้ามข้อผิดพลาดไปก็ได้
    • เมื่อพรีวิวพร้อมแล้ว ให้คลิกรายละเอียดเพื่อดูเนื้อหาบางส่วนจากไฟล์ ทั้งนี้ข้อผิดพลาดจะแสดงขึ้นก่อน
    • หากต้องการดูเนื้อหาไฟล์ทั้งหมด ให้คลิกเพิ่มเติม
    • คลิกใช้ไฟล์เพื่อนำเข้า Conversion จากไฟล์ให้เสร็จสมบูรณ์ แถบความคืบหน้าที่ด้านล่างของหน้าจะแจ้งให้ทราบเมื่อ Conversion ในไฟล์นำเข้าเสร็จแล้ว คลิกรายละเอียดในแถบความคืบหน้าเพื่อดู Conversion ทั้งหมดที่นำเข้า

คุณจะดูได้ทั้งไฟล์ที่อัปโหลดแต่ไม่ได้ใช้ และไฟล์ที่อัปโหลดและใช้แล้ว ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูไฟล์ที่อัปโหลด

วิธีอัปโหลด Conversion ตามกำหนดเวลา

Google Ads นำเข้า Conversion ให้คุณตามกำหนดการอย่างสม่ำเสมอโดยอัตโนมัติได้ คุณจะต้องสร้างไฟล์ที่มี Conversion ใน Google ชีต หรือจัดเก็บไฟล์ทางออนไลน์ผ่าน HTTPS หรือ SFTP หากต้องการตั้งเวลาการอัปโหลดไฟล์ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกไอคอนเครื่องมือ ที่มุมขวาบนของบัญชี
  3. คลิก Conversion ในส่วน "การวัด"
  4. คลิกอัปโหลดในเมนูด้านซ้าย
  5. คลิกกำหนดการที่ด้านบนของหน้า
  6. คลิกปุ่มบวก
  7. คลิกเมนูแบบเลื่อนลงแหล่งที่มา และเลือกแหล่งที่มาของไฟล์ คุณจะอัปโหลดไฟล์จาก Google ชีต หรือถ่ายโอนไฟล์ผ่าน HTTPS หรือ SFTP ก็ได้
  8. เลือกจากตัวเลือกด้านล่างโดยอิงตามแหล่งที่มาที่เลือกไว้
    • หากเลือก "Google ชีต" ให้คลิกเลือกไฟล์เพื่อค้นหาและเลือกไฟล์ซึ่งมีข้อมูล Conversion ออฟไลน์
    • หากเลือก HTTPS หรือ SFTP ให้ป้อน URL ของไฟล์รวมถึงชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเพื่อเข้าถึงไฟล์ โปรดทราบว่าหากคุณเลือก SFTP และได้รับข้อผิดพลาด "ไม่พบไฟล์" ให้ลองแทรกเครื่องหมายทับคู่ "//" ไว้ระหว่างเส้นทางและชื่อไฟล์ เช่น SFTP://sftp.mysite.com/conversions//conv.csv)
  9. คลิกเมนูแบบเลื่อนลงความถี่ และเลือกความถี่ที่ต้องการนำเข้าไฟล์
  10. คลิกเมนูแบบเลื่อนลงเวลา แล้วเลือกเวลาที่จะนำเข้าไฟล์
  11. คลิกบันทึกและแสดงพรีวิว โดยพรีวิวจะแสดงให้เห็นว่ากำหนดการบันทึกสำเร็จหรือไม่ กำหนดการอาจไม่บันทึกหาก Google Ads เข้าถึงแหล่งที่มาของไฟล์ไม่ได้เนื่องจากชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านไม่ถูกต้อง หรือหากจัดรูปแบบไฟล์ไว้ไม่ถูกต้อง
  12. คลิกตกลงเพื่อย้อนกลับไปที่หน้ากำหนดการ โดยหน้านี้จะแสดงรายการการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ทั้งหมด

    หมายเหตุ

    หากเกิดปัญหาขึ้นกับการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ คุณจะเห็นการแจ้งเตือนในบัญชีและได้รับอีเมล โปรดตรวจสอบไฟล์ออนไลน์เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
  13. หากต้องการเปลี่ยนแปลงการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ คลิกตัวเลือกภายในคอลัมน์ "การกระทำ" และเลือกจากตัวเลือกต่อไปนี้
    • คลิกแก้ไขเพื่อเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าของการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้
    • คลิกหยุดชั่วคราวเพื่อหยุดการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ของไฟล์ใดไฟล์หนึ่ง
    • คลิกทำต่อหากคุณหยุดการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ของไฟล์ใดไฟล์หนึ่งไว้ชั่วคราว แล้วต้องการให้การอัปโหลดกลับมาทำงานอีกครั้ง
    • คลิกนำออกหากไม่ต้องการอัปโหลด Conversion ในไฟล์อีกต่อไป

คุณจะเปลี่ยนแปลงตัวเลือกการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ไม่ได้หากบัญชี Google Ads มีสิทธิ์การเข้าถึงระดับอ่านอย่างเดียว

วิธีดูไฟล์ที่อัปโหลดไว้

เมื่ออัปโหลดไฟล์ Conversion แล้ว คุณจะเห็นรายการใหม่สำหรับไฟล์นั้นในหน้าอัปโหลด โปรดทราบว่าการอัปโหลดและใช้ไฟล์อาจใช้เวลาหลายนาที

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกไอคอนเครื่องมือ ที่มุมขวาบนของบัญชี
  3. คลิก Conversion ในส่วน "การวัด"
  4. คลิกอัปโหลดในเมนูด้านซ้าย
  5. หากมีไฟล์ที่คุณดูพรีวิวแล้วแต่ไม่ได้ใช้ คุณจะเห็นไฟล์นั้นในตาราง "การกระทำที่รอดำเนินการ" ในคอลัมน์ "การกระทำ" ให้คลิกใช้เพื่อนำเข้า Conversion ในไฟล์ หรือคลิกทิ้งเพื่อนำไฟล์ที่อัปโหลดออก หาก Google Ads สร้างพรีวิวของไฟล์ได้ คุณจะเห็นลิงก์ดาวน์โหลดผลลัพธ์ที่ช่วยให้ดาวน์โหลดไฟล์ที่อัปโหลดไว้ได้
  6. ที่ด้านล่างตาราง "การกระทำที่รอดำเนินการ" คุณจะเห็นรายการไฟล์ที่ได้อัปโหลดและใช้แล้ว ดูคอลัมน์ต่อไปนี้เพื่อให้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟล์
    • คอลัมน์ "สถานะ" จะช่วยให้เห็นอย่างรวดเร็วว่าระบบนำเข้า Conversion ในไฟล์สำเร็จหรือไม่
    • คอลัมน์ "ผลลัพธ์" จะแสดงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะการนำเข้า หากนำเข้าไฟล์ไม่สำเร็จ คอลัมน์นี้จะแสดงสาเหตุไว้ด้วย
    • คอลัมน์ "การกระทำ" มีลิงก์ต่อไปนี้
      • ดาวน์โหลดผลลัพธ์: ดาวน์โหลดสำเนาของไฟล์ที่อัปโหลด ลิงก์นี้จะปรากฏขึ้นเมื่อระบบนำเข้า Conversion ทั้งหมดในไฟล์สำเร็จ
      • ดาวน์โหลดทั้งหมด: ดาวน์โหลดสำเนาของไฟล์ที่อัปโหลดรวมถึง Conversion ที่นำเข้าไม่สำเร็จ
      • ดาวน์โหลดข้อผิดพลาด: ดาวน์โหลดสเปรดชีตที่แสดงรายการ Conversion จากไฟล์ที่นำเข้าไม่สำเร็จพร้อมข้อความแสดงข้อผิดพลาด
      • เมื่อคุณเลือกลิงก์ใดลิงก์หนึ่งจาก 3 ลิงก์ข้างต้น ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาจะมีคอลัมน์ "ผลลัพธ์" ที่ยืนยันว่านำเข้า Conversion เรียบร้อยแล้วหรืออธิบายว่าทำไมจึงนำเข้าไม่สำเร็จ โดยระบบจะนำลิงก์เหล่านี้ออกภายใน 30-60 วันหลังจากการอัปโหลดครั้งแรก

วิธีแก้ไขข้อผิดพลาด

โปรดดูบทความนี้เพื่อแก้ไขปัญหาที่คุณอาจพบหลังจากนำเข้า Conversion การโทร

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว