การค้นหาผู้ใช้แอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ใช่: แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของ Google

สร้างเนื้อหาโฆษณาที่ดีขึ้นสำหรับ App Campaign


เนื้อหาโฆษณาคือองค์ประกอบที่ App Campaign ใช้ในการสร้างโฆษณา เราจึงขอแนะนำให้บทความนี้ที่นำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการสร้างเนื้อหาโฆษณา ทั้งในรูปแบบข้อความ รูปภาพ วิดีโอและ HTML5 ซึ่งช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพและการเข้าถึงของ App Campaign ได้ แต่หากต้องการคำแนะนำทางเทคนิคเพิ่มเติม เช่น ข้อกำหนดของเนื้อหาที่ App Campaign ยอมรับ โปรดดูวิธีสร้าง App Campaign

คำแนะนำในเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้แนวทางชี้นำเท่านั้น เนื่องจากแต่ละแคมเปญต่างกัน จึงรับประกันประสิทธิภาพไม่ได้แม้ว่าจะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทั้งหมดแล้วก็ตาม เราขอแนะนำให้ตรวจสอบรายงานเนื้อหาเป็นประจำ

เนื้อหาโฆษณาทั้งหมดต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ด้านนโยบายและหลักเกณฑ์การโฆษณาที่ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

คำแนะนำเกี่ยวกับเนื้อหาทั่วไป

ปรับให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ภาพลักษณ์ และรูปแบบของแบรนด์ตนเอง

แม้ว่าหลักเกณฑ์เหล่านี้จะมีส่วนในความสำเร็จของผู้ลงโฆษณา แต่ธุรกิจแต่ละแห่งก็มีเอกลักษณ์ของตนเอง คุณจึงควรประเมินทุกแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดโดยเทียบกับความต้องการของธุรกิจตนเอง และตรวจสอบว่าสอดคล้องกับวัตถุประสงค์แคมเปญ

ปรับให้สอดคล้องกับเป้าหมายแคมเปญ

เนื้อหาโฆษณาควรสอดคล้องกับเป้าหมายเฉพาะของ App Campaign เช่น

  • หากต้องการเพิ่มยอดการติดตั้ง เนื้อหาควรแสดงถึงการติดตั้ง (เช่น โฆษณาแบบข้อความแจ้งที่ให้ผู้ใช้ "ดาวน์โหลดเลย" หรือ "เล่นเลย")
  • หากต้องการกระตุ้นยอดการซื้อ เนื้อหาควรแสดงกิจกรรมลดราคา ส่วนลด หรือสินค้าที่ให้ซื้อ (เช่น "รับส่วนลด 150 บาทเมื่อสั่งซื้อครั้งแรก" หรือรูปภาพที่แสดงโปรโมชัน)
  • หากต้องการเพิ่มยอดการรักษาผู้ใช้หรือการมีส่วนร่วมอีกครั้ง เนื้อหาควรไฮไลต์ช่องทางระดับล่างหรือฟีเจอร์ที่เพิ่งเปิดให้ใช้งานเพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้โต้ตอบ (เช่น "สินค้ากว่า 100 รายการเพิ่งเข้ามา" หรือวิดีโอแสดงเกมเพลย์ที่อัปเดตใหม่)

ปรับให้สอดคล้องกับธีมของแต่ละกลุ่มโฆษณา หากมี

กลุ่มโฆษณาใน App Campaign ช่วยให้คุณ "จัดกลุ่ม" เนื้อหาโฆษณาตามลักษณะเด่นของแอป ข้อความที่ต้องการไฮไลต์ หรือข้อมูลประชากรของผู้ใช้ที่ต้องการดึงดูด เนื้อหาควรแสดงถึงลักษณะ ข้อความ และความต้องการของผู้ใช้ที่โดดเด่นเหล่านั้น (เช่น อัปโหลดครีเอทีฟโฆษณาธีมซูชิในกลุ่มโฆษณาหนึ่งเพื่อดึงดูดคนรักซูชิ และครีเอทีฟโฆษณาธีมพิซซ่าในอีกกลุ่มโฆษณาหนึ่งสำหรับผู้ที่ชอบสั่งอาหารเดลิเวอรี

ออกแบบเนื้อหาโฆษณาให้หลากหลาย

เนื้อหาที่หลากหลายช่วยให้ App Campaign สร้างโฆษณาที่ตรงใจผู้ใช้กลุ่มต่างๆ ได้จำนวนมากขึ้น และยังช่วยให้โฆษณามีสิทธิ์แสดงในช่องทางโฆษณาต่างๆ กว้างขวางขึ้นด้วย ในการเพิ่มชุดค่าผสมและตำแหน่งของโฆษณา เราขอแนะนำให้อัปโหลดเนื้อหาแต่ละประเภทให้ครบจำนวนสูงสุดที่อนุญาต นั่นคือ 4 รายการสำหรับแบบข้อความและ 20 รายการสำหรับแบบรูปภาพ วิดีโอ และ HTML5 ซึ่งอาจช่วยลดความผันผวนของประสิทธิภาพเมื่อรีเฟรชเนื้อหาโฆษณาได้

Google Ads จะไม่แปลโฆษณา ดังนั้นคุณควรเลือกภาษาที่ถูกต้องเมื่อสร้างแคมเปญ แล้วเลือกประเทศทั้งหมดที่กลุ่มเป้าหมายพูดภาษาเหล่านั้นได้ เมื่อกำหนดเป้าหมายในวงกว้าง คุณจะเข้าถึงผู้ใช้ที่บรรลุเป้าหมายได้มากขึ้น และให้ข้อมูลสำหรับปรับแต่งแคมเปญมากขึ้นแก่โมเดลแมชชีนเลิร์นนิงของเรา

ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย

เนื้อหาควรใช้ข้อความเชิงสนทนาในบรรทัดแรกและคำอธิบาย ภาพที่จดจำได้ง่าย รวมทั้งเสียงที่มีเอกลักษณ์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ใช้

หมายเหตุ: นโยบายของ Google ระบุว่าระบบจะไม่อนุมัติรูปภาพหากคำว่า "ดาวน์โหลด" หรือ "ติดตั้ง" ซ้อนทับรูปภาพ

รีเฟรชเป็นประจำทุก 2-3 เดือน

ติดตามรายงานเนื้อหาอย่างใกล้ชิด เปลี่ยนเนื้อหาที่มีประสิทธิภาพต่ำเป็นเนื้อหาใหม่ทีละน้อยเพื่อลดความผันผวนของประสิทธิภาพ

เนื้อหาข้อความ

ส่งข้อความเดี่ยวๆ ที่สมบูรณ์ในตัวเอง

  • เขียนข้อความเดี่ยวๆ ที่มีความยาวแตกต่างกันโดยใช้ไวยากรณ์ การสะกดคำ และเครื่องหมายวรรคตอนที่ถูกต้อง โดยที่นำไปใช้ในลำดับใดก็ได้ Google Ads จะนำประโยคเหล่านี้มาผสมผสานกันโดยอัตโนมัติเพื่อสร้างโฆษณารูปแบบต่างๆ ที่อาจปรับปรุงประสิทธิภาพได้ 

  • กำหนดให้แต่ละประโยคมุ่งเน้นที่จุดขายที่โดดเด่นเพียงจุดเดียว


ปฏิบัติตามกฎของรูปแบบทั้งหมด

โฆษณาทั้งหมดควรปฏิบัติตามกฎของรูปแบบเพื่อไม่ให้ถูกปฏิเสธ ดูสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการปฏิเสธโฆษณาพร้อมด้วยตัวอย่างได้ที่ด้านล่างนี้

อย่าใช้:

  • ภาษาเร้าความสนใจ รวมถึงการใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์มากเกินพอดี
    (เช่น "คุณต้องไม่เชื่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปแน่นอน!")
  • อีโมจิ
  • เครื่องหมายวรรคตอนหรือสัญลักษณ์ที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การใช้
    (เช่น การใช้ "@บ้าน" เพื่อให้หมายถึง "ที่บ้าน")
  • การใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่อย่างไม่เหมาะสม
    (เช่น “SALE, S.A.L.E., SaLe”)
  • การเว้นวรรคอย่างไม่เหมาะสม
    (เช่น "ขายซื้อ รองเท้าผ้าใบ" "ร อ ง เ ท้ า ผ้ า ใ บ")
  • ไวยากรณ์ไม่เหมาะสม
เคล็ดลับ: ใช้บรรทัดแรกแบบข้อความสองรายการร่วมกันไม่ได้หากทั้งคู่ลงท้ายด้วยเครื่องหมายอัศเจรีย์

เนื้อหารูปภาพ

ดึงดูดสายตา

การโฆษณาสะท้อนให้เห็นถึงแบรนด์ของคุณ เนื้อหารูปภาพควรน่าสนใจและไม่ลดความน่าเชื่อถือของแบรนด์ เราขอแนะนำให้คุณอย่าใช้รูปภาพที่บิดเบี้ยว รูปทรงแปลกตา มีลักษณะซ้อนทับกัน กลับหัวกลับหาง ไม่ชัดเจน มีสีในโทนตรงข้าม หรือมีฟิลเตอร์มากเกินไป

รูปภาพควรมีความหนาแน่นของพิกเซลสูง

พิกเซลที่หนาแน่นยิ่งขึ้นไม่ได้ช่วยให้คุณภาพของรูปภาพดีขึ้นอย่างชัดเจนเท่านั้น แต่ยังช่วยให้แสดงผลได้อย่างถูกต้องเมื่อปรับขนาดหรือแสดงบนหน้าจอความละเอียดสูงด้วย

ใช้ทั้งเฟรม

โฆษณาจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นหากตรงกับรูปร่าง ขนาด และการวางตำแหน่งของเนื้อหาแบบเนทีฟ โดยไม่ควรมีช่องว่างระหว่างขอบของเนื้อหารูปภาพและเฟรม

จำกัดพื้นที่ว่างในรูปภาพ

ไม่ควรมีพื้นที่ว่างเกิน 80% ในรูปภาพใดๆ หัวเรื่องของรูปภาพควรเป็นจุดดึงดูดและควรใช้พื้นที่มากขึ้นเพื่อให้สะดุดตาและมองเห็นได้ง่ายขึ้นในหน้าจอขนาดเล็ก

อย่าวางข้อความหรือโลโก้ให้ซ้อนทับกับรูปภาพ

ข้อความไม่ควรเด่นกว่ารูปภาพใดๆ ตามหลักการแล้ว ข้อความหรือโลโก้ควรผสานเป็นเนื้อเดียวกันกับรูปภาพ เช่น ในบรรจุภัณฑ์ เสื้อผ้า ป้าย/บิลบอร์ด ฯลฯ หากวางข้อความหรือโลโก้ให้ซ้อนทับรูปแบบ ก็ควรออกแบบไม่ให้สะดุดตาไปกว่ารูปภาพเอง

เคล็ดลับ: อัปโหลดรูปภาพแนวนอนอย่างน้อย 2 ภาพโดยไม่มีข้อความหรือโลโก้ซ้อนทับ

โฆษณาวิดีโอ

ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในการใช้แอปให้มากกว่าเรื่องราว

แม้ว่าการสร้างอารมณ์ร่วมและการเล่าเรื่องยังคงเป็นสิ่งสำคัญ แต่วิดีโอก็ควรนำเสนอประสบการณ์ในการใช้แอปตั้งแต่เนิ่นๆ จัดเฟรมภาพให้เน้นเฉพาะส่วนสำคัญ (ภาพระยะใกล้ของตัวละครในโฆษณาและ UI) เพื่อช่วยให้ผู้ชมจดจ่ออยู่กับฟีเจอร์ที่ใช้ได้ในแอปและประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับ

ดึงดูดความสนใจของผู้ชม

  • ผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่สนใจในสิ่งหนึ่งได้ไม่นาน คุณจึงควรพยายามดึงดูดความสนใจให้ได้ภายใน 2-3 วินาทีแรก การวิจัยของเราพบว่าโฆษณาวิดีโอในแอปที่ประสบความสำเร็จนั้นเปลี่ยนฉากมากกว่า 2 ครั้งภายใน 5 วินาทีแรกโดยเฉลี่ย ซึ่งจะช่วยให้สัมผัสประสบการณ์แอปได้อย่างมีไดนามิก
  • เสียงเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งในการดึงดูดผู้ใช้ได้ง่ายๆ ฉะนั้นลองใช้เสียงและเพลงเพื่อเน้นการสร้างแบรนด์และคำกระตุ้นการตัดสินใจ นอกจากนั้น คุณควรเพิ่มคำบรรยายเสียงวิดีโอในส่วนที่เหมาะสมด้วย เนื่องจากบางพื้นที่โฆษณาบางแห่งนั้นปิดเสียงตามค่าเริ่มต้น

แสดงแบรนด์ตลอดการนำเสนอโฆษณา

  • แสดงแบรนด์ตั้งแต่ต้นและนำเสนอต่อไปตลอดทั้งโฆษณาทุกครั้งที่ทำได้

  • แสดงการสร้างแบรนด์เป็นส่วนหนึ่งของแอป (ในวิดีโอ) แสดงที่ด้านข้าง (ในโฆษณาแนวตั้ง) แสดงผ่านเสียงบ่งชี้ หรือทั้ง 3 แบบร่วมกัน

สร้างความหลากหลายและทดลอง

ทดลองสร้างวิดีโอโดยใช้ธีมต่างๆ (เช่น ธีมตลกขำขันเทียบกับเร้าอารมณ์) รูปแบบต่างๆ (เช่น อารมณ์จริงจังเทียบกับขบขัน) หรือหัวข้อต่างๆ (เช่น กรณีการใช้งานหรือประโยชน์ของแอปหนึ่งเทียบกับอีกแอปหนึ่ง) ซึ่งช่วยให้โฆษณามีโอกาสถูกใจกลุ่มเป้าหมายต่างๆ มากขึ้น

เนื้อหา HTML5

การสร้างเนื้อหา HTML5 อาจยุ่งยากและใช้ต้นทุนสูงกว่าเนื้อหาประเภทอื่นที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ เราจึงขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้อัปโหลดเนื้อหาแบบข้อความ รูปภาพ และวิดีโอให้ครบจำนวนสูงสุดก่อนที่จะสร้างเป็นเนื้อหา HTML5

ออกแบบโดยคำนึงถึงความสามารถของอุปกรณ์เคลื่อนที่

เนื้อหา HTML5 เป็นแบบอินเทอร์แอกทีฟ ดังนั้นคุณจึงควรคำนึงถึงความสามารถของอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างถี่ถ้วนเพื่อให้การออกแบบออกมาดียิ่งขึ้น โดยทั่วไปแล้ว ผู้ใช้โต้ตอบกับโฆษณา HTML5 ผ่านทั้งการแตะ เลื่อน ลากและวาง บีบเพื่อซูม และเขย่า

ใส่คำอธิบายวิธีใช้

ผู้ชมไม่คาดหวังว่าโฆษณาจะเป็นแบบอินเทอร์แอกทีฟ ดังนั้นให้ใส่คำอธิบายวิธีใช้สั้นๆ ก่อนที่วิดีโอจะเริ่มเล่น โดยมีเป้าหมายให้ผู้ชมโต้ตอบตามที่ต้องการกับโฆษณาภายใน 3-4 วินาที

ใส่การสร้างแบรนด์ที่มองเห็นได้ชัดเจนตลอดทั้งโฆษณา

โลโก้แอปพร้อมปุ่ม "ติดตั้งเลย" หรือ "ดาวน์โหลดเลย" ควรจะแสดงอยู่ตลอดทั้งโฆษณาเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือและป้องกันการปฏิเสธ ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้จัดตำแหน่งทั้งสองปุ่มให้อยู่ติดกันที่แถบด้านบนสุด

ใส่คำบรรยายวิดีโอ

เนื่องจากเนื้อหาประเภท HTML5 ไม่มีวิดีโอหรือเสียง คุณจึงควรเพิ่มคำบรรยายวิดีโอในส่วนที่เหมาะสม ตรวจสอบว่าคำบรรยายวิดีโออ่านออกได้อย่างชัดเจนบนหน้าจอขนาดต่างๆ

มองหาพาร์ทเนอร์เอเจนซีโฆษณาอย่างเป็นทางการของ Google ที่ต้องการเพื่อให้มาช่วยสร้างเนื้อหาโฆษณาหรือเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น
ลงชื่อสมัครรับจดหมายข่าวแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อรับเคล็ดลับขั้นสูงและข้อมูลอัปเดตจาก Google Ads ทางอีเมล

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว