เกี่ยวกับตำแหน่งสื่อที่จองไว้ใน YouTube

ในฐานะผู้ลงโฆษณาหรือเอเจนซีโฆษณา คุณจะซื้อตำแหน่งด้วยวิธีการจองแทนการประมูลของ Google Ads ก็ได้ หากต้องการจ่ายเงินตามจำนวนการแสดงผล (หรือที่เรียกว่าราคาต่อการแสดงผลพันครั้ง) หรือต้องการจ่ายเป็นรายวัน (ราคาต่อวัน) แคมเปญแบบจองล่วงหน้ายังให้คุณซื้อการแสดงผลในราคาคงที่ด้วย

การโฆษณาด้วยวิธีการจองเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการโปรโมตการรับรู้ถึงแบรนด์ นำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ หรือสร้างแบรนด์ใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์หรือบริการ

เกี่ยวกับแคมเปญแบบจองล่วงหน้า

แคมเปญแบบจองล่วงหน้าจะไม่เหมือนกับแคมเปญประเภทอื่นๆ ใน Google Ads เนื่องจากคุณจะต้องดำเนินการผ่านตัวแทนฝ่ายขายของ Google เท่านั้น ตัวแทนฝ่ายขายของ Google จะส่งรายงานประสิทธิภาพของแคมเปญและยังช่วยเปลี่ยนแปลงการกำหนดเป้าหมายสำหรับแคมเปญให้กับคุณได้ 

โปรดทราบว่าแคมเปญแบบจองล่วงหน้าจะกำหนดการใช้จ่ายขั้นต่ำ เรากำหนดจำนวนขั้นต่ำของรายการโฆษณาในแคมเปญและแผนการโฆษณาของแต่ละประเทศไว้แตกต่างกัน ดังนั้นโปรดติดต่อตัวแทนฝ่ายขายของ Google เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม 

หมายเหตุ: หากคุณจองโฆษณา Masthead ให้ใช้เครื่องมือแสดงตัวอย่างโฆษณา Masthead เพื่อร่างและทำครีเอทีฟโฆษณา Masthead ให้สมบูรณ์ก่อนที่จะส่งให้กับ Google

ประโยชน์ของการโฆษณาด้วยวิธีการจอง

  • ควบคุมได้มากขึ้น: คุณซื้อการแสดงผลในอัตราคงที่ได้
  • แสดงในตำแหน่งที่โดดเด่น: คุณมั่นใจได้ว่าโฆษณาจะอยู่ในตำแหน่งด้านบนของหน้าแรกของ YouTube
  • การรับรู้ถึงแบรนด์: คุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างได้ เช่น หากลูกค้ากำลังเปลี่ยนภาพลักษณ์หรือสโลแกน หรือกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มอื่น คุณจะเปิดตัวแคมเปญกับผู้ใช้ได้มากกว่าการเข้าถึงด้วยแคมเปญที่ใช้การประมูล

การซื้อการโฆษณาที่ใช้การจอง

ผู้ลงโฆษณาและเอเจนซีซื้อการโฆษณาที่ใช้การจองได้ในแบบราคาต่อการแสดงผลพันครั้ง (CPM) คงที่ หรือแบบราคาต่อวัน (CPD) คงที่ คุณอาจทำงานร่วมกับทีมโฆษณาของ Google เพื่อให้ทราบอัตราโดยประมาณและเป้าหมายการแสดงผลของแคมเปญ

สิ่งที่ควรคำนึงถึงมีดังนี้

  • ต้องมีการจองแคมเปญ CPM และต้องส่งไฟล์เนื้อหาโฆษณาเพื่อนำไปใช้งานอย่างน้อย 3 วันทำการก่อนวันที่แคมเปญจะเริ่มต้น
  • ต้องมีการจองแคมเปญ CPD ล่วงหน้า 3 สัปดาห์และต้องส่งไฟล์เนื้อหาโฆษณาล่วงหน้า 3 วันทำการ

รูปแบบโฆษณาที่คุณซื้อแบบ CPM ได้มีดังนี้

  • โฆษณาวิดีโอที่ข้ามไม่ได้: รูปแบบนี้ข้ามไม่ได้และจะเล่นก่อน ระหว่าง หรือหลังวิดีโอ เหมาะสำหรับการสื่อสารข้อความง่ายๆ ที่โดนใจและมองเห็นได้ โฆษณานี้จะผลักดันให้เกิดการแสดงผลโดยไม่เพิ่มจำนวนการดูวิดีโอ โฆษณาวิดีโอมาตรฐานอาจมีความยาวสูงสุด 15 หรือ 20 วินาที โฆษณาวิดีโอที่มีความยาว 20 วินาทีจะแสดงในวิดีโอที่มีความยาว 10 นาทีขึ้นไปเท่านั้น
  • โฆษณาวิดีโอที่ข้ามได้: โฆษณาที่ข้ามได้นี้จะปรากฏเมื่อผู้ใช้เริ่มเล่นวิดีโอ (โฆษณาตอนต้น) โดยอาจมีความยาวได้สูงสุด 6 นาทีและข้ามได้หลังจากเล่นไปแล้ว 5 วินาที รูปแบบนี้จะเพิ่มจำนวนการดูโฆษณาวิดีโอบน YouTube ไม่ว่าจะมีการข้ามโฆษณาหรือไม่ ผู้ลงโฆษณาจะต้องจ่ายเงินแบบ CPM
  • โฆษณา Masthead แบบ CPM: โฆษณาวิดีโอนี้จะปรากฏที่ด้านบนในหน้าแรกของ YouTube ซึ่งเป็นปลายทางที่สำคัญมากสำหรับผู้ชม โฆษณา Masthead จึงช่วยให้คุณเป็นธุรกิจแรกและสำคัญที่สุดในการเปิดใช้หน้าแรก การซื้อโฆษณา Masthead แบบ CPM คือการเข้าถึงที่มีการกำหนดเป้าหมายในแคมเปญซึ่งคุณควบคุมงบประมาณและความถี่ได้ โฆษณา Masthead แบบ CPM มีให้บริการบน YouTube ทั้งในเดสก์ท็อป แอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และแอป YouTube สำหรับทีวี
  • โฆษณาบัมเปอร์: โฆษณาวิดีโอแบบข้ามไม่ได้ที่เล่นเป็นเวลา 6 วินาที ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญวิดีโอที่มีโฆษณาบัมเปอร์ 
     
รูปแบบโฆษณาที่คุณซื้อแบบ CPD ได้มีดังนี้
  • โฆษณา Masthead แบบ CPD: โฆษณาวิดีโอนี้จะทำงานที่ด้านบนของฟีดหน้าแรกของ YouTube โฆษณา Masthead แบบ CPD มีให้บริการบน YouTube ทั้งในเดสก์ท็อปและแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่

    หมายเหตุ: โฆษณา Masthead บนหน้าจอทีวีจะจองได้แบบ CPM เท่านั้น

การกำหนดเป้าหมายโฆษณา

ตัวเลือกการกำหนดเป้าหมายตามเนื้อหาและกลุ่มเป้าหมายสำหรับโฆษณาที่ใช้การจองซึ่งคุณซื้อแบบ CPM ได้มีดังนี้

  • Google Preferred: Google Preferred Lineups คือผลิตภัณฑ์การจองสำหรับลูกค้าที่มีสิทธิ์กำหนดเป้าหมายเป็นช่องยอดนิยม 5% แรกใน YouTube ซึ่งมีผู้ชมที่เป็นแฟนตัวยงในตลาดหนึ่งๆ รายการช่องจะมีเฉพาะช่องเท่านั้น ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Google Preferred
  • หัวข้อ: ผู้ลงโฆษณาเลือกได้จากหัวข้อวิดีโอต่างๆ ใน YouTube เช่น คุณอาจเรียกใช้โฆษณาแบบ CPM ที่ใช้การจองในเนื้อหาสำหรับครอบครัว
  • ความสนใจ: ผู้ลงโฆษณากำหนดเป้าหมายเป็นผู้ชมที่สนใจเรื่องที่เจาะจงได้ เช่น กีฬาและงานอดิเรก โดยดูจากรูปแบบการเรียกดูของผู้ชมและเนื้อหาที่ดู
  • กลุ่มเป้าหมายตามกลุ่มความสนใจ: คุณเข้าถึงผู้ชมที่แสดงความสนใจเรื่องต่างๆ และผู้มีแนวโน้มที่จะดูเนื้อหาที่เกี่ยวข้องอีกครั้งได้ การกำหนดเป้าหมายประเภทนี้ยังช่วยในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายซึ่งคล้ายกับกลุ่มเป้าหมายของแคมเปญออฟไลน์ด้วย
  • ข้อมูลประชากร: คุณเข้าถึงลูกค้าที่มีแนวโน้มที่จะอยู่ในกลุ่มข้อมูลประชากรที่เลือกได้ ซึ่งก็คืออายุและเพศ
  • อันดับแรก: คุณเพิ่มชั้นการกำหนดเป้าหมายนี้ในโฆษณาในสตรีมได้ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแบบ CPM) วิธีนี้ให้คุณจองโฆษณาวิดีโอแรกที่ผู้ใช้จะเห็นในเซสชัน ซึ่งคล้ายกับวิธีการโฆษณาทางทีวีตรงที่ผู้ลงโฆษณาต้องจ่ายมากขึ้นเพื่อแสดงโฆษณาแรกในช่วงพักโฆษณา
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว