ตั้งค่าแอปที่มีการจัดการสำหรับอุปกรณ์ Android

 ฟีเจอร์นี้ไม่มีให้บริการใน Cloud Identity รุ่นใช้งานฟรี

ในฐานะผู้ดูแลระบบ คุณจะจัดการแอปสำหรับทำงานในอุปกรณ์ Android ได้อย่างปลอดภัยและปล่อยให้ผู้ใช้ควบคุมแอปส่วนตัวด้วยตัวเองได้ โดยใช้วิธีดังนี้

  • สร้างรายการที่อนุญาตพิเศษของแอปที่แนะนำเพื่อให้ผู้ใช้ติดตั้งได้
  • ติดตั้งแอปสำหรับทำงานที่ต้องการได้โดยอัตโนมัติ
  • จัดการแอประบบที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้าในอุปกรณ์ของบริษัท

หลักการทำงานของรายการที่อนุญาตพิเศษ

เลือกแอปจาก Google Play (ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google) แล้วเพิ่มลงในรายการที่อนุญาตพิเศษ ผู้ใช้จะเห็นแคตตาล็อกของแอปดังกล่าวในอุปกรณ์ของตน

เมื่อผู้ใช้ติดตั้งแอปที่อนุญาตพิเศษ องค์กรจะเป็นผู้จัดการแอปนั้น ซึ่งหมายความว่า หากผู้ใช้ออกจากองค์กรไปแล้ว แอปจะถูกนำออกเมื่อมีการลบบัญชีของบริษัทออกจากอุปกรณ์ของผู้ใช้รายนั้น นอกจากนี้ หากอุปกรณ์สูญหายหรือถูกขโมย คุณยังนำแอปที่จัดการออกได้ด้วย แอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ของ Google บางแอปจะอยู่ในรายการที่อนุญาตพิเศษอยู่แล้ว เช่น Gmail และ Google ไดรฟ์

แยกแอปที่ใช้สำหรับงานและเรื่องส่วนตัวออกจากกัน

คุณควรสนับสนุนให้ผู้ใช้ตั้งค่าโปรไฟล์งานเพื่อแยกแอปที่ใช้สำหรับงานและเรื่องส่วนตัวออกจากกัน (หากอุปกรณ์ของผู้ใช้รองรับ) จากนั้นผู้ใช้จะดาวน์โหลดแอปที่มีการจัดการจาก Managed Google Play Store ได้ เมื่อติดตั้งแล้ว แอปที่มีการจัดการจะมีสัญลักษณ์รูปกระเป๋าเอกสารกำกับอยู่ Android for Work ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการแยกแยะจากแอปส่วนตัว หากอุปกรณ์ไม่รองรับโปรไฟล์งาน ผู้ใช้จะดาวน์โหลดแอปได้จาก Play Store (ในแท็บแอปสำหรับทำงาน) โปรดดูรายละเอียดที่การใช้ Google Play ในองค์กรของคุณ

ข้อควรทราบก่อนที่จะเริ่มต้น

หากต้องการจัดการแอปในอุปกรณ์ Android คุณต้องเปิดใช้การจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ขั้นสูง โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อตั้งค่าการจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ขั้นสูง

ขั้นตอนที่ 1: เปิดรายการแอป Android ที่อนุญาตพิเศษ

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่อุปกรณ์

    หากไม่เห็นอุปกรณ์ในหน้าแรก ให้คลิกการควบคุมเพิ่มเติมที่ด้านล่าง

  3. คลิกการจัดการแอป แล้ว จัดการแอปสำหรับอุปกรณ์ Android ที่ด้านซ้าย
  4. คลิกจัดการแอปที่อนุญาตพิเศษ

ขั้นตอนที่ 2: สร้างรายการที่อนุญาตพิเศษ

เพิ่มแอป
  1. เปิดรายการแอป Android ที่อนุญาตพิเศษหากยังไม่ได้เปิด
  2. เพิ่มแอปพลิเคชัน เพิ่ม ที่ด้านขวาล่าง
    จากนั้น Google Play Store จะเปิดขึ้น
  3. ค้นหาแอปที่ต้องการอนุญาตพิเศษจากมุมขวาบน คลิกที่แอปนั้น
  4. คลิกอนุมัติ อ่านสิทธิ์ที่แอปขอ แล้วคลิกอนุมัติอีกครั้ง
  5. เลือกว่าคุณต้องการจัดการคำขอสิทธิ์ใหม่ของแอปอย่างไร (เช่น เข้าถึงการซื้อในแอปหรือข้อมูลประจำตัว) หากคุณเคยอนุมัติแอปไว้แล้ว ให้คลิกค่ากำหนดการอนุมัติก่อน ดังนี้

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิ์ของแอปได้ที่หัวข้อจัดการสิทธิ์ของแอป

    • อนุมัติแอปอีกครั้งโดยอัตโนมัติเมื่อแอปขอสิทธิ์ใหม่
    • นำแอปออกจากรายการที่อนุญาตพิเศษจนกว่าจะอนุมัติแอปอีกครั้ง
  6. เลือกตัวเลือกต่อไปนี้
    • คลิกเสร็จสิ้น
    • หากเคยอนุมัติแอปไว้แล้ว ให้คลิกเลือก
  7. หากต้องการเพิ่มแอปไว้ในรายการที่อนุญาตพิเศษให้กับผู้ใช้ทุกคนในองค์กร ให้เลือกผู้ใช้ทั้งหมด แล้วคลิกต่อไป

    หากองค์กรใช้ G Suite Business, G Suite Enterprise หรือ G Suite Enterprise for Education คุณจะเพิ่มแอปไว้ในรายการที่อนุญาตพิเศษสำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่กำหนดได้

    1. เลือกหน่วยขององค์กร (OU) หรือกลุ่มที่ต้องการ
    2. เลือกองค์กรหรือกลุ่มที่ผู้ใช้เป็นสมาชิก
    3. คลิกต่อไป
  8. ตั้งค่ากำหนดของแอป สิ่งที่คุณทำได้มีดังนี้
    • ติดตั้งแอปในอุปกรณ์ของผู้ใช้โดยอัตโนมัติทันที
    • ป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ถอนการติดตั้งแอป
    • อนุญาตให้ผู้ใช้เพิ่มวิดเจ็ตของแอป (หากมี) เป็นทางลัดในหน้าแรกได้
  9. คลิกบันทึก
  10. (ไม่บังคับ) หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอปที่อนุญาตพิเศษ ให้คลิกเพิ่มเติม เพิ่มเติม แล้ว เปิดใน Play Store ที่ด้านข้างแอปนั้น

แอปจะปรากฏในรายการที่อนุญาตพิเศษทันที และจะพร้อมให้ผู้ใช้ติดตั้งจาก Managed Google Play หรือแท็บแอปสำหรับทำงานของ Play Store ได้ในครั้งต่อไปที่อุปกรณ์ของผู้ใช้ซิงค์กับการจัดการปลายทางของ Google หากผู้ใช้ติดตั้งแอปที่ไม่ได้อยู่ใน Managed Google Play Store หรือแท็บแอปสำหรับทำงาน แอปนั้นจะไม่ได้รับการจัดการ

นำแอปออก

หลังจากที่คุณนำแอปออกจากรายการที่อนุญาตพิเศษแล้ว ผู้ใช้จะติดตั้งแอปนั้นจาก Managed Google Play Store หรือแท็บแอปสำหรับทำงานใน Play Store ไม่ได้อีก หากผู้ใช้ติดตั้งแอปไว้อยู่แล้ว ระบบจะไม่นำแอปนั้นออกจากอุปกรณ์ของผู้ใช้ ส่วนผู้ใช้ที่ยังไม่ได้ติดตั้งแอปจะติดตั้งแอปนั้นจาก Play Store ได้ แต่แอปจะไม่ได้รับการจัดการ

  1. เปิดรายการแอป Android ที่อนุญาตพิเศษหากยังไม่ได้เปิด
  2. เลือกตัวเลือกต่อไปนี้
    • ค้นหาแอปที่ต้องการนำออกและคลิกเพิ่มเติม เพิ่มเติม แล้ว นำออก
    • วางเมาส์เหนือไอคอนของแอปเพื่อให้ช่องทำเครื่องหมายปรากฎขึ้นมา เลือกช่องนั้น (เลือกได้พร้อมกันหลายแอป) คลิกลบ ถังขยะ ที่มุมขวาบน
  3. คลิกนำออก

คุณจะเห็นข้อความแจ้งว่าระบบนำแอปที่เลือกออกจากรายการที่อนุญาตพิเศษแล้ว

หมายเหตุ: คุณจะนำแอป Google Apps Device Policy ออกจากรายการที่อนุญาตพิเศษไม่ได้

ขั้นตอนที่ 3: จัดการแอปในรายการอนุญาตพิเศษ

จัดการค่ากำหนดของแอป
  1. เปิดรายการแอป Android ที่อนุญาตพิเศษหากยังไม่ได้เปิด
  2. คลิกแอปที่ต้องการจัดการ
    เคล็ดลับ: หากต้องการดูเฉพาะแอปที่อนุญาตพิเศษให้กับผู้ใช้บางคนหรือบางกลุ่มเท่านั้น ให้ใช้ตัวกรองทางด้านซ้าย คุณจะเลือกเป็นหน่วยขององค์กร กลุ่ม หรือรายบุคคลก็ได้ นอกจากนี้ยังเลือกดูเฉพาะแอปสาธารณะหรือแอปส่วนตัวได้อีกด้วย
  3. ที่ด้านข้างของกลุ่มหรือหน่วยขององค์กรที่ต้องการเปลี่ยนค่ากำหนดของแอป ให้คลิกเพิ่มเติม เพิ่มเติม แล้ว แก้ไขการกำหนดค่า
  4. หากมีการจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ขั้นพื้นฐาน คุณจะติดตั้งแอปในอุปกรณ์ของผู้ใช้ได้โดยอัตโนมัติ
  5. หากมีการจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ขั้นสูง คุณจะทำสิ่งต่อไปนี้ได้
    • ป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ถอนการติดตั้งแอป หากคุณติดตั้งแอปไว้ให้โดยอัตโนมัติ
    • อนุญาตให้ผู้ใช้เพิ่มวิดเจ็ตของแอป (หากมี) ลงในหน้าจอหลัก
    • หากแอปรองรับ ให้ใช้การกำหนดค่าที่มีการจัดการ (ดูรายละเอียดด้านล่าง)
    • ใช้แอปเป็น VPN แบบเปิดตลอดเวลา
  6. คลิกอัปเดต

หมายเหตุ: โดยทั่วไปการเปลี่ยนแปลงจะมีผลภายในไม่กี่นาที แต่อาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงจึงจะมีผลในอุปกรณ์ทุกเครื่องของผู้ใช้

อนุมัติการอัปเดตสิทธิ์

เมื่อเพิ่มแอป Android ในรายการที่อนุญาตพิเศษแล้ว คุณจะควบคุมแทนผู้ใช้ในองค์กรได้ว่าจะให้แอปเข้าถึงสิ่งใดบ้าง เช่น แอปอาจต้องการสิทธิ์ในการดูรายชื่อติดต่อหรือตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์ ไม่ว่าคุณจะให้สิทธิ์ใด ผู้ใช้จะยังเปลี่ยนแปลงสิทธิ์เหล่านี้ได้หลังจากที่แอปติดตั้งลงในอุปกรณ์ของตนแล้ว

สิทธิ์สำหรับแอปที่อนุญาตพิเศษอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อแอปทำการอัปเดต แอปที่มีการอัปเดตสิทธิ์ที่ต้องขอการอนุมัติจากคุณจะมีเครื่องหมายข้อยกเว้น Exception กำกับไว้ในคอนโซลผู้ดูแลระบบ วิธีอนุมัติคำขอการอัปเดตสิทธิ์มีดังนี้

  1. เปิดรายการแอป Android ที่อนุญาตพิเศษหากยังไม่ได้เปิด
  2. ที่ด้านข้างของแอปที่มีเครื่องหมายข้อยกเว้น Exception ให้คลิกเพิ่มเติม เพิ่มเติม แล้ว เปิดใน Play Store
  3. คลิกอนุมัติ อ่านสิทธิ์ แล้วคลิกอนุมัติอีกครั้ง
  4. (ไม่บังคับ) เลือกว่าคุณต้องการจัดการคำขอสิทธิ์ใหม่ของแอปอย่างไร (เช่น สิทธิ์การเข้าถึงการซื้อในแอปหรือข้อมูลประจำตัว)
    • หากต้องการอนุมัติแอปอีกครั้งโดยอัตโนมัติเมื่อแอปขอสิทธิ์ใหม่ ให้เลือกอนุมัติเสมอเมื่อแอปขอสิทธิ์ใหม่ ไม่ว่าจะขอสิทธิ์ใหม่แบบใดก็ตาม แอปนั้นก็จะได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ
    • ลบแอปออกจากรายการที่อนุญาตพิเศษจนกว่าคุณจะอนุมัติอีกครั้ง โดยเลือกเพิกถอนการอนุมัติแอปเมื่อแอปนี้ขอสิทธิ์ใหม่
    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิ์ของแอปได้ที่หัวข้อจัดการสิทธิ์ของแอป
    หมายเหตุ: หากคุณเคยอนุมัติแอปไว้แล้ว ให้คลิกค่ากำหนดการอนุมัติเพื่อเลือกวิธีจัดการคำขอสิทธิ์ใหม่ของแอป แล้วคลิกเสร็จสิ้น จากนั้นคลิกเลือก
  5. คลิกเสร็จสิ้น
จัดการสิทธิ์รันไทม์

แอป Android บางแอปจะขอสิทธิ์จากผู้ใช้ในขณะที่แอปกำลังทำงาน ตัวอย่างเช่น แอปอาจขอเข้าถึงปฏิทินหรือตำแหน่งของอุปกรณ์ คุณจะจัดการวิธีดำเนินการกับคำขอสิทธิ์จากแอปแต่ละตัวได้ การตั้งค่าแอปเหล่านี้จะมีผลเหนือกว่าค่ากำหนดสิทธิ์รันไทม์ใดๆ ที่ระบุไว้ให้กับอุปกรณ์

  1. เปิดรายการแอป Android ที่อนุญาตพิเศษหากยังไม่ได้เปิด
  2. คลิกแอปที่ต้องการจัดการ

    เคล็ดลับ: หากต้องการดูเฉพาะแอปที่อนุญาตพิเศษให้กับผู้ใช้บางคนหรือบางกลุ่มเท่านั้น ให้ใช้ตัวกรองทางด้านซ้าย คุณจะเลือกเป็นหน่วยขององค์กร กลุ่ม หรือรายบุคคลก็ได้ นอกจากนี้ยังเลือกดูเฉพาะแอปสาธารณะหรือแอปส่วนตัวได้อีกด้วย

  3. ที่ด้านข้างกลุ่มหรือหน่วยขององค์กรที่ต้องการเปลี่ยนค่ากำหนดสิทธิ์รันไทม์ ให้คลิกเพิ่มเติม เพิ่มเติม แล้ว จัดการสิทธิ์รันไทม์
    หากแอปไม่รองรับสิทธิ์รันไทม์ คุณจะไม่เห็นตัวเลือกนี้
  4. คุณจะดำเนินการต่อไปนี้กับสิทธิ์รันไทม์แต่ละรายการได้
    • อนุญาตสิทธิ์โดยอัตโนมัติ
    • ปฏิเสธสิทธิ์โดยอัตโนมัติ
    • แจ้งให้ผู้ใช้อนุญาตหรือปฏิเสธสิทธิ์
    หมายเหตุ: การปฏิเสธสิทธิ์รันไทม์อาจส่งผลกระทบกับการทำงานของแอปบางแอปได้
สร้างการกำหนดค่าที่มีการจัดการ

คุณลักษณะนี้ใช้ได้กับ G Suite รุ่น Business และ Enterprise เท่านั้น เปรียบเทียบรุ่นต่างๆ ฟีเจอร์นี้ไม่มีใน Cloud Identity รุ่นใช้งานฟรี

แอป Android บางแอปมีการตั้งค่าที่คุณจะบันทึกเป็นการกำหนดค่าที่มีการจัดการได้ ตัวอย่าง แอปอาจให้คุณเลือกซิงค์ข้อมูลได้เฉพาะเมื่ออุปกรณ์เชื่อมต่อกับ Wi-Fi เท่านั้น ผู้พัฒนาแอปจะกำหนดค่าที่มีการจัดการเริ่มต้นให้กับแอป คุณตรวจสอบได้ว่าแอปรองรับการกำหนดค่าที่มีการจัดการใน Managed Google Play หรือไม่ โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อการกำหนดค่าแอปที่มีการจัดการ

การกำหนดค่าที่มีการจัดการทำให้คุณกำหนดค่าแอปสำหรับกลุ่มหรือหน่วยขององค์กรโดยอัตโนมัติได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ใช้แต่อย่างใด คุณจะสร้างการกำหนดค่าที่มีการจัดการหลายแบบให้กับแอปเดียวกันหรือใช้การกำหนดค่ากับกลุ่มหรือหน่วยขององค์กรให้แตกต่างกันก็ได้ สร้างการกำหนดค่าที่มีการจัดการดังนี้

  1. เปิดรายการแอป Android ที่อนุญาตพิเศษหากยังไม่ได้เปิด
  2. คลิกแอปที่ต้องการจัดการ

    เคล็ดลับ: หากต้องการดูเฉพาะแอปที่อนุญาตพิเศษให้กับผู้ใช้บางคนหรือบางกลุ่มเท่านั้น ให้ใช้ตัวกรองทางด้านซ้าย คุณจะเลือกเป็นหน่วยขององค์กร กลุ่ม หรือรายบุคคลก็ได้ นอกจากนี้ยังเลือกดูเฉพาะแอปสาธารณะหรือแอปส่วนตัวได้อีกด้วย

  3. ในหัวข้อการกำหนดค่าที่มีการจัดการ ให้คลิกสร้างการกำหนดค่าที่มีจัดการใหม่
    หากแอปไม่รองรับการกำหนดค่าที่มีการจัดการ ตัวเลือกนี้จะไม่ปรากฏ
  4. เพิ่มชื่อการกำหนดค่าและตั้งค่าที่ต้องการ
    หมายเหตุ: นักพัฒนาแอปจะมีตัวเลือกการกำหนดค่ามาให้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตั้งค่าเหล่านี้ โปรดติดต่อนักพัฒนาแอป
  5. คลิกบันทึก
  6. หากต้องการใช้การกำหนดค่าที่มีการจัดการกับแอปสำหรับกลุ่มหรือหน่วยขององค์กร โปรดดูหัวข้อจัดการค่ากำหนดของแอป
  7. หากต้องการแก้ไขหรือลบการกำหนดค่าที่มีการจัดการ ให้คลิกแก้ไข แก้ไข
    หมายเหตุ: ก่อนจะลบการกำหนดค่าที่มีการจัดการได้ คุณจะต้องนำการกำหนดค่าดังกล่าวออกจากหน่วยขององค์กรหรือกลุ่มเสียก่อน เมื่อคุณนำการกำหนดค่าออกแล้ว แอปจะกลับไปใช้การกำหนดค่าเริ่มต้นที่กำหนดโดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์

ขั้นตอนที่ 3:เผยแพร่แอปไปยังผู้ใช้ที่ต้องการ

เพิ่มผู้ใช้ลงในรายการเผยแพร่ของแอป

คุณลักษณะนี้ใช้ได้กับ G Suite รุ่น Business และ Enterprise เท่านั้น เปรียบเทียบรุ่นต่างๆ

  1. เปิดรายการแอป Android ที่อนุญาตพิเศษหากยังไม่ได้เปิด
  2. คลิกแอปที่ต้องการเผยแพร่
    ในหน้าจอการเผยแพร่แอป คุณจะเห็นองค์กรและกลุ่มที่กำลังเผยแพร่แอปให้
    เคล็ดลับ: หากต้องการดูเฉพาะแอปที่อนุญาตพิเศษให้กับผู้ใช้บางคนหรือบางกลุ่มเท่านั้น ให้ใช้ตัวกรองทางด้านซ้าย คุณจะเลือกเป็นหน่วยขององค์กร กลุ่ม หรือรายบุคคลก็ได้ นอกจากนี้ยังเลือกดูเฉพาะแอปสาธารณะหรือแอปส่วนตัวได้อีกด้วย
  3. คลิกเพิ่มอีกเพื่อเผยแพร่แอปให้แก่กลุ่มผู้ใช้อื่น
  4. เลือกตัวเลือกต่อไปนี้
    • หากต้องการเผยแพร่แอปให้ผู้ใช้ในหน่วยขององค์กร ให้เลือกหน่วยขององค์กรทางด้านซ้าย แล้วเลือกชื่อหน่วยขององค์กรจากรายชื่อ
    • เลือกกลุ่มทางด้านซ้าย แล้วป้อนชื่อกลุ่มเพื่อเผยแพร่แอปให้ผู้ใช้ในกลุ่ม จากนั้นให้เลือกกลุ่มจากรายการ

    ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อเลือกเผยแพร่แอปในอุปกรณ์เคลื่อนที่

  5. คลิกต่อไป

  6. ระบุค่ากำหนดของแอปสำหรับองค์กรหรือกลุ่ม แล้วคลิกบันทึก
    โดยสิ่งที่จะทำได้มีดังนี้
    • ติดตั้งแอปในอุปกรณ์ของผู้ใช้โดยอัตโนมัติทันที
    • ป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ถอนการติดตั้งแอป
    • อนุญาตให้ผู้ใช้เพิ่มวิดเจ็ตของแอป (หากมี) เป็นทางลัดในหน้าแรกได้

หมายเหตุ: โดยทั่วไปการเปลี่ยนแปลงจะมีผลภายในไม่กี่นาที แต่อาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงจึงจะมีผลในอุปกรณ์ของผู้ใช้ครบทุกเครื่อง หากคุณไม่ได้เลือกองค์กรหรือกลุ่ม แอปจะถูกเผยแพร่ให้แก่ผู้ใช้ทั้งหมดในองค์กรระดับบนสุด

นำผู้ใช้ออกจากรายการเผยแพร่ของแอป

คุณลักษณะนี้ใช้ได้กับ G Suite รุ่น Business และ Enterprise เท่านั้น เปรียบเทียบรุ่นต่างๆ

  1. เปิดรายการแอป Android ที่อนุญาตพิเศษหากยังไม่ได้เปิด

  2. คลิกแอปที่ต้องการเปลี่ยนการเผยแพร่
    ในหน้าจอการเผยแพร่แอป คุณจะเห็นองค์กรและกลุ่มที่ระบบกำลังเผยแพร่แอปให้
    เคล็ดลับ: หากต้องการดูเฉพาะแอปที่อนุญาตพิเศษให้กับผู้ใช้บางคนหรือบางกลุ่มเท่านั้น ให้ใช้ตัวกรองทางด้านซ้าย คุณจะเลือกเป็นหน่วยขององค์กร กลุ่ม หรือรายบุคคลก็ได้ นอกจากนี้ยังเลือกดูเฉพาะแอปสาธารณะหรือแอปส่วนตัวได้อีกด้วย
  3. ที่ด้านข้างองค์กรหรือกลุ่มที่ต้องการนำออก ให้คลิกเพิ่มเติม เพิ่มเติม แล้ว นำ OU ออกหรือนำกลุ่มออก
  4. คลิกนำออกเพื่อยืนยัน

หมายเหตุ: โดยทั่วไปการเปลี่ยนแปลงจะมีผลภายในไม่กี่นาที แต่อาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงจึงจะมีผลในอุปกรณ์ของผู้ใช้ครบทุกเครื่อง หากคุณไม่ได้เลือกองค์กรหรือกลุ่ม แอปจะถูกเผยแพร่ให้แก่ผู้ใช้ทั้งหมดในองค์กรระดับบนสุด

ป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ติดตั้งแอปที่ไม่ได้รับอนุญาตพิเศษ

ผู้ใช้จะดาวน์โหลดแอปได้จาก Play Store แอปที่อนุญาตพิเศษจะอยู่ในแท็บแอปการทำงาน วิธีป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ติดตั้งแอปซึ่งไม่ได้อยู่ในรายการที่อนุญาตพิเศษมีดังนี้

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่อุปกรณ์

    หากไม่เห็นอุปกรณ์ในหน้าแรก ให้คลิกการควบคุมเพิ่มเติมที่ด้านล่าง

  3. ทางด้านซ้าย ให้คลิกการจัดการแอป แล้ว จัดการแอปสำหรับอุปกรณ์ Android
  4. (ไม่บังคับ) เลือกองค์กรทางด้านซ้าย หากคุณไม่เลือกองค์กร การตั้งค่าจะมีผลกับผู้ใช้ทั้งหมด
  5. ที่ด้านข้างของรายการแอป Android ที่มี ให้เลือกอนุญาตเฉพาะแอปที่อนุญาตพิเศษเท่านั้น.
  6. คลิกบันทึก

หมายเหตุ: โดยทั่วไปการเปลี่ยนแปลงจะมีผลภายในไม่กี่นาที แต่อาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงจึงจะมีผลในอุปกรณ์ของผู้ใช้ครบทุกเครื่อง

 

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร