COUNT

ส่งคืนจำนวนนับของค่าตัวเลขในชุดข้อมูล

ตัวอย่าง

ทำสำเนา

COUNT สำหรับ BigQuery

ตัวอย่างการใช้งาน

แสดงผลจำนวนแถวที่ไม่ใช่ค่า Null ในคอลัมน์ข้อมูล

ตัวอย่างการใช้งาน

COUNT(table_name!fruits)

รูปแบบคำสั่ง

COUNT(column)

  • column: คอลัมน์ข้อมูลที่จะพิจารณาเมื่อนับจำนวน

เคล็ดลับ 

  • COUNT สำหรับ BigQuery จะนับทั้งค่าที่เป็นตัวเลขและไม่ใช่ตัวเลข
  • ไม่รองรับการนับหลายคอลัมน์

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอลัมน์ตัวเลขใน BigQuery

ตัวอย่างการใช้งาน

COUNT(A2:A100,B2:B100,4,26)

COUNT(1,2,3,4,5,C6:C20)

รูปแบบคำสั่ง

COUNT(value1, [value2, ...])

  • value1 - ค่าแรกหรือช่วงที่จะต้องพิจารณาเมื่อนับจำนวน

  • value2, ... - [ ไม่บังคับ ] - ค่าหรือช่วงเพิ่มเติมที่จะพิจารณาเมื่อนับจำนวน

หมายเหตุ

  • แม้ว่า COUNT จะระบุว่ารับอาร์กิวเมนต์ได้สูงสุด 30 อาร์กิวเมนต์ แต่ Google ชีตรองรับอาร์กิวเมนต์สำหรับฟังก์ชันนี้ได้ไม่จำกัดจำนวน

  • COUNT นับค่าตัวเลขทั้งหมดในชุดข้อมูล ซึ่งรวมถึงค่าที่ปรากฏมากกว่าหนึ่งครั้ง หากต้องการนับค่าที่ไม่ซ้ำ ให้ใช้ COUNTUNIQUE

  • COUNT จะนับเฉพาะค่าตัวเลข โดยระบบจะไม่สนใจค่าข้อความ

ดูเพิ่มเติม

MODE: ส่งคืนค่าที่เกิดขึ้นมากที่สุดในชุดข้อมูล

DCOUNTA: นับค่าจำนวนซึ่งรวมทั้งข้อความที่เลือกจากช่วงหรืออาร์เรย์ฐานข้อมูลที่เหมือนตารางโดยใช้คำสั่งค้นหาแบบ SQL

DCOUNT: นับค่าจำนวนที่เลือกจากช่วงหรืออาร์เรย์ฐานข้อมูลที่เหมือนตารางโดยใช้คำสั่งการค้นหาแบบ SQL

COUNTUNIQUE: นับจำนวนค่าที่ไม่ซ้ำกันในรายการของค่าและช่วงที่ระบุ

COUNTIF: แสดงผลการนับที่มีเงื่อนไขในช่วง

COUNTBLANK: แสดงผลจำนวนของเซลล์ที่ว่างในช่วงที่กำหนด

COUNTA:

ส่งคืนจำนวนนับของค่าตัวเลขในชุดข้อมูล

 

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

true
ไปที่ศูนย์การเรียนรู้

หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์ของ Google เช่น Google เอกสาร ในที่ทำงานหรือโรงเรียน ลองใช้เคล็ดลับ บทแนะนำ และเทมเพลตที่มีประสิทธิภาพ เพื่อดูวิธีทำงานกับไฟล์ Office โดยไม่ต้องติดตั้ง Office พร้อมทั้งสร้างแผนโครงการและปฏิทินของทีมแบบไดนามิก และจัดระเบียบกล่องจดหมายโดยอัตโนมัติ รวมถึงฟีเจอร์อื่นๆ อีกมากมาย

ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
แอป Google
เมนูหลัก
13163149372508706496
true
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
false
true
true
true
true
true
35
false
false
false
false
false