ประเภทของคำแนะนำ

คำแนะนำเป็นส่วนทั้งส่วนของบัญชี Google Ads ที่มีไว้สำหรับช่วยปรับปรุงแคมเปญโดยเฉพาะ คำแนะนำจะช่วยให้ทราบฟีเจอร์ใหม่ๆ และฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องซึ่งจะช่วยให้ใช้งบประมาณได้คุ้มค่ามากขึ้นด้วยการปรับปรุงการเสนอราคา คีย์เวิร์ด และโฆษณา รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์โดยรวมของแคมเปญ
บทความนี้จะอธิบายภาพรวมคำแนะนำที่อาจแสดงให้เห็น รวมถึงเป็นคู่มือในการทำความเข้าใจและนำคำแนะนำไปใช้

ก่อนเริ่มต้น

คำแนะนำที่คุณเห็นได้รับการปรับให้มีความเกี่ยวข้องและมีประโยชน์ต่อคุณ นั่นหมายความว่าคุณจะไม่เห็นคำแนะนำทุกประเภท และบางครั้งอาจไม่เห็นคำแนะนำเลย หากคุณไม่เห็นคำแนะนำสำหรับบัญชี โปรดกลับมาตรวจสอบอีกครั้งในไม่ช้านี้ Google Ads มักจะค้นพบคำแนะนำสำหรับคุณและเปิดตัวประเภทคำแนะนำใหม่อยู่เรื่อยๆ

คำแนะนำในบัญชีดูแลจัดการ Google Ads

สำหรับการใช้งานโฆษณารูปแบบใหม่ของ Google Ads คุณจะนำคำแนะนำไปใช้เพื่อปรับปรุงบัญชีที่จัดการอยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น คุณไม่จำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้บัญชีบุคคลธรรมดาที่คุณจัดการทีละบัญชีอีกต่อไป เพียงลงชื่อเข้าใช้บัญชีดูแลจัดการ แล้วไปที่หน้าคำแนะนำเพื่อดูคำแนะนำสำหรับบัญชีที่จัดการทั้งหมดได้ทันที

ประเภทของคำแนะนำ

โฆษณาและส่วนขยาย

คำแนะนำ "โฆษณาและส่วนขยาย" ช่วยคุณปรับโฆษณา สร้างโฆษณาใหม่ แสดงโฆษณาที่ดีที่สุดให้บ่อยที่สุด และจัดระเบียบโฆษณาออกเป็นกลุ่มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะคำแนะนำประเภทส่วนขยาย ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาให้ได้สูงสุด และเพิ่มอัตราการคลิกผ่าน (CTR) ของโฆษณาได้ คุณอาจเห็นคำแนะนำต่อไปนี้

ดูคำแนะนำทั้งหมด

  • เพิ่มคำแนะนำโฆษณา: ลองใช้โฆษณาเวอร์ชันใหม่ๆ และแสดงโฆษณาที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด
  • เพิ่มเนื้อหาให้กับโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบท: ช่วยให้โฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบททำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการเพิ่มบรรทัดแรกและคำอธิบายจากโฆษณาแบบข้อความ
  • เพิ่มส่วนขยายการโทรลงในโฆษณา: ทำให้โฆษณาโดดเด่นขึ้นและเพิ่ม CTR
  • เพิ่มไฮไลต์ลงในโฆษณา: ทำให้โฆษณาโดดเด่นขึ้นและเพิ่ม CTR
  • เพิ่มคำอธิบายลงในไซต์ลิงก์: ใช้คำอธิบายไซต์ลิงก์เพื่อช่วยให้โฆษณาโดดเด่น
  • เพิ่มส่วนขยายแบบฟอร์มโอกาสในการขายลงในโฆษณา: เพิ่มจำนวนโอกาสในการขายให้มากขึ้นด้วยการแสดงส่วนขยายแบบฟอร์มโอกาสในการขายไว้ในโฆษณา
  • เพิ่มส่วนขยายราคาลงในโฆษณา: ทำให้โฆษณาโดดเด่นขึ้นและช่วยเพิ่ม CTR
  • เพิ่มโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์: รับ Conversion เพิ่มขึ้นโดยมี CPA ใกล้เคียงกับของเดิมด้วยโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ ซึ่งจะปรับให้พอดีกับพื้นที่โฆษณาที่มีอยู่โดยอัตโนมัติ
  • เพิ่มโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบท: แสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องมากขึ้นให้กับผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าโดยสร้างโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบท
  • เพิ่มส่วนขยายไซต์ลิงก์ลงในโฆษณา: ทำให้โฆษณาโดดเด่นและเพิ่ม CTR ให้มากยิ่งขึ้น
  • เพิ่มส่วนขยายข้อมูลเพิ่มเติมลงในโฆษณา: ทำให้โฆษณาโดดเด่นขึ้นและเพิ่ม CTR
  • เพิ่มโฆษณาวิดีโอ: เข้าถึงผู้ใช้แอปมากขึ้นบน YouTube, Google Play รวมถึงในแอปของพาร์ทเนอร์และเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่
  • สร้างโฆษณาใหม่ที่เกี่ยวข้องมากขึ้น: ทำให้โฆษณามีความเกี่ยวข้องมากขึ้นโดยใส่คีย์เวิร์ดไว้ในข้อความโฆษณา
  • สร้างโฆษณาเวอร์ชันใหม่: ลองใช้โฆษณาเวอร์ชันใหม่ๆ และแสดงโฆษณาที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด
  • ปรับปรุงโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์: เพิ่ม Conversion โดยใส่เนื้อหาลงในโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ให้มากขึ้น
  • ปรับปรุงโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบท: ให้โฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทได้รับคลิกมากขึ้นด้วยการปรับปรุงบรรทัดแรกและคำอธิบาย
  • ตรวจสอบประเภทการทำงานของคีย์เวิร์ด: ลองใช้ประเภทการทำงานของคีย์เวิร์ดเพิ่มเติมเพื่อแสดงโฆษณาในการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเท่านั้น
  • ทดสอบข้อความโฆษณาใหม่สำหรับวลีที่ใช้ซ้ำๆ: ปรับปรุงประสิทธิภาพโฆษณาโดยการทดสอบข้อความโฆษณาใหม่สำหรับวลีที่ใช้ซ้ำๆ ในโฆษณาแบบข้อความ
  • ใช้การหมุนเวียนโฆษณาที่เพิ่มประสิทธิภาพ: แสดงโฆษณาที่ดีที่สุดโดยอัตโนมัติในการประมูล

แคมเปญอัตโนมัติ

คำแนะนำ "แคมเปญอัตโนมัติ" ช่วยลดความซับซ้อนในการจัดการแคมเปญ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพผ่านการเสนอราคาอัตโนมัติ การกำหนดเป้าหมาย และการสร้างโฆษณา คุณอาจเห็นคำแนะนำต่อไปนี้

ดูคำแนะนำทั้งหมด

  • สร้างแคมเปญในพื้นที่: กระตุ้นการเข้าชมธุรกิจสาขาต่างๆ ของคุณให้มากขึ้นโดยใช้แคมเปญในพื้นที่
  • สร้างแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์: คุณจะมีค่าใช้จ่ายเฉพาะกับ Conversion ตาม CPA ที่ตั้งไว้ด้วยแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์เท่านั้น
  • เปลี่ยนไปใช้แคมเปญ Smart Shopping: รับมูลค่า Conversion เพิ่มขึ้นในราคาที่ใกล้เคียงกับแคมเปญ Smart Shopping

การเสนอราคาและงบประมาณ

คำแนะนำ "การเสนอราคาและงบประมาณ" จะช่วยคุณหากลยุทธ์การเสนอราคาที่เหมาะสมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ และทำให้มั่นใจได้ว่าแคมเปญจะมีงบประมาณเพียงพอ คุณอาจเห็นคำแนะนำต่อไปนี้

ดูคำแนะนำทั้งหมด
  • ปรับงบประมาณ: รับ Conversion เพิ่มขึ้นโดยการปรับงบประมาณในแคมเปญ "เพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด"
  • ปรับเป้าหมาย CPA: เพิ่มจำนวน Conversion ให้มากขึ้นด้วยการปรับเป้าหมาย CPA
  • ปรับเป้าหมาย ROAS: ได้มูลค่า Conversion มากขึ้นด้วยการปรับเป้าหมาย ROAS
  • เสนอราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย CPC ที่ปรับปรุงแล้ว: ปรับปรุงราคาเสนอโดยอัตโนมัติในระหว่างการประมูลเพื่อให้โฆษณาแสดงในการค้นหาที่มีแนวโน้มจะทำให้เกิด Conversion
  • เสนอราคาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยกลยุทธ์เพิ่มจำนวนคลิกสูงสุด: รับจำนวนคลิกเพิ่มขึ้นโดยมีค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกันโดยใช้กลยุทธ์การเสนอราคาอัตโนมัติทั้งหมด
  • เสนอราคาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยกลยุทธ์เพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด: รับ Conversion เพิ่มขึ้นโดยมีค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกันด้วยการใช้กลยุทธ์การเสนอราคาแบบอัตโนมัติทั้งหมด
  • เสนอราคาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย CPA เป้าหมาย: รับ Conversion เพิ่มขึ้นใน CPA ที่ต่ำลงหรือใกล้เคียงด้วยกลยุทธ์การเสนอราคาอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
  • เสนอราคาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยส่วนแบ่งการแสดงผลเป้าหมาย: เพิ่มความสามารถในการแสดงผลของโฆษณาด้วยกลยุทธ์การเสนอราคาอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
  • เสนอราคาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ROAS เป้าหมาย: รับมูลค่า Conversion เพิ่มขึ้นโดยมี ROAS ใกล้เคียงกับของเดิมด้วยกลยุทธ์การเสนอราคาอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
  • ย้ายงบประมาณที่ไม่ได้ใช้: โฆษณาหยุดทำงานในวันที่มีลูกค้ามากที่สุด เพิ่มการเข้าชมโดยการย้ายงบประมาณที่ไม่ได้ใช้ไปให้กับโฆษณาที่ต้องใช้งบประมาณมากที่สุด
  • เพิ่มงบประมาณ: ทำให้โฆษณาทำงานต่อในวันที่มีลูกค้ามากที่สุดด้วยการแก้ไขงบประมาณที่จำกัดไว้
  • เพิ่มงบประมาณสำหรับการเข้าชมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น: โฆษณาอาจหยุดทำงานในวันที่คุณได้รับการเข้าชมมากที่สุดเนื่องจากคาดว่าจะมีการเข้าชมมากขึ้นในอนาคต เพิ่มงบประมาณตอนนี้เลยจะได้ไม่พลาดการเข้าถึงผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า
  • กำหนดเป้าหมายของกลยุทธ์การเสนอราคา: ใช้ ROAS/CPA เป้าหมายเพื่อควบคุมแคมเปญได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • ตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion: ดูว่าคลิกใดทำให้ได้ลูกค้าและเข้าถึงฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การเสนอราคาอัตโนมัติ
  • ตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion ในแอป: ดูว่าคลิกใดนำไปสู่การกระทำการในแอปของลูกค้าที่มีคุณค่า
  • อัปเกรดเครื่องมือวัด Conversion ด้วยการระบุแหล่งที่มาจากข้อมูล: พิจารณาให้การโต้ตอบลักษณะต่างๆ กับโฆษณาเป็น Conversion โดยใช้การระบุแหล่งที่มาจากข้อมูล

คีย์เวิร์ดและการกำหนดเป้าหมาย

คำแนะนำ "คีย์เวิร์ดและการกำหนดเป้าหมาย" จะช่วยให้เข้าถึงผู้ใช้ที่สนใจสิ่งที่คุณนำเสนอได้มากขึ้น คุณอาจเห็นคำแนะนำต่อไปนี้

ดูคำแนะนำทั้งหมด
  • เพิ่มกลุ่มเป้าหมาย: รับการรายงานเชิงลึกมากขึ้นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • เพิ่มคีย์เวิร์ดเชิงลบ: ลดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองด้วยการแสดงโฆษณาในการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเท่านั้น
  • เพิ่มคีย์เวิร์ดใหม่: แสดงโฆษณาบ่อยขึ้นต่อผู้ที่ค้นหาสิ่งที่ธุรกิจของคุณนำเสนอ
  • เพิ่มคีย์เวิร์ดที่ทำงานแบบวลีหรือแบบกว้าง: แสดงโฆษณาในการค้นหาจำนวนมากขึ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
  • สร้างกลุ่มเป้าหมายที่กําหนดเอง: เพิ่ม Conversion ให้มากขึ้นด้วย CPA ต่ำลงโดยเข้าถึงผู้ใช้ที่กําลังค้นหาธุรกิจของคุณในผลิตภัณฑ์และบริการของ Google
  • สร้างโฆษณาบนเครือข่ายการค้นหาแบบไดนามิก: แสดงโฆษณาในการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ซึ่งแคมเปญที่อิงตามคีย์เวิร์ดอาจครอบคลุมไม่ถึง
  • ขยายการเข้าถึงด้วยพาร์ทเนอร์ในเครือข่ายการค้นหาของ Google: เข้าถึงลูกค้ามากขึ้นที่ CPC ต่ำลงใน YouTube และเว็บไซต์พาร์ทเนอร์
  • ขยายการเข้าถึงด้วยพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google: เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นจากเว็บไซต์และแอปของพาร์ทเนอร์
  • หยุดคีย์เวิร์ดประสิทธิภาพต่ำไว้ชั่วคราว: ลดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองจากคีย์เวิร์ดประสิทธิภาพต่ำ
  • การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ: ได้รับ Conversion เพิ่มขึ้นโดยแสดงโฆษณาต่อผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าจำนวนมากขึ้น
  • รีเฟรชข้อมูลการจับคู่ข้อมูลลูกค้า: แสดงประสิทธิภาพและโฆษณาที่ปรับตามโปรไฟล์ของผู้ใช้ของลูกค้ารายล่าสุดโดยรีเฟรชข้อมูลการจับคู่ข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่แล้ว
  • นำคีย์เวิร์ดเชิงลบที่ขัดแย้งกันออก: ผู้ใช้ไม่เห็นโฆษณาเนื่องจากมีคีย์เวิร์ดเชิงลบที่ขัดแย้งกัน นำคีย์เวิร์ดเหล่านั้นออกเพื่อให้โฆษณาแสดงได้
  • นำคีย์เวิร์ดที่ไม่แสดงโฆษณาออก: ทำให้บัญชีจัดการได้ง่ายขึ้นด้วยการนำคีย์เวิร์ดที่ไม่แสดงโฆษณาออก
  • นำคีย์เวิร์ดซ้ำซ้อนออก: ทำให้บัญชีจัดการได้ง่ายขึ้นด้วยการนำคีย์เวิร์ดซ้ำซ้อนออก
  • ตรวจสอบข้อความค้นหาสําหรับคีย์เวิร์ดเชิงลบที่เป็นไปได้: ลดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองด้วยการแสดงโฆษณาในการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเท่านั้น
  • ตั้งค่าแหล่งที่มาของกลุ่มเป้าหมาย: ใช้ฟีเจอร์รีมาร์เก็ตติ้งเพื่อเพิ่ม ROI ด้วยการแสดงโฆษณาที่ปรับให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละคนและจูงใจมากขึ้น
  • อัปโหลดรายชื่อลูกค้า: ใช้ฟีเจอร์รีมาร์เก็ตติ้งเพื่อเพิ่ม ROI โดยแสดงโฆษณาที่ปรับตามโปรไฟล์ของผู้ใช้และจูงใจมากขึ้น
  • ใช้การขยายกลุ่มเป้าหมาย: รับ Conversion เพิ่มขึ้นโดยมีราคาต่อหนึ่ง Conversion เท่าเดิม
  • ใช้คีย์เวิร์ดที่ทำงานแบบกว้าง: รับ Conversion มากขึ้นโดยมี ROI ใกล้เคียงกันหรือดีขึ้นด้วยการขยายการเข้าถึงของแคมเปญ Smart Bidding
  • ใช้การขยายการกำหนดเป้าหมาย: เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นด้วยราคาต่อหนึ่ง Conversion ที่ใกล้เคียงกับของเดิม

การซ่อม

คำแนะนำ "การซ่อม" จะช่วยคุณแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับบัญชีและปรับปรุงการทำงานและประสิทธิภาพโดยรวม คุณอาจเห็นคำแนะนำต่อไปนี้

ดูคำแนะนำทั้งหมด

  • เพิ่มโฆษณาลงในกลุ่มโฆษณาแต่ละกลุ่ม: เพิ่มโฆษณาในกลุ่มโฆษณาแต่ละกลุ่มเพื่อให้โฆษณาทำงานได้
  • เพิ่มฟีดในแคมเปญ: แสดงโฆษณาที่ปรับตามโปรไฟล์ของผู้ใช้โดยการเพิ่มฟีดในแคมเปญ
  • เพิ่มรายการลงในฟีด: คุณมีแคมเปญที่แสดงโฆษณาแบบไดนามิกไม่ได้ แก้ปัญหานี้โดยเพิ่มรายการลงในฟีด
  • เพิ่มคีย์เวิร์ดลงในกลุ่มโฆษณาแต่ละกลุ่ม: เพิ่มคีย์เวิร์ดในกลุ่มโฆษณาแต่ละกลุ่มเพื่อให้โฆษณาทำงานได้
  • เพิ่มผลิตภัณฑ์ลงในแคมเปญ Shopping: แก้ไขแคมเปญที่ไม่แสดงโดยการเพิ่มผลิตภัณฑ์ลงในแคมเปญเหล่านั้น
  • แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการรับรอง: โฆษณาไม่ทำงานเนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับการรับรอง สมัครรับการรับรองเพื่อแสดงโฆษณา
  • แก้ไขรายการที่ไม่ได้รับอนุมัติในฟีด: คุณไม่สามารถแสดงโฆษณาแบบไดนามิกโดยใช้เนื้อหาจากรายการที่ไม่ได้รับอนุมัติในฟีด แก้ไขรายการที่ไม่ได้รับอนุมัติเพื่อแสดงเนื้อหาเพิ่ม
  • แก้ไขผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุมัติในแคมเปญ Shopping: คุณแสดงโฆษณาของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุมัติในแคมเปญไม่ได้ แก้ไขผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเพื่อแสดงโฆษณา
  • แก้ไขปลายทางของโฆษณา: โฆษณาไม่ได้รับอนุมัติเนื่องจากปัญหาที่เกิดกับปลายทาง แก้ไขปลายทางของโฆษณาเพื่อให้แสดงโฆษณาได้
  • แก้ไขข้อความโฆษณา: โฆษณาไม่ได้รับอนุมัติเนื่องจากปัญหาด้านบรรณาธิการ แก้ไขข้อความโฆษณาเพื่อให้แสดงโฆษณาได้
  • แก้ไขแหล่งที่มาของกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ได้ส่งพารามิเตอร์ที่จำเป็น: หากแหล่งที่มาของกลุ่มเป้าหมายไม่ส่งพารามิเตอร์ที่จำเป็น แคมเปญจะปรับแต่งโฆษณาแบบไดนามิกตามกิจกรรมของผู้ใช้ไม่ได้ ตรวจดูว่ามีการส่งพารามิเตอร์ที่จำเป็นอย่างถูกต้อง
  • แก้ไขแหล่งที่มาของกลุ่มเป้าหมายที่ส่งพารามิเตอร์ที่จำเป็นซึ่งไม่ตรงกับฟีด: แคมเปญปรับแต่งโฆษณาแบบไดนามิกตามกิจกรรมของผู้ใช้ไม่ได้หากพารามิเตอร์ที่จำเป็นไม่ตรงกับฟีด ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาของกลุ่มเป้าหมายส่งพารามิเตอร์จำเป็นอย่างถูกต้อง และฟีดมีรายการเหมาะสม
  • แก้ไขแหล่งที่มาของกลุ่มเป้าหมายที่ไม่มีกิจกรรม: ตรวจสอบว่ามีผู้ใช้ในรายการรีมาร์เก็ตติ้งที่ใช้ในแคมเปญครบถ้วน แก้ไขแหล่งที่มาของกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ระบบเพิ่มผู้ใช้ลงในรายการอย่างถูกต้อง
  • แก้ไขการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย: กลุ่มโฆษณาที่แสดงไม่ได้อีกต่อไปจะเริ่มแสดงเมื่อคุณแก้ไขการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย
  • แก้ไขการกระทำที่ถือเป็น Conversion ที่มีอัตรา Conversion ลดลง: ตรวจดูว่าคุณไม่ได้พลาด Conversion ใดไป แก้ไขเครื่องมือวัด Conversion
  • แก้ไขเครื่องมือวัด Conversion: คุณไม่มีการกระทำที่ถือเป็น Conversion ในเว็บไซต์ที่ใช้กับกลยุทธ์การเสนอราคาอัตโนมัติได้ เพิ่มการกระทำที่ถือเป็น Conversion ในเว็บไซต์แล้วใส่ไว้ในคอลัมน์ "Conversion"
  • แก้ไขแท็กเครื่องมือวัด Conversion: ไม่พลาดทุก Conversion เพียงแค่แก้ไขแท็กเครื่องมือวัด Conversion
  • ตรวจสอบรายการที่ลดลงในฟีด: โฆษณาแบบไดนามิกจะแสดงเนื้อหาของรายการที่เพิ่งนำออกจากฟีดไม่ได้ ตรวจสอบฟีดแล้วเพิ่มรายการที่หายไป

คำแนะนำโฆษณา

คำแนะนำโฆษณาคือโฆษณาที่มีอยู่ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งอาจเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญในเครือข่ายการค้นหา คำแนะนำโฆษณาจะปรากฏในหน้าคำแนะนำของบัญชีเพื่อให้คุณตรวจดูเป็นอันดับแรก ซึ่งจะเลือกใช้หรือปิดคำแนะนำก็ได้

หมายเหตุ: คำแนะนำโฆษณาที่มีคำว่า "ใช้อัตโนมัติ" กำกับไว้จะเริ่มแสดงหลังผ่านไป 14 วันหากไม่มีการดำเนินการ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคําแนะนําโฆษณา

ดาวน์โหลดแอป Google Ads บนอุปกรณ์เคลื่อนที่

ติดตามประสิทธิภาพและปรับปรุงบัญชีได้ทุกที่ทุกเวลา แอป Google Ads บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ช่วยปรับปรุงประสบการณ์ในการใช้งาน Google Ads และช่วยให้เข้าถึงแคมเปญได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากติดตามดูแลแคมเปญแบบเรียลไทม์แล้ว คุณยังตรวจสอบคำแนะนำที่ให้ผลลัพธ์สูงเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและดำเนินการได้อย่างสะดวกรวดเร็วอีกด้วย

ดาวน์โหลดแอป Google Ads บนอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับ Android หรือ iOS ได้แล้ววันนี้

การเปลี่ยนแปลงที่เสนอ

การเปลี่ยนแปลงที่เสนอคือสิ่งที่ตัวแทนบัญชี Google Ads แนะนำให้ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญ การเปลี่ยนแปลงที่เสนอจะปรากฏในหน้าคำแนะนำของบัญชีเพื่อให้คุณตรวจดูเป็นอันดับแรก หากคุณเห็นด้วยกับการเพิ่มประสิทธิภาพข้างต้นและต้องการนำไปใช้กับบัญชี ให้คลิกใช้ทั้งหมด ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบบร่างและการทดสอบแคมเปญ

การให้คะแนนแคมเปญที่หยุดชั่วคราว

แคมเปญจะยังได้รับคะแนนต่อไปเมื่อแคมเปญหยุดชั่วคราว

  • ที่ระดับบัญชีหรือ MCC: แคมเปญจะยังได้รับคะแนนต่อไปอีก 7 วัน เนื่องจากเรารวมคะแนนโดยอิงตามข้อมูลจากช่วง 7 วันล่าสุด หากผ่านไปแล้ว 7 วันแต่แคมเปญยังคงหยุดชั่วคราวอยู่ แคมเปญนั้นจะไม่ได้รับคะแนนอีกต่อไปเนื่องจากระบบจะรีเซ็ตสถิติเป็น 0
  • ที่ระดับแคมเปญ: แคมเปญจะยังได้รับคะแนนต่อไปอีก 7-90 วัน เนื่องจากเราให้คำแนะนำโดยอิงตามข้อมูลที่เก็บรวบรวมในช่วง 7-90 วัน (ส่วนใหญ่อิงตามข้อมูลที่เก็บรวบรวมในช่วง 28 วัน) หากแคมเปญยังคงหยุดชั่วคราวหลังจากที่ไม่มีการสร้างข้อมูลเพิ่มแล้ว ระบบจะไม่แสดงคำแนะนำหรือให้คะแนนแคมเปญอีก
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว