ข้อกำหนดในการให้บริการของ Data Studio

เวอร์ชัน: 16 พฤศจิกายน 2020

ข้อกำหนดในการให้บริการของ Data Studio เหล่านี้ ("ข้อตกลง") คือข้อกำหนดที่เข้าทำโดย Google และนิติบุคคลหรือบุคคลที่ตกลงตามข้อกำหนดเหล่านี้ ("ลูกค้า") ข้อตกลงนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่คุณคลิกเพื่อยอมรับข้อกำหนดเหล่านี้ ("วันที่มีผลบังคับใช้") 

หากคุณยอมรับข้อตกลงนี้ในนามของลูกค้า ถือว่าคุณรับรองและรับประกันว่า (1) คุณมีอำนาจทางกฎหมายที่สมบูรณ์ในการให้ข้อตกลงนี้มีผลผูกพันกับลูกค้า (2) คุณได้อ่านและทำความเข้าใจข้อตกลงนี้แล้ว และ (3) คุณตกลงตามข้อตกลงนี้ในนามของลูกค้า

หากคุณคือผู้ดูแลระบบที่ยอมรับข้อตกลงนี้ในนามของลูกค้า การยอมรับข้อกำหนดเหล่านี้จะมีผลแทนที่การยอมรับข้อกำหนดเดียวกันก่อนหน้านี้โดยผู้ใช้ปลายทางแต่ละบุคคล ซึ่งได้รับการจัดการโดยผู้ดูแลระบบของลูกค้าภายใต้โดเมนเดียวกัน หากคุณได้รับการจัดการโดยผู้ดูแลระบบ และผู้ดูแลระบบมีหรือเข้าทำข้อตกลงที่แยกต่างหากในภายหลัง (ในนามของนิติบุคคลของลูกค้าที่เกี่ยวข้อง) ซึ่งใช้บังคับกับการใช้บริการของคุณ ข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลแทนที่ข้อตกลงนี้และใช้บังคับกับการใช้บริการของคุณ 

1. บริการ

1.1 สถานที่และการโอนข้อมูล สถานที่ทั้งหมดซึ่งใช้จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลลูกค้าจะเป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่สมเหตุสมผล โดยให้การคุ้มครองไม่น้อยไปกว่ามาตรฐานด้านความปลอดภัยในสถานที่ที่ Google จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลของตนเองในประเภทที่คล้ายคลึงกัน Google ได้ใช้ระบบและกระบวนการที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมเป็นอย่างน้อย เพื่อให้แน่ใจถึงความปลอดภัยและการรักษาความลับของข้อมูลลูกค้า ป้องกันภัยคุกคามหรืออันตรายที่คาดหมายว่าจะเกิดขึ้นกับความปลอดภัยหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลลูกค้า และป้องกันการเข้าถึงหรือการใช้ข้อมูลลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ในการให้บริการดังกล่าว Google อาจถ่ายโอน จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลลูกค้าในสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอื่นใดก็ตามที่ Google หรือตัวแทนของ Google มีสถานประกอบการตั้งอยู่ เมื่อใช้บริการนี้ ถือว่าคุณยินยอมให้มีการถ่ายโอน ประมวลผล และจัดเก็บข้อมูลลูกค้าเช่นนี้ เพื่อความชัดเจน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะ (ในกรณีที่เกี่ยวข้อง) ปฏิบัติตามภาระหน้าที่ที่ระบุไว้ในข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล ซึ่งเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอน การจัดเก็บ และการประมวลผลข้อมูลลูกค้าในสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอื่นใดก็ตามที่ Google หรือตัวแทนของ Google มีสถานประกอบการตั้งอยู่

1.2 ฟีเจอร์ของรุ่นเบต้า ตามข้อ 10 Google จะไม่มีความรับผิดภายใต้ข้อตกลงนี้ (รวมถึงภาระหน้าที่ใดๆ ในการชดใช้ค่าเสียหาย) ซึ่งเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ฟีเจอร์ของรุ่นเบต้าโดยลูกค้าหรือผู้ใช้ปลายทางของลูกค้า การใช้ฟีเจอร์ของรุ่นเบต้าใดๆ เป็นไปโดยสมัครใจและเป็นความเสี่ยงของลูกค้าแต่เพียงผู้เดียว และอาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่ Google ระบุไว้ Google ไม่ได้มีภาระหน้าที่ในการให้การสนับสนุนสำหรับฟีเจอร์ของรุ่นเบต้า และ Google อาจหยุดให้บริการฟีเจอร์ของรุ่นเบต้าโดยเป็นส่วนหนึ่งของบริการ ลูกค้าจะไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลใดๆ จากฟีเจอร์ของรุ่นเบต้าหรือข้อกำหนดหรือการมีอยู่ของฟีเจอร์ของรุ่นเบต้าใดๆ ที่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ

2. ภาระหน้าที่ของลูกค้า

2.1 การปฏิบัติตามข้อกำหนด ลูกค้าต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าการใช้บริการทั้งหมดโดยลูกค้าและผู้ใช้ปลายทางของลูกค้าจะเป็นไปตามข้อตกลงนี้และนโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้ ลูกค้ารับประกันว่าตนได้รับอนุญาตให้ดำเนินการในนามของผู้ใช้ปลายทางของตน และลูกค้าจะรับผิดชอบในการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของผู้ใช้ปลายทางของตน 

2.2 การจัดการดูแลบริการของลูกค้า ลูกค้า (และผู้ดูแลระบบของลูกค้า หากมี) จะมีความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลลูกค้าทั้งหมด ซึ่งรวมถึงความสามารถในการเข้าถึง เฝ้าติดตาม ใช้ แก้ไข ระงับ หรือเปิดเผยข้อมูลใดๆ ที่มีให้กับผู้ใช้ปลายทาง ลูกค้าจะต้องได้รับและคงไว้ซึ่งความยินยอมที่จำเป็นทั้งหมดจากผู้ใช้ปลายทางของตนเพื่อให้ (ก) ลูกค้าสามารถเข้าถึง เฝ้าติดตาม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลนี้ และ (ข) Google สามารถให้บริการและใช้ข้อมูลลูกค้าตามข้อตกลงนี้ ลูกค้ายอมรับว่าความรับผิดชอบของ Google นั้นไม่รวมถึงการจัดการภายในหรือการจัดการดูแลบริการให้กับลูกค้า และ Google เป็นเพียงผู้ประมวลผลข้อมูลเท่านั้น

2.3 การใช้บริการหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Google Google อาจกำหนดให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของ Google ที่ไม่ได้เสนอให้เป็นส่วนหนึ่งของบริการ (หรือข้อมูลหรือเนื้อหาที่เก็บรวบรวมหรือได้รับมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของ Google ดังกล่าว) สามารถเข้าถึงได้โดยหรือมีให้บริการแก่คุณและ/หรือผู้ใช้ปลายทางของคุณในบริการ นอกจากมีการระบุเป็นอื่น ผลิตภัณฑ์หรือบริการของ Google จะยังคงอยู่ภายใต้ข้อกำหนดในการให้บริการหรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้องซึ่งทำกับ Google สำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการดังกล่าวต่อไป การทำงานด้านการจัดการข้อมูลบางอย่างภายในบริการอาจจำเป็นต้องมีการจัดเก็บข้อมูลลูกค้าใน Google Cloud Storage ("GCS") ในกรณีนี้ ลูกค้าตกลงให้ใช้ GCS โดยเกี่ยวข้องกับการจัดเก็บดังกล่าว หากคุณลบข้อมูลลูกค้าที่จัดเก็บไว้ใน GCS ข้อมูลลูกค้าดังกล่าวจะถูกลบในบริการภายในกรอบเวลาที่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์ ในส่วนของข้อมูลลูกค้าดังกล่าวใน GCS นั้น Google ขอสงวนสิทธิ์ตามการพิจารณาตามที่เห็นสมควรของตนแต่เพียงผู้เดียวที่จะ (ก) จำกัดขนาดของพื้นที่เก็บข้อมูล (เช่น ขีดจำกัดขนาดไฟล์) และ (ข) ระงับหรือสิ้นสุดการใช้การทำงานด้านการจัดการข้อมูลดังกล่าวและ GCS ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการของคุณ ลูกค้ามีสิทธิที่จำเป็นทั้งหมดในการ (1) ยื่น ใช้ และประมวลผลข้อมูลลูกค้าภายใต้ข้อตกลงนี้ และ (2) อนุญาตให้มีการใช้บริการโดยเกี่ยวข้องกับ GCS ตามที่เกี่ยวข้อง หากบัญชีบริการของคุณมีการเชื่อมโยงกับองค์กร Google Marketing Platform (หรือชื่อที่เปลี่ยนในภายหลัง) ข้อมูลบางอย่างจากบัญชีบริการของคุณก็อาจมีการแชร์ภายในหน้าแรกของ Platform (หรือชื่อที่เปลี่ยนในภายหลัง), เปิดให้เข้าถึงสำหรับนิติบุคคลหรือบุคคลใดๆ ที่มีสิทธิเข้าถึงองค์กร Google Marketing Platform (หรือชื่อที่เปลี่ยนในภายหลัง) และจะอยู่ภายใต้การตั้งค่าที่เกี่ยวข้องในหน้าแรกของ Platform (หรือชื่อที่เปลี่ยนในภายหลัง) ไม่ว่าบัญชีของคุณจะมีการตั้งค่าการแชร์ข้อมูลอย่างไร (หากมี) ตัวแทนฝ่ายสนับสนุนด้านเทคนิคของ Google อาจสามารถเข้าถึงองค์กร Google Marketing Platform (หรือชื่อที่เปลี่ยนในภายหลัง) และข้อมูลขององค์กรดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ในการแก้ปัญหาหรือให้บริการแก่องค์กร Google Marketing Platform (หรือชื่อที่เปลี่ยนในภายหลัง)

2.4 การใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาต ลูกค้าจะใช้ความพยายามอย่างสมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์เพื่อป้องกันการใช้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและเพื่อสิ้นสุดการใช้งานใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต ลูกค้าจะแจ้งให้ Google ทราบโดยทันทีถึงการใช้หรือการเข้าถึงบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งตนได้ทราบ เว้นแต่ Google จะได้ตกลงไว้เป็นลายลักษณ์อักษรโดยเฉพาะเจาะจง ลูกค้าจะไม่ดำเนินการต่อไปนี้ และจะใช้ความพยายามอย่างสมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ใช้ปลายทางและ/หรือบุคคลที่สามจะไม่ดำเนินการต่อไปนี้ กล่าวคือ (ก) ขาย ขายต่อ ให้เช่าบริการ หรือดำเนินการใดๆ ที่เทียบเท่ากันเกี่ยวกับบริการแก่บุคคลที่สาม (เว้นแต่จะให้อนุญาตโดยชัดแจ้งในข้อตกลงนี้) (ข) พยายามทำวิศวกรรมย้อนกลับกับบริการหรือส่วนประกอบใดๆ (ค) พยายามสร้างบริการทดแทนหรือบริการที่คล้ายคลึงกันผ่านการใช้หรือการเข้าถึงบริการ (ง) ใช้บริการสำหรับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง (จ) ใช้บริการเพื่อจัดเก็บหรือถ่ายโอนข้อมูลใดๆ ที่มีการควบคุมการส่งออกภายใต้กฎหมายควบคุมการส่งออก หรือ (ฉ) ใช้บริการในนามของหรือเพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลหรือบุคคลใดๆ ที่ถูกห้ามมิให้ใช้บริการตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลเข้าสู่ระบบ (เช่น รหัสผ่าน คีย์ และรหัสไคลเอ็นต์) ที่ใช้เข้าถึงบริการจะมีไว้เพื่อนำไปใช้เฉพาะโดยบุคคลที่ออกข้อมูลเข้าสู่ระบบดังกล่าวเท่านั้น ลูกค้าจะรักษาข้อมูลเข้าสู่ระบบไว้เป็นความลับและใช้ความพยายามตามสมควรเพื่อป้องกันและขัดขวางการใช้ข้อมูลเข้าสู่ระบบดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ใช้ปลายทางและ/หรือบุคคลที่สามทั้งหมดดำเนินการเช่นนั้น ลูกค้าจะต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการปฏิบัติตาม HIPAA หรือกฎหมายใดๆ ที่เกี่ยวข้องโดยคล้ายคลึงกันในเขตอำนาจศาลของคุณ ลูกค้าจะไม่ส่ง จัดเก็บ หรือประมวลผลข้อมูลด้านสุขภาพที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบ HIPAA ของสหรัฐอเมริกา และจะไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ปลายทางหรือบุคคลที่สามซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของลูกค้าดำเนินการเช่นนั้น เว้นแต่ลูกค้าจะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจาก Google (ซึ่งรวมถึงตามที่ตกลงไว้และได้รับอนุญาตโดยข้อตกลงสำหรับผู้ร่วมธุรกิจของ HIPAA ที่ได้ลงนามเข้าทำ) 

2.5 คำขอของบุคคลที่สาม ลูกค้าจะต้องรับผิดชอบในการทำตามคำขอของบุคคลที่สาม เท่าที่กฎหมายและข้อกำหนดสำหรับคำขอของบุคคลที่สามให้อนุญาตไว้ Google จะ (ก) แจ้งให้ลูกค้าทราบโดยทันทีว่าได้รับคำขอของบุคคลที่สาม (ข) ปฏิบัติตามคำขอที่สมเหตุสมผลของลูกค้าเกี่ยวกับความพยายามของลูกค้าที่จะคัดค้านคำขอของบุคคลที่สาม และ (ค) ให้ลูกค้าได้รับข้อมูลหรือเครื่องมือที่จำเป็นตามสมควรในการที่ลูกค้าทำตามคำขอของบุคคลที่สาม ลูกค้าจะพยายามหาข้อมูลที่จำเป็นในการทำตามคำขอของบุคคลที่สามด้วยตัวลูกค้าเองเป็นลำดับแรก และจะติดต่อ Google เฉพาะในกรณีที่ลูกค้าไม่สามารถหาข้อมูลดังกล่าวได้ตามสมควรเท่านั้น

2.6 การประมวลผลข้อมูล คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงว่าการให้และการใช้บริการจะอยู่ภายใต้ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล และคู่สัญญาจะปฏิบัติตามข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับบริการดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวข้อง

3. ข้อมูลที่เป็นความลับ ผู้รับจะไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ เว้นแต่เป็นการเปิดเผยต่อพนักงาน บริษัทในเครือ ตัวแทน หรือที่ปรึกษามืออาชีพซึ่งจำเป็นต้องทราบข้อมูลดังกล่าวและได้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร (หรือในกรณีของที่ปรึกษามืออาชีพ ก็คือมีข้อผูกพัน) ที่จะรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นความลับ ผู้รับจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าบุคคลและนิติบุคคลเหล่านั้นจะใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเฉพาะเพื่อการใช้สิทธิและปฏิบัติภาระหน้าที่ภายใต้ข้อตกลงนี้ และรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นความลับ ข้อมูลที่เป็นความลับจะไม่รวมถึงข้อมูลซึ่ง (ก) กลายเป็นข้อมูลสาธารณะโดยไม่ได้เกิดจากความผิดของผู้รับ (ข) ผู้รับพัฒนาขึ้นโดยอิสระ หรือ (ค) บุคคลอื่นมอบให้กับผู้รับอย่างชอบธรรมโดยไม่มีภาระหน้าที่ในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ ผู้รับยังสามารถเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับในกรณีที่จำเป็นต้องเปิดเผยตามคำสั่งศาล กฎหมาย หรือหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแล (หากได้รับอนุญาต ก็หลังจากการให้คำบอกกล่าวตามสมควรแก่ลูกค้าและใช้ความพยายามที่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์เพื่อให้โอกาสแก่ลูกค้าในการขอให้มีคำสั่งคุ้มครองหรือคำสั่งที่เทียบเท่ากัน (โดยลูกค้าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย))

4. ข้อมูลลูกค้า ตามข้อ 1.2 (ฟีเจอร์ของรุ่นเบต้า) และข้อ 2.1 (การปฏิบัติตามข้อกำหนด) Google จะไม่เข้าถึงหรือใช้ข้อมูลลูกค้า เว้นแต่ (ก) ตามที่จำเป็นเพื่อให้บริการ และ (ข) ในกรณีและตามที่กำหนดโดยคำสั่งศาล กฎหมาย หรือหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแล (หากได้รับอนุญาต ก็หลังจากการให้คำบอกกล่าวตามสมควรแก่ลูกค้าและใช้ความพยายามที่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์เพื่อให้โอกาสแก่ลูกค้าในการขอให้มีคำสั่งคุ้มครองหรือคำสั่งที่เทียบเท่ากัน (โดยลูกค้าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย)) หากลูกค้าหรือผู้ใช้ปลายทางของลูกค้าร้องขอ Google ก็ยังสามารถเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อให้การสนับสนุนด้านเทคนิคโดยเกี่ยวข้องกับบริการนี้ได้ ลูกค้าจะได้รับ และจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ใช้ปลายทางของลูกค้าได้รับความยินยอมที่จำเป็นและกฎหมายกำหนดไว้ทั้งหมดในการอัปโหลดข้อมูลส่วนตัวใดๆ ไปยังบริการและอนุญาตให้มีการประมวลผลข้อมูลที่ให้ไว้กับ Google ผ่านบริการภายใต้ข้อตกลงนี้ ข้อมูลลูกค้าจะไม่รวมถึงข้อมูลบริการที่ Google เก็บรวบรวมหรือจัดทำขึ้นในระหว่างการให้หรือการจัดการดูแลบริการ เช่น การตั้งค่าทางเทคนิคหรือการปฏิบัติการ การใช้งาน หรือการกำหนดค่า หรือข้อมูลเมตาอื่นๆ 

5. สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เว้นแต่ตามที่ระบุไว้โดยชัดแจ้ง ข้อตกลงนี้ไม่ได้ให้สิทธิใดๆ แก่คู่สัญญาฝ่ายใด ไม่ว่าโดยนัยหรืออื่นๆ ในเนื้อหาของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง หรือทรัพย์สินทางปัญญาใดๆ ของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง ในระหว่างคู่สัญญา ตามข้อ 2.1 (การปฏิบัติตามข้อกำหนด) ลูกค้าจะเป็นเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดในข้อมูลลูกค้า และ Google จะเป็นเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดในบริการ

6. การรับรองและการรับประกัน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายรับรองว่าตนมีอำนาจหน้าที่โดยสมบูรณ์ในการเข้าทำข้อตกลงนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายรับประกันว่าตนจะปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับทั้งหมดที่ใช้บังคับกับการให้หรือการใช้บริการ แล้วแต่กรณี (รวมถึงกฎหมายการแจ้งกรณีละเมิดความปลอดภัยที่ใช้บังคับ)

7. การสิ้นสุด

7.1 โดยลูกค้า ลูกค้าสามารถยุติการใช้บริการเมื่อใดก็ได้

7.2 โดย Google ลูกค้าตกลงว่า Google สามารถสิ้นสุดข้อตกลงนี้และ/หรือสิ้นสุดการให้บริการทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดเมื่อใดก็ได้และด้วยเหตุผลใดก็ได้ แม้จะมีสิ่งที่กล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้ Google จะให้คำบอกกล่าวแก่ลูกค้าล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อยสามสิบ (30) วันก่อนการสิ้นสุดบริการ โดยอาจมีการสิ้นสุดบริการทันทีหาก (ก) ลูกค้าได้ละเมิดข้อตกลงนี้ หรือ (ข) Google พิจารณาตามสมควรว่าการให้บริการต่อไปอาจเป็นการละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

7.3 ผลของการสิ้นสุด หากมีการสิ้นสุดข้อตกลงนี้ (ก) สิทธิที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งให้แก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งจะสิ้นสุดลงทันที (เว้นแต่ตามที่ระบุไว้ในหัวข้อนี้) (ข) ภายหลังระยะเวลาที่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์ Google จะลบข้อมูลลูกค้าโดยการลบพอยเตอร์ของข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานอยู่ของ Google และทำการเขียนทับเมื่อเวลาผ่านไป (ค) Google จะลบข้อมูลลูกค้าที่จัดเก็บไว้ใน GCS ภายหลังระยะเวลาที่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์ และ (ง) เมื่อมีการร้องขอ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะใช้ความพยายามอย่างสมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์เพื่อส่งคืนหรือทำลายข้อมูลที่เป็นความลับอื่นๆ ทั้งหมดของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง

7.4 การระงับ Google อาจระงับบริการหรือสิ้นสุดข้อตกลงนี้โดยอัตโนมัติในกรณีที่การใช้บริการของลูกค้าทำให้โครงสร้างพื้นฐานของ Google ทำงานหนักอย่างไม่สมเหตุสมผลหรือมากเกินไป (ตามที่ Google พิจารณาตามสมควร)

8. การเปลี่ยนแปลงบริการหรือข้อกำหนด Google อาจแก้ไขข้อกำหนดเหล่านี้ (รวมถึง URL ที่อ้างอิงอยู่ในข้อกำหนดเหล่านี้และเนื้อหาภายใน URL ดังกล่าว) เป็นครั้งคราว ประกาศการแก้ไขใดๆ ดังกล่าวจะแสดงอยู่ใน URL ที่เกี่ยวข้อง (หรือ URL อื่นที่ Google อาจระบุไว้เป็นครั้งคราว) อินเทอร์เฟซผู้ใช้ของบริการ หรือมีการส่งไปยังที่อยู่อีเมลของลูกค้าที่ให้ไว้โดยเกี่ยวข้องกับบริการ การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดเหล่านี้ (รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาภายใน URL) จะไม่มีผลย้อนหลังและจะมีผลบังคับใช้ในเวลา 14 วันหลังจากการประกาศ เว้นแต่การเปลี่ยนแปลงการอ้างอิง URL จะมีผลบังคับใช้โดยทันที Google อาจทำการเปลี่ยนแปลงที่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์กับบริการนี้เป็นครั้งคราว แอปพลิเคชัน ฟีเจอร์ หรือฟังก์ชันการทำงานใหม่ๆ อาจมีการเสนอให้เป็นครั้งคราว โดยเป็นส่วนหนึ่งของบริการและคุณอาจต้องตกลงยอมรับข้อกำหนดเพิ่มเติม หากลูกค้าไม่ได้ตกลงตามข้อกำหนดที่มีการแก้ไขสำหรับบริการนี้ ลูกค้าก็ควรยุติการใช้บริการของตน การแก้ไขเพิ่มเติมหรือการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงนี้จะไม่มีผลผูกพัน เว้นแต่ (ก) จะได้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรและลงนามโดยตัวแทนที่ได้รับอำนาจอย่างถูกต้องของ Google (ข) ลูกค้ายอมรับข้อกำหนดที่มีการอัปเดตทางออนไลน์ หรือ (ค) ลูกค้ายังคงใช้บริการต่อไปหลังจาก Google ได้ประกาศการอัปเดตข้อตกลงหรือนโยบายใดๆ ที่ใช้บังคับกับบริการ

9. ข้อจำกัดความรับผิด คู่สัญญาแต่ละฝ่ายรับประกันว่าตนจะใช้ความระมัดระวังและทักษะตามสมควรในการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของตนภายใต้ข้อตกลงนี้ เว้นแต่ตามที่ระบุไว้โดยชัดแจ้งในข้อตกลงนี้ (ก) คู่สัญญาขอปฏิเสธเงื่อนไข การรับประกัน และข้อกำหนดอื่นๆ ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการรับประกันโดยนัยสำหรับการไม่ละเมิด คุณภาพที่น่าพอใจ คุณค่าความเป็นสินค้า และความเหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์ใดๆ และการเป็นไปตามคำอธิบาย และ (ข) เท่าที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องอนุญาตไว้สูงสุด บริการจะจัดไว้ให้ "ตามที่เป็น" 

10. การชดใช้ค่าเสียหายและข้อจำกัดความรับผิด 

(ก) เท่าที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้อนุญาต คุณจะชดใช้ค่าเสียหายให้กับ Google ตลอดจนกรรมการบริหาร เจ้าหน้าที่ พนักงาน และผู้รับจ้างของ Google สำหรับกระบวนพิจารณาทางกฎหมายของบุคคลที่สาม (รวมถึงการดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐ) (1) เกี่ยวกับข้อมูลลูกค้า หรือ (2) ซึ่งเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับการที่ลูกค้าใช้บริการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือละเมิดข้อตกลงนี้ การชดใช้ค่าเสียหายนี้จะครอบคลุมความรับผิดหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการเรียกร้องสิทธิ การสูญเสีย ค่าเสียหาย คำตัดสิน ค่าปรับ ค่าใช้จ่ายในการฟ้องเรียกค่าเสียหาย และค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย 

(ข) ไม่มีสิ่งใดในข้อตกลงนี้ที่จะยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง (1) จากการฉ้อโกงหรือการสื่อให้เข้าใจผิดโดยฉ้อโกง (2) จากภาระหน้าที่ใดๆ ในการชดใช้ค่าเสียหายภายใต้ข้อตกลงนี้ หรือ (3) จากเรื่องอะไรก็ตามที่ไม่สามารถยกเว้นหรือจำกัดได้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 

(ค) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะไม่ต้องรับผิดภายใต้หรือโดยเกี่ยวข้องกับข้อตกลงนี้ (ไม่ว่าในสัญญา การละเมิด ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงความประมาทเลินเล่อ หรืออื่นๆ) จากการสูญเสียผลกำไร รายได้ การประหยัดค่าใช้จ่ายหรือโอกาสทางธุรกิจที่คาดหมายไว้ การสูญเสียโดยอ้อมหรือโดยเป็นผลสืบเนื่อง หรือค่าเสียหายที่เป็นการลงโทษซึ่งประสบหรือเกิดขึ้นกับคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง (ไม่ว่าคู่สัญญาจะได้คำนึงถึงการสูญเสียดังกล่าวในวันที่ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้หรือไม่ก็ตาม) 

(ง) ตามข้อย่อย (ข) และ (ค) ข้างต้น หากข้อตกลงนี้อยู่ในบังคับของ (1) กฎหมายอังกฤษ ตามข้อ 11.9 ความรับผิดโดยรวมที่คู่สัญญาแต่ละฝ่ายมีต่อคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อตกลงนี้จะไม่มากเกินกว่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ (2) กฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนีย ตามข้อ 11.9 ความรับผิดโดยรวมของ Google ซึ่งเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อตกลงนี้จะไม่มากเกินกว่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ

11. เบ็ดเตล็ด

11.1 คำบอกกล่าว คำบอกกล่าวทั้งหมดเกี่ยวกับการสิ้นสุดหรือการละเมิดจะต้องเป็นภาษาอังกฤษ เป็นลายลักษณ์อักษร และส่งถึงฝ่ายกฎหมายของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง ที่อยู่สำหรับส่งคำบอกกล่าวให้กับฝ่ายกฎหมายของ Google ก็คือ legal-notices@google.com คำบอกกล่าวอื่นๆ ทั้งหมดจะต้องเป็นภาษาอังกฤษ เป็นลายลักษณ์อักษร และส่งถึงผู้ติดต่อหลักของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง (หรือที่อยู่อีเมลที่ระบุไว้ผ่านการใช้บริการในกรณีของลูกค้า) คำบอกกล่าวจะถือว่าได้ส่งให้แล้วเมื่อมีการรับ ตามที่มีการตรวจสอบโดยใบรับที่เป็นลายลักษณ์อักษรหรือใบรับอัตโนมัติ หรือโดยบันทึกอิเล็กทรอนิกส์ (แล้วแต่กรณี)

11.2 การโอนสิทธิ คู่สัญญาจะไม่สามารถโอนสิทธิในส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อตกลงนี้โดยปราศจากความยินยอมที่เป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง ยกเว้นเป็นการโอนให้กับบริษัทในเครือซึ่ง (ก) ผู้รับโอนสิทธิได้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรที่จะเข้าผูกพันตามข้อกำหนดของข้อตกลงนี้ (ข) ผู้ให้สิทธิจะยังคงต้องรับผิดจากภาระหน้าที่ภายใต้ข้อตกลงนี้หากผู้รับโอนสิทธิละเลยภาระหน้าที่ดังกล่าว และ (ค) ผู้ให้สิทธิได้แจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบถึงการโอนสิทธิ ความพยายามอื่นใดในการโอนสิทธิจะถือเป็นโมฆะ

11.3 การเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุม หากคู่สัญญาต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุม (เช่น โดยการซื้อหรือขายหุ้น การควบรวมกิจการ หรือการทำธุรกรรมในรูปแบบอื่นของบริษัท) ซึ่งไม่ได้อยู่ในบริบทของการปรับโครงสร้างหรือปรับองค์กรเป็นการภายในของ Google และบริษัทในเครือของ Google (ก) คู่สัญญาดังกล่าวจะส่งคำบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้กับคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งภายใน 30 วันหลังจากการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุม และ (ข) คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งสามารถสิ้นสุดข้อตกลงนี้โดยทันทีเมื่อใดก็ได้ในระหว่างการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมไปจนถึงเวลา 30 วันหลังจากที่ตนได้รับคำบอกกล่าวนั้นเป็นลายลักษณ์อักษร

11.4 สิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม คู่สัญญาจะไม่ต้องรับผิดจากการไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่หรือความล่าช้าในการปฏิบัติหน้าที่เท่าที่เกิดขึ้นจากพฤติการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตามสมควรของคู่สัญญา

11.5 ไม่มีการสละสิทธิ์ การแยกออกจากกันได้ จะไม่มีการถือว่าคู่สัญญาได้สละสิทธิใดๆ จากการไม่ได้ใช้ (หรือความล่าช้าในการใช้) สิทธิใดๆ ภายใต้ข้อตกลงนี้ หากมีข้อกำหนดใดๆ (หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อกำหนด) ของข้อตกลงนี้ที่ไม่มีผล ผิดกฎหมาย หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ ส่วนที่เหลือของข้อตกลงก็จะยังคงมีผลบังคับใช้

11.6 ไม่มีตัวแทน ผู้รับผลประโยชน์ที่เป็นบุคคลที่สาม ข้อตกลงนี้จะไม่ก่อให้เกิดการเป็นตัวแทน พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ หรือกิจการร่วมค้าระหว่างคู่สัญญา ข้อตกลงนี้จะไม่มีการมอบผลประโยชน์ใดๆ ให้กับบุคคลที่สาม เว้นแต่จะได้ระบุไว้เช่นนั้นโดยชัดแจ้ง สิทธิของคู่สัญญาที่จะเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงข้อตกลงนี้จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับความยินยอมของบุคคลอื่นใด

11.7 การเหมาช่วง คู่สัญญาสามารถเหมาช่วงสำหรับภาระหน้าที่ใดๆ ของตนภายใต้ข้อตกลงนี้ แต่จะยังคงต้องรับผิดจากภาระหน้าที่ที่เหมาช่วงทั้งหมด ตลอดจนการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของผู้ทำสัญญาช่วง

11.8 การเยียวยา ไม่มีส่วนใดในข้อตกลงนี้ที่จะจำกัดความสามารถของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการแสวงหาการเยียวยา ยกเว้นในกระบวนพิจารณาที่ยื่นดำเนินการในระหว่างการใช้บริการของคุณหรือในเวลาหนึ่งปีหลังจากการใช้บริการดังกล่าว คุณจะไม่ขอให้มีคำสั่งห้ามหรือคำสั่งระงับเกี่ยวกับบริการหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของบริการอันเนื่องมาจากการละเมิดสิทธิบัตร

11.9 กฎหมายที่ควบคุม (ก) เว้นแต่ตามที่ระบุไว้ในข้อ 11.9(ข) ด้านล่าง ข้อตกลงนี้จะอยู่ในบังคับและการตีความตามกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนียโดยไม่มีการอ้างอิงถึงหลักการว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย ในกรณีที่มีการขัดกันระหว่างกฎหมาย กฎ และระเบียบข้อบังคับในต่างประเทศกับของแคลิฟอร์เนีย ให้ถือว่ากฎหมาย กฎ และระเบียบข้อบังคับของแคลิฟอร์เนียมีผลใช้บังคับ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงที่จะยื่นฟ้องต่อเขตอำนาจเฉพาะเหนือตัวบุคคลของศาลที่ตั้งอยู่ในเทศมณฑลซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย (ข) หากลูกค้ามีฐานที่ตั้งอยู่ในยุโรป ตะวันออกกลาง หรือแอฟริกา ข้อตกลงนี้จะอยู่ในบังคับของกฎหมายอังกฤษและคู่สัญญาจะยื่นฟ้องต่อเขตอำนาจเฉพาะของศาลอังกฤษสำหรับข้อโต้แย้งใดๆ (ไม่ว่าในทางสัญญาหรือไม่ใช่ในทางสัญญา) เกี่ยวกับข้อตกลงนี้ (ค) อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศและกฎหมายเอกรูปว่าด้วยธุรกรรมข้อมูลคอมพิวเตอร์ (Uniform Computer Information Transactions Act) จะไม่มีผลใช้บังคับกับข้อตกลงนี้ ซอฟต์แวร์จะอยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมายควบคุมการส่งออกของสหรัฐอเมริกา และจะไม่สามารถส่งออกไปยังหรือมีการใช้โดยประเทศหรือบุคคลที่ถูกห้ามทำการค้า

11.10 การคงอยู่ของข้อกำหนด หัวข้อต่อไปนี้จะยังคงมีผลใช้บังคับแม้ว่าข้อตกลงนี้จะสิ้นอายุลงหรือสิ้นสุดแล้วก็ตาม กล่าวคือ ข้อ 1.2 (ฟีเจอร์ของรุ่นเบต้า) (วรรคสุดท้ายเท่านั้น), 2.5 (คำขอของบุคคลที่สาม), 3 (ข้อมูลที่เป็นความลับ), 7 (การสิ้นสุด) และ 11 (เบ็ดเตล็ด)

11.11 ข้อตกลงทั้งหมด ข้อตกลงนี้ รวมถึงข้อกำหนดเหล่านี้และเอกสารทั้งหมดที่อ้างอิงอยู่ในที่นี้ จะเป็นข้อตกลงทั้งหมดของคู่สัญญาเกี่ยวกับหัวเรื่องนั้นๆ และจะมีผลแทนที่ข้อตกลงก่อนหน้านี้หรือในเวลาเดียวกันนี้ในหัวเรื่องดังกล่าว ข้อกำหนดที่อยู่ใน URL และอ้างอิงอยู่ในข้อตกลงนี้จะมีการผนวกรวมไว้ในที่นี้ด้วยการอ้างอิง ในการเข้าทำข้อตกลงนี้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายไม่ได้ยึดถือและจะไม่มีสิทธิหรือการชดเชยใดๆ ตามคำแถลง การรับรอง หรือการรับประกัน (ไม่ว่าจะกระทำโดยประมาทเลินเล่อหรือโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์) ยกเว้นคำแถลง การรับรอง หรือการรับประกันที่ระบุไว้โดยชัดแจ้งในข้อตกลงนี้ 

11.12 ข้อกำหนดที่ขัดกัน ในกรณีที่มีการขัดกันระหว่างเอกสารต่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นข้อตกลงนี้ เอกสารเหล่านั้นจะมีผลบังคับใช้ตามลำดับดังต่อไปนี้ กล่าวคือ ข้อกำหนดของข้อตกลงนี้ ตามด้วยนโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้

12. คำจำกัดความ

12.1 "นโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้" หมายถึง นโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้สำหรับบริการซึ่งมีอยู่ที่ support.google.com/datastudio/answer/7020012 (ตามที่มีการแก้ไขเป็นครั้งคราว) หรือ URL อื่นๆ ตามที่ Google อาจระบุไว้

12.2 "ผู้ดูแลระบบ" หมายถึง บุคลากรที่ลูกค้ากำหนดไว้ซึ่งได้รับบัญชีผู้ดูแลระบบของ Google เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการดูแลบริการในนามของลูกค้า

12.3 "บริษัทในเครือ" หมายถึง นิติบุคคลใดๆ ที่ควบคุม ถูกควบคุมโดย หรืออยู่ภายใต้การควบคุมร่วมกันกับคู่สัญญาไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม

12.4 "ฟีเจอร์ของรุ่นเบต้า" หมายถึง ฟีเจอร์ของบริการหรือบริการที่ Google ระบุไว้ รวมถึงผ่านทางอินเทอร์เฟซผู้ใช้ของบริการที่เกี่ยวข้องหรือผ่านการสื่อสารอื่นๆ ไปยังลูกค้าว่าเป็น "รุ่นเบต้า" "รุ่นอัลฟ่า" "รุ่นทดลอง" หรือ "รุ่นก่อนวางจำหน่าย" หรือมีการระบุไว้โดยชัดแจ้งว่าไม่ได้รับการสนับสนุน

12.5 "ข้อมูลที่เป็นความลับ" หมายถึง ข้อมูลที่คู่สัญญาเปิดเผยต่อคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งภายใต้ข้อตกลงนี้ โดยมีการทำเครื่องหมายว่าเป็นข้อมูลลับหรืออยู่ในวิสัยที่จะถือได้ว่าเป็นข้อมูลลับในพฤติการณ์นั้นๆ ตามข้อ 1.2 (ฟีเจอร์ของรุ่นเบต้า) และ 4 (ข้อมูลลูกค้า) ข้อมูลลูกค้าก็คือข้อมูลที่เป็นความลับของคุณ

12.6 "ข้อมูลลูกค้า" หมายถึง ข้อมูลที่ลูกค้าหรือผู้ใช้ปลายทางยื่น จัดเก็บ ส่ง หรือได้รับผ่านทางบริการ

12.7 "ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล" หมายถึง ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลที่ https://privacy.google.com/businesses/processorterms (หรือ URL อื่นๆ ตามที่ Google อาจระบุไว้) ตามที่มีการแก้ไขเป็นครั้งคราว

12.8 "ผู้ใช้ปลายทาง" หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคล รวมถึงบุคคลที่สาม ซึ่งคุณหรือผู้ใช้ปลายทางของคุณอนุญาตให้ใช้หรือเข้าถึงบริการ (หรือรายงานหรือส่วนประกอบใดๆ ในรายงานนั้น)

12.9 "กฎหมายควบคุมการส่งออก" หมายถึง กฎหมายและระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการควบคุมการส่งออกและการส่งกลับออกไปที่บังคับใช้ทั้งหมด รวมถึง Export Administration Regulations ที่กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาบังคับใช้ การคว่ำบาตรทางการค้าและทางเศรษฐกิจที่สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกาบังคับใช้ และ International Traffic in Arms Regulations ที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาบังคับใช้

12.10 "Google" หมายถึง (ก) Google Ireland Limited ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ Gordon House, Barrow Street, Dublin 4, Ireland ในกรณีที่สถานที่ตั้งธุรกิจหลักของคุณ (สำหรับนิติบุคคล) หรือสถานที่พำนักอาศัย (สำหรับบุคคล) อยู่ในประเทศใดๆ ภายในยุโรป ตะวันออกกลาง หรือแอฟริกา ("EMEA") (ข) Google Asia Pacific Pte Ltd. ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ 70 Pasir Panjang Road, #03-71, Mapletree Business City II Singapore 117371 ในกรณีที่สถานที่ตั้งธุรกิจหลักของคุณ (สำหรับนิติบุคคล) หรือสถานที่พำนักอาศัย (สำหรับบุคคล) อยู่ในประเทศใดๆ ภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ("APAC") หรือ (ค) Google LLC ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ 1600 Amphitheatre Parkway, Mountain View, California 94043 ในกรณีที่สถานที่ตั้งธุรกิจหลักของคุณ (สำหรับนิติบุคคล) หรือสถานที่พำนักอาศัย (สำหรับบุคคล) อยู่ในประเทศใดๆ ในโลกนอกเหนือไปจากประเทศต่างๆ ใน EMEA หรือ APAC

12.11 "กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง" หมายถึง การใช้งานต่างๆ เช่น การปฏิบัติการของโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ การควบคุมจราจรทางอากาศ หรือระบบช่วยชีวิต ซึ่งการใช้บริการหรือความขัดข้องของบริการอาจทำให้เกิดการเสียชีวิต การบาดเจ็บ หรือความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม

12.12 "HIPAA" หมายถึง กฎหมายว่าด้วยการควบคุมและการส่งผ่านข้อมูลทางด้านการประกันสุขภาพ (Health Insurance Portability and Accountability Act) ค.ศ. 1996 ตามที่อาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมเป็นครั้งคราว และระเบียบข้อบังคับใดๆ ที่ออกภายใต้กฎหมายดังกล่าว

12.13 “สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา” หมายถึง สิทธิที่มีผลทั่วโลกในปัจจุบันและอนาคตภายใต้กฎหมายสิทธิบัตร กฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายว่าด้วยความลับทางการค้า กฎหมายเครื่องหมายการค้า กฎหมายว่าด้วยสิทธิโดยชอบธรรม หรือสิทธิอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน

12.14 "บริการ” หมายถึง (ก) Google Data Studio หากคุณมีที่ตั้งอยู่ในประเทศใดๆ ที่ไม่ใช่ญี่ปุ่นซึ่งมีการให้บริการนี้ หรือ (ข) Google Data Portal หากคุณมีที่ตั้งอยู่ในญี่ปุ่น

12.15 "ซอฟต์แวร์" หมายถึง เครื่องมือ บริการ ชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่เป็นกรรมสิทธิ์อื่นๆ ที่ Google ให้ไว้โดยเกี่ยวข้องกับบริการ ซึ่งลูกค้าอาจนำไปใช้ และการอัปเดตใดๆ ที่ Google อาจมีให้กับซอฟต์แวร์ดังกล่าวเป็นครั้งคราว

12.16 "คำขอของบุคคลที่สาม" หมายถึง คำขอจากบุคคลที่สามสำหรับระเบียนข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการของผู้ใช้ปลายทาง คำขอของบุคคลที่สามอาจเป็นหมายค้นตามกฎหมาย คำสั่งศาล หมายเรียก คำสั่งทางกฎหมายอื่นๆ ที่มีผลบังคับ หรือความยินยอมที่เป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ใช้ปลายทางที่อนุญาตให้เปิดเผยข้อมูล

เวอร์ชันก่อนหน้า

3 กันยายน 2019

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว