ข้อกำหนดในการให้บริการ Google Data Studio

เมื่อใช้บริการนี้ (ตามที่ให้คำจำกัดความไว้ด้านล่าง) ถือว่าคุณยอมรับข้อกำหนดต่อไปนี้ ("ข้อกำหนด") เพิ่มเติมจากข้อกำหนดในการให้บริการของ Google ("Google ToS") ซึ่งดูได้ที่ www.google.com/policies/terms/ (หรือที่ URL อื่นๆ ตามที่ Google ระบุ)

1. บริการ

1.1 สถานที่และการโอนข้อมูล สถานที่ทั้งหมดที่ใช้จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลของลูกค้าจะปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอันสมเหตุสมผลที่ไม่ด้อยกว่ามาตรฐานด้านความปลอดภัยในสถานที่ที่ Google จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลประเภทเดียวกันด้วยตนเอง Google ได้ใช้ระบบและกระบวนการที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมเป็นขั้นต่ำเพื่อรักษาความปลอดภัยและข้อมูลที่เป็นความลับของข้อมูลของลูกค้า ป้องกันภัยคุกคามหรืออันตรายที่คาดไว้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยหรือความถูกต้องของข้อมูลของลูกค้า และป้องกันการเข้าถึงหรือการใช้งานข้อมูลของลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการ Google อาจทำการโอน จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลลูกค้าของคุณในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอื่นใดก็ตามที่ Google หรือตัวแทนมีสถานประกอบการตั้งอยู่ เมื่อใช้บริการนี้ ถือว่าคุณยินยอมให้ Google โอน ประมวลผล และจัดเก็บข้อมูลลูกค้าได้

1.2 ฟีเจอร์เบต้า Google ไม่มีความรับผิดภายใต้ข้อกำหนดเหล่านี้และข้อกำหนดในการให้บริการของ Google (เรียกรวมกันว่า "ข้อตกลง") (รวมถึงภาระหน้าที่ในการให้ความคุ้มครองใดๆ) ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ฟีเจอร์เบต้าหรือผู้ใช้ปลายทางของคุณ คุณจะเป็นผู้รับความเสี่ยงในการใช้ฟีเจอร์เบต้าใดๆ แต่เพียงผู้เดียว และอาจต้องทำตามข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่ Google ระบุไว้ Google ไม่ได้มีภาระผูกพันในการให้การสนับสนุนคุณลักษณะเบต้า และ Google สามารถหยุดให้บริการคุณลักษณะเบต้าได้ Google สามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลที่ได้รับจากการใช้คุณลักษณะเบต้าได้ไม่ว่าด้วยวัตถุประสงค์ใด ตราบใดที่ Google ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลที่สามในลักษณะที่เป็นการระบุตัวตนหรือคาดว่าจะสามารถระบุตัวตนของคุณหรือของผู้ใช้ปลายทาง โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากคุณ คุณต้องไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ จากคุณลักษณะเบต้า หรือข้อกำหนด หรือการมีอยู่ของคุณลักษณะเบต้าที่ไม่ออกสู่สาธารณะ

2. ภาระหน้าที่ของคุณ

2.1 การปฏิบัติตามข้อกำหนด คุณจะใช้บริการและรับรองว่าผู้ใช้ปลายทางของคุณจะใช้บริการให้สอดคล้องกับข้อตกลงนี้และนโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้ คุณรับรองว่าคุณมีสิทธิ์ดำเนินการในนามของผู้ใช้ปลายทาง และจะรับผิดชอบต่อการกระทำและการละเว้นการกระทำของผู้ใช้ปลายทางไม่ว่ารายใด Google อาจกำหนดให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของ Google ที่ไม่ได้เสนอให้เป็นส่วนหนึ่งของบริการ (หรือข้อมูลหรือเนื้อหาที่เก็บรวบรวมหรือได้รับมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของ Google ดังกล่าว) สามารถเข้าถึงได้หรือมีให้บริการแก่คุณและ/หรือผู้ใช้ปลายทางของคุณในบริการ นอกจากมีการระบุเป็นอื่น ผลิตภัณฑ์หรือบริการของ Google จะยังอยู่ภายใต้ข้อกำหนดในการให้บริการหรือข้อตกลงกับ Google ที่เกี่ยวข้องสำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการดังกล่าวต่อไป การทำงานด้านการจัดการข้อมูลบางอย่างภายในบริการอาจต้องมีการจัดเก็บข้อมูลลูกค้าใน Google Cloud Storage ("GCS") ในกรณีนี้ คุณยอมรับการใช้งาน GCS ร่วมกับการเก็บข้อมูลดังกล่าว หากคุณลบข้อมูลลูกค้าที่เก็บไว้ใน GCS ระบบจะลบข้อมูลลูกค้าดังกล่าวในบริการภายในกรอบเวลาที่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์ ในส่วนของข้อมูลลูกค้าใน GCS นั้น Google ขอสงวนสิทธิ์และเมื่อพิจารณาตามที่เห็นสมควรแล้ว สามารถ (i) จำกัดขนาดของพื้นที่เก็บข้อมูล (เช่น ขีดจำกัดขนาดไฟล์) และ (ii) ระงับหรือสิ้นสุดการใช้การทำงานด้านการจัดการข้อมูลดังกล่าวและ GCS ร่วมกับการใช้บริการของคุณ นอกจากนี้ เนื่องจากบริการอาจทำงานร่วมกับ Google ไดรฟ์ คุณและผู้ใช้ปลายทางของคุณที่ใช้บริการอยู่จึงอาจต้องใช้ Google ไดรฟ์ไปด้วยโดยปริยาย ซึ่งรวมถึงพื้นที่เก็บข้อมูล การดึงข้อมูลและการลบรายงาน แหล่งข้อมูลและ/หรือข้อมูลอื่นๆ ที่สร้างขึ้นหรือใช้ในบริการ ("ไฟล์บริการ") ไฟล์บริการ Data Studio ดังกล่าวอาจได้รับการจัดเก็บไว้ในบัญชี Google ไดรฟ์ รวมถึงบัญชีผู้ใช้ทั่วไปที่เชื่อมโยงกับบัญชี Google ที่ใช้เพื่อเข้าถึงบริการ หากไฟล์บริการ Data Studio ที่ได้รับการจัดเก็บไว้ใน Google ไดรฟ์ถูกลบออก คุณจะเข้าถึงไฟล์บริการ Data Studio ดังกล่าวในบริการไม่ได้อีกต่อไป ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงบัญชี Google ไดรฟ์ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงไฟล์บริการ Data Studio ที่จัดเก็บใน Google ไดรฟ์ได้ ตามที่เกี่ยวข้อง คุณยอมรับว่าจะใช้ Google ไดรฟ์ร่วมกับบริการ และยอมรับด้วยว่าการใช้ Google ไดรฟ์นั้นจะอยู่ภายใต้ข้อตกลงการใช้ Google ไดรฟ์ของคุณหรือผู้ใช้ปลายทางของคุณ แต่ทั้งนี้ บริการจะสามารถเข้าถึงและใช้ไฟล์ Data Studio ที่จัดเก็บใน Google ไดรฟ์ได้โดยอยู่ภายใต้ข้อตกลงนี้ คุณมีสิทธิ์ที่จำเป็นทั้งหมดในการ (i) ยื่น ใช้ และประมวลผลข้อมูลลูกค้าภายใต้ข้อตกลงนี้ และ (ii) อนุญาตการใช้บริการร่วมกับ GCS และ Google ไดรฟ์ตามที่เกี่ยวข้อง หากบัญชีบริการลิงก์กับองค์กร Google Marketing Platform (หรือชื่อที่เปลี่ยนในภายหลัง) อาจมีการแชร์ข้อมูลบางอย่างจากบัญชีบริการของคุณภายใน Platform Home (หรือชื่อที่เปลี่ยนในภายหลัง) ทำให้หน่วยงานหรือบุคคลมีสิทธิ์เข้าถึงองค์กร Google Marketing Platform (หรือชื่อที่เปลี่ยนในภายหลัง) ได้ และจะอยู่ภายใต้การตั้งค่าที่เกี่ยวข้องใน Platform Home (หรือชื่อที่เปลี่ยนในภายหลัง) ไม่ว่าบัญชีของคุณจะมีการตั้งค่าการแชร์ข้อมูลอย่างไร (หากมี) ตัวแทนฝ่ายสนับสนุนทางเทคนิคของ Google อาจมีสิทธิ์เข้าถึงองค์กร Google Marketing Platform (หรือชื่อที่เปลี่ยนในภายหลัง) และข้อมูลขององค์กรเพื่อจุดประสงค์ในการแก้ไขปัญหาหรือให้บริการองค์กร Google Marketing Platform (หรือชื่อที่เปลี่ยนในภายหลัง)

2.2 การใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาต คุณจะใช้ความพยายามที่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์เพื่อป้องกันการใช้บริการนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตและเพื่อยุติการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตคุณจะแจ้งให้ Google ทราบทันทีเกี่ยวกับการใช้งานหรือการเข้าถึงบริการนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อคุณได้รับทราบ คุณจะไม่และจะใช้ความพยายามที่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้ปลายทางและ/หรือบุคคลที่สามจะไม่ (ก) นำบริการไปขาย ขายต่อ ให้เช่า หรือทำสิ่งอื่นที่เทียบเท่าให้แก่บุคคลที่สาม (ยกเว้นที่อนุญาตอย่างชัดแจ้งในข้อตกลงนี้) (ข) พยายามที่จะทำวิศวกรรมย้อนกลับต่อบริการหรือส่วนประกอบใดก็ตาม (ค) พยายามสร้างสิ่งทดแทนหรือบริการที่คล้ายคลึงกันโดยอาศัยการใช้งานหรือการเข้าถึงบริการนี้ (ง) ใช้บริการเพื่อกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง หรือ (จ) ใช้บริการเพื่อเก็บหรือส่งโอนข้อมูลที่มีการควบคุมการส่งออกตามกฎหมายควบคุมการส่งออก ยกเว้นในกรณีที่ Google ตกลงไว้เป็นการเฉพาะเป็นลายลักษณ์อักษร ข้อมูลรับรอง (เช่น รหัสผ่าน คีย์ และรหัสไคลเอ็นต์) ที่ใช้เข้าถึงบริการมีไว้ใช้กับบุคคลที่ออกข้อมูลรับรองดังกล่าวเท่านั้น คุณจะเก็บรักษาข้อมูลรับรองเป็นความลับและรับรองว่าผู้ใช้ปลายทางและ/หรือบุคคลที่สามทุกคนจะเก็บรักษาข้อมูลรับรองเป็นความลับ และจะใช้ความพยายามที่สมเหตุสมผลเพื่อป้องกันและขัดขวางการใช้ข้อมูลรับรองดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต คุณมีหน้าที่รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อการปฏิบัติตาม HIPAA หรือกฎหมายอื่นๆ ที่มีผลบังคับใช้ใกล้เคียงกันในเขตอำนาจศาลของคุณ Google ไม่ได้มุ่งหมายให้การใช้บริการสร้างภาระหน้าที่ภายใต้ HIPAA หรือกฎหมายอื่นๆ ที่มีผลบังคับใช้ใกล้เคียงกันในเขตอำนาจศาลของคุณ และไม่ได้รับรองว่าบริการจะปฏิบัติตามข้อกำหนดของ HIPAA (หรือกฎหมายอื่นๆ ที่มีผลบังคับใช้ใกล้เคียงกันในเขตอำนาจศาลของคุณ) เว้นแต่ Google จะระบุไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร หากคุณเป็น (หรือกลายเป็น) Covered Entity หรือ Business Associate ตามที่ HIPAA กำหนด คุณจะต้องไม่ใช้บริการนี้ด้วยวัตถุประสงค์หรือในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสุขภาพที่ได้รับการคุ้มครองหรือ Protected Health Information (ตามที่ HIPAA กำหนด)

2.3 คำขอของบุคคลที่สาม คุณมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการตอบกลับคำขอของบุคคลที่สาม Google จะดำเนินการภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนดและอยู่ภายใต้ข้อกำหนดสำหรับคำขอของบุคคลที่สาม ดังนี้ (ก) แจ้งคุณโดยทันทีว่าได้รับคำขอของบุคคลที่สาม (ข) ปฏิบัติตามคำขอที่สมเหตุสมผลของคุณในการพยายามที่จะคัดค้านคำขอของบุคคลที่สาม และ (ค) ให้ข้อมูลหรือเครื่องมือตามที่จำเป็นแก่คุณในการตอบสนองต่อคำขอของบุคคลที่สาม ในขั้นต้นคุณจะพยายามหาข้อมูลที่จำเป็นในการตอบสนองคำขอของบุคคลที่สามด้วยตนเอง และจะติดต่อ Google เฉพาะเมื่อไม่สามารถรับข้อมูลดังกล่าวได้โดยมีเหตุผลอันสมควร

3. ข้อมูลที่เป็นความลับ

3.1 การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ ผู้รับจะไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ นอกจากให้แก่พนักงาน บริษัทในเครือ ตัวแทน หรือที่ปรึกษามืออาชีพที่จำเป็นต้องทราบข้อมูลดังกล่าวและผู้ที่ได้ลงนามตกลงไว้เป็นลายลักษณ์อักษร (หรือในกรณีของที่ปรึกษามืออาชีพคือมีข้อผูกพัน) ว่าจะรักษาข้อมูลนั้นให้เป็นความลับ ผู้รับจะต้องดูแลให้บุคคลและหน่วยงานเหล่านั้นใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพื่อใช้สิทธิ์และปฏิบัติภาระหน้าที่ภายใต้ข้อตกลงนี้ให้เสร็จสิ้นเท่านั้น รวมถึงเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นความลับ ข้อมูลที่เป็นความลับไม่รวมถึงข้อมูลที่ (ก) กลายเป็นข้อมูลสาธารณะโดยไม่เกิดจากการละเมิดของผู้รับ (ข) มีการพัฒนาขึ้นอย่างอิสระโดยผู้รับ หรือ (ค) ผู้รับได้รับมอบอย่างชอบธรรมโดยบุคคลอื่นโดยไม่มีภาระหน้าที่ในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ นอกจากนี้ ผู้รับอาจเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับตามที่กฎหมายกำหนดหลังจากที่ได้ดำเนินการแจ้งอย่างเหมาะสมแก่ผู้เปิดเผยแล้ว หากกฎหมายอนุญาต

4. ข้อมูลลูกค้า

4.1 การใช้ข้อมูลลูกค้า ภายใต้ส่วนที่ 1.2 (ฟีเจอร์เบต้า) และส่วนที่ 2.1 (การปฏิบัติตามข้อกำหนด) Google จะไม่เข้าถึงหรือใช้ข้อมูลลูกค้า เว้นแต่ (ก) จำเป็นจะต้องใช้ข้อมูลเพื่อให้บริการและการสนับสนุนทางเทคนิคแก่คุณและผู้ใช้ปลายทางของคุณ (ข) เพื่อรักษาความปลอดภัยและปรับปรุงบริการ ทั้งนี้จะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลลูกค้าแก่บุคคลที่สามโดยที่คุณไม่ยินยอม และ (ค) ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล กฎหมาย หน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานกำกับดูแล (หลังจากมีการแจ้งที่สมเหตุสมผลแก่คุณ และใช้ความพยายามที่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์เพื่อให้โอกาสคุณแสวงหาคำสั่งคุ้มครองหรือการเยียวยาที่ใกล้เคียงกัน หากได้รับอนุญาต (โดยที่คุณเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย)) คุณจะต้องได้รับและรับรองว่าผู้ใช้ปลายทางของคุณจะได้รับความยินยอมที่จำเป็นและบังคับโดยกฎหมายทั้งหมดเพื่ออัปโหลดข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริการ

5. การรับรองและการรับประกัน

5.1 การรับรองและการรับประกัน แต่ละฝ่ายรับรองว่าตนมีอำนาจหน้าที่โดยสมบูรณ์ในการทำข้อตกลงฉบับนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายรับประกันว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องในการให้หรือใช้บริการตามแต่ละกรณี (รวมถึงกฎหมายการแจ้งกรณีการละเมิดความปลอดภัย) คุณไม่สามารถใช้บริการและยอมรับข้อตกลงนี้ได้ หากคุณมีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามกฎหมายที่มีสิทธิ์ทำสัญญาที่มีข้อผูกพันกับ Google

6. การสิ้นสุด

6.1 ผลของการสิ้นสุด หากมีการยุติข้อตกลงนี้ (ก) สิทธิ์ที่ฝ่ายหนึ่งให้อีกฝ่ายหนึ่งจะสิ้นสุดลงทันที (ยกเว้นที่ระบุไว้ในตอนต้นของส่วนนี้) (ข) หลังจากที่คุณลบข้อมูลลูกค้าออกจากบัญชี Google ไดรฟ์ที่เกี่ยวข้องไปเป็นระยะเวลาหนึ่งตามที่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์ Google จะลบข้อมูลลูกค้าด้วยการนำตัวชี้ที่ชี้ไปยังข้อมูลนี้ในเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานอยู่ของ Google ออก และเขียนทับเมื่อเวลาผ่านไป (ค) Google จะลบข้อมูลลูกค้าที่จัดเก็บไว้ใน GCS หลังจากระยะเวลาผ่านไปตามที่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์ และ (ง) เมื่อได้รับคำขอ แต่ละฝ่ายจะใช้ความพยายามตามที่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์เพื่อส่งคืนหรือทำลายข้อมูลลับอื่นๆ ทั้งหมดของอีกฝ่าย

6.2 การระงับ นอกจากสิทธิ์ของ Google ที่ระบุไว้ในข้อกำหนดในการให้บริการของ Google แล้ว Google อาจระงับบริการหรือยุติข้อตกลงนี้โดยอัตโนมัติ ในกรณีที่การใช้บริการของคุณทำให้โครงสร้างพื้นฐานของ Google ทำงานหนักอย่างไม่สมเหตุสมผลหรือไม่สมดุล (ตามการพิจารณาที่ Google เห็นสมควรแต่เพียงผู้เดียว)

7. การเปลี่ยนแปลงบริการหรือข้อกำหนด Google อาจแก้ไขข้อกำหนดเหล่านี้ (ซึ่งรวมถึง URL ที่อ้างอิงในข้อกำหนดและเนื้อหาภายใน URL ดังกล่าว) เป็นครั้งคราว ประกาศการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะแสดงอยู่ใน URL ที่เกี่ยวข้อง (หรือ URL อื่นที่ Google อาจระบุให้เป็นครั้งคราว) การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดเหล่านี้ (ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาภายใน URL) จะไม่มีผลย้อนหลัง และจะมีผลเป็นระยะเวลา 14 วันหลังจากการประกาศ เว้นแต่ว่าการเปลี่ยนแปลงการอ้างอิง URL จะมีผลในทันที Google อาจทำการเปลี่ยนแปลงที่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์กับบริการนี้เป็นครั้งคราว อาจมีแอปพลิเคชัน ฟีเจอร์ หรือฟังก์ชันใหม่ให้ใช้งานเพิ่มเติมเป็นครั้งคราวในฐานะส่วนหนึ่งของบริการ และอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมตามข้อตกลงของคุณ หากคุณไม่ยอมรับข้อกำหนดในการให้บริการที่เปลี่ยนแปลง คุณควรยุติการใช้บริการ การแก้ไขหรือการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงนี้จะไม่ถือว่ามีผลผูกพันนอกจาก (i) มีการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรและลงนามโดยตัวแทนที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องของ Google (ii) คุณยอมรับข้อกำหนดที่อัปเดตทางออนไลน์ หรือ (iii) คุณใช้บริการต่อไปหลังจากที่ Google ประกาศการอัปเดตในข้อตกลงหรือนโยบายที่ควบคุมบริการดังกล่าวแล้ว

8. เบ็ดเตล็ด

8.1 การแจ้ง การแจ้งทั้งหมดเกี่ยวกับการสิ้นสุดหรือการละเมิดจะต้องเป็นภาษาอังกฤษ เป็นลายลักษณ์อักษร และส่งถึงฝ่ายกฎหมายของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง ที่อยู่สำหรับประกาศแจ้งไปยังฝ่ายกฎหมายของ Google คือ legal-notices@google.com การแจ้งอื่นๆ ทั้งหมดจะต้องเป็นภาษาอังกฤษ เป็นลายลักษณ์อักษร และส่งถึงผู้ติดต่อหลักของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง การแจ้งจะถือว่าได้ดำเนินการส่งให้แล้วเมื่อมีการรับ ตามที่ได้ตรวจสอบโดยการรับเป็นลายลักษณ์อักษรหรือการรับแบบอัตโนมัติ หรือโดยบันทึกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (แล้วแต่กรณี)

8.2 การให้สิทธิ์ แต่ละฝ่ายไม่สามารถโอนสิทธิ์ในส่วนใดก็ตามของข้อตกลงนี้โดยปราศจากความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากอีกฝ่ายหนึ่ง ยกเว้นให้แก่บริษัทในเครือซึ่ง: (ก) ผู้รับโอนสิทธิ์ได้ยินยอมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรที่จะอยู่ภายใต้ข้อผูกพันตามเงื่อนไขของข้อตกลงนี้ (ข) คู่สัญญาฝ่ายที่ให้สิทธิ์ยังคงมีความรับผิดต่อภาระหน้าที่ภายใต้ข้อตกลงนี้หากผู้รับโอนสิทธิ์กระทำผิดต่อภาระหน้าที่ดังกล่าว และ (ค) คู่สัญญาฝ่ายที่ให้สิทธิ์ได้แจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบแล้วเกี่ยวกับการให้สิทธิ์ดังกล่าว ความพยายามอื่นใดในการที่จะให้สิทธิ์จะถือว่าเป็นโมฆะ

8.3 การเปลี่ยนการควบคุม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเผชิญการเปลี่ยนแปลงการควบคุม (เช่น โดยการซื้อหรือการขายหุ้น การควบรวมกิจการ หรือรูปแบบอื่นของธุรกรรมของบริษัท) นอกเหนือจากการปรับโครงสร้างหรือปรับองค์กรเป็นการภายในของ Google และบริษัทผู้ร่วมดำเนินการ: (ก) ฝ่ายนั้นจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบภายใน 30 วันหลังจากการเปลี่ยนแปลงการควบคุมดังกล่าว และ (ข) อีกฝ่ายหนึ่งสามารถยุติข้อตกลงนี้ได้โดยทันทีในเวลาใดก็ได้ในช่วงระหว่างการเปลี่ยนแปลงการควบคุมกับช่วง 30 วันหลังจากที่ตนได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร

8.4 สิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม คู่สัญญาไม่ต้องมีความรับผิดสำหรับความล้มเหลวหรือความล่าช้าในการปฏิบัติงานในขอบเขตที่เกิดจากสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมอย่างสมเหตุสมผลของคู่สัญญา

8.5 ไม่เป็นการสละสิทธิ์ การแยกออกจากกันได้ จะไม่มีการถือว่าคู่สัญญาได้สละสิทธิ์ใดๆ อันเนื่องจากการไม่ใช้สิทธิ์ใดๆ (หรือโดยการใช้สิทธิ์ใดๆ ล่าช้า) ภายใต้ข้อตกลงนี้ หากมีเงื่อนไขข้อใด (หรือบางส่วนของเงื่อนไข) ของข้อตกลงนี้ที่เป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่สามารถบังคับใช้ ส่วนที่เหลือของข้อตกลงจะยังคงมีผลบังคับใช้

8.6 ไม่มีการสร้างตัวแทน, ผู้รับผลประโยชน์ที่เป็นบุคคลที่สาม ข้อตกลงนี้ไม่เป็นการสร้างตัวแทน พันธมิตรทางธุรกิจ หรือกิจการร่วมค้าระหว่างคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่าย ข้อตกลงนี้ไม่ได้มีการมอบผลประโยชน์ใดๆ แก่บุคคลที่สาม นอกจากว่าข้อตกลงจะระบุไว้เช่นนั้นอย่างชัดแจ้ง

8.7 การทำสัญญาช่วง คู่สัญญาสามารถทำสัญญาช่วงสำหรับภาระหน้าที่ใดๆ ของตนภายใต้ข้อตกลงนี้ได้ แต่คู่สัญญาจะยังคงมีความรับผิดต่อภาระหน้าที่ที่ทำสัญญาช่วงทั้งหมด ตลอดจนการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของผู้รับช่วงสัญญาของตนด้วย

8.8 การเยียวยา ไม่มีส่วนใดในข้อตกลงนี้ที่จำกัดไม่ให้คู่สัญญาเสาะหาการเยียวยา เว้นแต่คู่สัญญาจะไม่เสาะหาเองในการฟ้องร้องดำเนินคดีระหว่างการใช้บริการหรือเมื่อผ่านไปหนึ่งปีหลังจากการใช้บริการดังกล่าว หรือมีคำสั่งห้ามหรือคำสั่งยกเว้นของบริการหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของบริการเนื่องจากการละเมิดสิทธิบัตร

8.9 การคงอยู่ ข้อสัญญาในส่วนต่อไปนี้จะยังคงมีผล แม้ว่าข้อตกลงนี้จะหมดอายุหรือยุติลงก็ตาม: 1.2 (คุณลักษณะเบต้า) (วรรคสุดท้ายเท่านั้น), 2.3 (คำขอของบุคคลที่สาม), 3 (ข้อมูลที่เป็นความลับ), 6 (การยุติ) และ 8 (เบ็ดเตล็ด) นอกจากนี้ บทบัญญัติในข้อกำหนดในการให้บริการของ Google ที่โดยลักษณะแล้วควรจะมีผลต่อไปก็จะยังคงมีผลต่อไปหลังจากข้อตกลงนี้สิ้นสุดลง

8.10 ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ข้อตกลงนี้ รวมถึงข้อกำหนดเหล่านี้และเอกสารทั้งหมดที่อ้างถึงในที่นี้ เป็นข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ของคู่สัญญา เกี่ยวกับหัวเรื่องนั้นๆ และมีผลแทนข้อตกลงที่มีอยู่ก่อนหน้าหรือในขณะเดียวกันในหัวเรื่องนั้นๆ ข้อกำหนดใน URL ใดที่อ้างอิงถึงในข้อตกลงนี้ ให้ถือว่ามีการรวมไว้ในที่นี้ด้วยวิธีการอ้างอิง การแก้ไขใดๆ จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร และระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นการแก้ไขข้อตกลงนี้

8.11 ข้อกำหนดที่ขัดแย้งกัน หากมีข้อขัดแย้งระหว่างเอกสารต่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นข้อตกลงนี้ เอกสารจะมีผลบังคับตามลำดับต่อไปนี้ คือ ข้อกำหนดเหล่านี้ นโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้ และข้อกำหนดในการให้บริการของ Google

9. คำนิยาม

9.1 "นโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้" หมายถึงนโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้สำหรับบริการซึ่งมีให้ใช้งานที่ support.google.com/datastudio/answer/7020012 (ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราว) หรือ URL อื่นๆ ดังกล่าวที่ Google อาจระบุไว้

9.2 "บริษัทในเครือ" หมายถึงนิติบุคคลที่ควบคุม ถูกควบคุม หรืออยู่ในการควบคุมระดับเดียวกับคู่สัญญา ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม

9.3 "ฟีเจอร์เบต้า" หมายถึง ฟีเจอร์บริการใดๆ หรือบริการที่มีการระบุไว้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นเวอร์ชัน "เบต้า" "อัลฟ่า" "ทดลอง" หรือ "ก่อนเผยแพร่" หรือระบุไว้อย่างชัดเจนว่า "ไม่สนับสนุน"

9.4 "สิ่งแสดงความเป็นแบรนด์" หมายถึงชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายการบริการ โลโก้ ชื่อโดเมน และสิ่งแสดงความเป็นแบรนด์ที่มีลักษณะเฉพาะอื่นๆ ของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายตามลำดับ ตามที่คู่สัญญานั้นครอบครองในระยะเวลาหนึ่งๆ

9.5 "ข้อมูลที่เป็นความลับ" หมายถึงข้อมูลที่เปิดเผยโดยคู่สัญญาแก่คู่สัญญาอีกฝ่ายภายใต้ข้อตกลงนี้ และมีการทำเครื่องหมายว่าเป็นข้อมูลลับ หรืออยู่ในวิสัยที่จะพิจารณาว่าเป็นข้อมูลลับในสถานการณ์นั้นๆ ข้อมูลลูกค้าอาจถือเป็นข้อมูลที่เป็นความลับ ขึ้นอยู่กับข้อสัญญาส่วนที่ 1.2 (ฟีเจอร์เบต้า) และ 4.1 (การใช้ข้อมูลลูกค้า)

9.6 "ข้อมูลลูกค้า" หมายถึงข้อมูลที่คุณหรือผู้ใช้ปลายทางของคุณยื่น จัดเก็บ ส่ง หรือรับผ่านบริการ

9.7 "ผู้ใช้ปลายทาง" หมายถึงบุคคลทั่วไปหรือนิติบุคคลรวมถึงบุคคลที่สาม ซึ่งคุณหรือผู้ใช้ปลายทางของคุณอนุญาตให้ใช้หรือเข้าถึงบริการ (หรือรายงานหรือองค์ประกอบใดๆ ที่ระบุไว้ในที่นี้)

9.8 "กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมการส่งออก" หมายถึงกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่ควบคุมการส่งออกและการส่งออกซ้ำที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึง Export Administration Regulations ("EAR") ที่บังคับใช้โดยกระทรวงพาณิชย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา การลงโทษทางการค้าและเศรษฐกิจที่บังคับใช้โดยสำนักงานควบคุมสินทรัพย์ในต่างประเทศของกระทรวงการคลังของประเทศสหรัฐอเมริกา และ International Traffic in Arms Regulations ("ITAR") ที่บังคับใช้โดยกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสหรัฐอเมริกา

9.9 "กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง" หมายถึงการใช้งาน เช่น ปฏิบัติการของหน่วยงานพลังงานนิวเคลียร์ การควบคุมจราจรทางอากาศ หรือระบบช่วยชีวิต ซึ่งการใช้บริการหรือการทำงานล้มเหลวของบริการอาจก่อให้เกิดการเสียชีวิต การบาดเจ็บ หรือความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม

9.10 "HIPAA" หมายถึง กฎหมายว่าด้วยการควบคุมและการส่งผ่านข้อมูลทางด้านการประกันสุขภาพ (Health Insurance Portability and Accountability Act) ปี ค.ศ. 1996 ตามที่อาจมีการแก้ไขเป็นครั้งคราว และระเบียบข้อบังคับที่ออกภายใต้บทบัญญัติดังกล่าว

9.11 "บริการ" หมายถึง (i) Google Data Studio หากคุณอยู่ในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ญี่ปุ่นที่มีการให้บริการนี้ หรือ (ii) Google Data Portal หากคุณอยู่ในประเทศญี่ปุ่น

9.12 "คำขอของบุคคลที่สาม" หมายถึงคำขอจากบุคคลที่สามสำหรับระเบียนข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการของผู้ใช้ปลายทาง คำขอของบุคคลที่สามอาจเป็นหมายค้นตามกฎหมาย คำสั่งศาล หมายเรียก หรือคำสั่งตามกฎหมายที่มีผลบังคับ หรือความยินยอมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ใช้ปลายทางที่อนุญาตให้เปิดเผยข้อมูล

อัปเดต: 2019-09-27