บังคับปิดการทำงานของเบราว์เซอร์

หากแท็บ หน้าต่าง หรือส่วนขยายทำงานไม่ถูกต้อง คุณสามารถใช้ตัวจัดการงานทั้งใน Chrome หรือ Windows เพื่อบังคับปิดการทำงานได้ Chrome ใช้ "สถาปัตยกรรมที่รองรับการทำงานหลายอย่าง" ซึ่งหมายความว่ากระบวนการทำงานได้รับการออกแบบให้ทำงานอย่างเป็นอิสระจากกัน ดังนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นในแท็บหนึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของแท็บอื่นๆ หรือการตอบสนองโดยรวมของเบราว์เซอร์

ในหลายกรณี ตัวจัดการงานจะเหมือนกับหน้าจอตรวจสอบที่คุณสามารถใช้ในการติดตามประสิทธิภาพการทำงานของกระบวนการภายใน หากดูเหมือนว่าเบราว์เซอร์จะทำงานช้าลง ให้เปิดตัวจัดการงานเพื่อค้นหารายละเอียดเกี่ยวกับแต่ละกระบวนการที่ทำงานอยู่และปิดกระบวนการที่ดูเหมือนจะใช้ทรัพยากรจำนวนมาก

การใช้ตัวจัดการงานของ Chrome

ทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อเปิดตัวจัดการงาน:

  1. คลิกเมนู Chrome Chrome menu ในแถบเครื่องมือของเบราว์เซอร์
  2. เลือก เครื่องมือ หากคุณกำลังใช้ Chromebook ให้เลือก เครื่องมือเพิ่มเติม แทน
  3. เลือก ตัวจัดการงาน
  4. ในช่องโต้ตอบที่ปรากฏขึ้น ให้เลือกกระบวนการที่คุณต้องการปิด คุณจะพบกระบวนการ 5 ประเภทดังนี้:
    • เบราว์เซอร์: กระบวนการนี้จะจัดการแท็บและหน้าต่างที่เปิดอยู่ทั้งหมด และตรวจสอบกิจกรรมที่น่าสงสัย ให้ปิดกระบวนการนี้หากคุณต้องการบังคับให้การทำงานทุกอย่างในเบราว์เซอร์สิ้นสุดลง
    • โหมดแสดงภาพ: แท็บและแอปพลิเคชันต่างๆ ที่แสดงอยู่คือกระบวนการของโหมดแสดงภาพ ให้ปิดแท็บหรือแอปพลิเคชันหากมีการแสดงที่ไม่ถูกต้อง
    • ปลั๊กอิน: หากหน้าเว็บใช้กระบวนการพิเศษในการแสดงเนื้อหาที่หลากหลาย จะมีการแสดงกระบวนการที่เรียกว่าปลั๊กอินนี้ด้วย ประเภทของปลั๊กอินที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ Flash, Quicktime และ Adob​​e Reader ให้ปิดปลั๊กอินหากคุณคิดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้หน้าเว็บทำงานช้า
    • ส่วนขยาย: ส่วนขยายที่ทำงานในเบื้องหลังของเบราว์เซอร์จะปรากฏขึ้น
    • GPU (หน่วยประมวลผลกราฟิก): กระบวนการนี้จะควบคุมวิธีที่โหมดแสดงภาพแสดงกราฟิก
  5. คลิก สิ้นสุดกระบวนการ

สถาปัตยกรรมที่รองรับการทำงานหลายอย่างของ Chrome

คุณอาจสังเกตเห็นว่ามี Google Chrome อยู่ในตัวจัดการงานของ Windows (chrome.exe) หรือตัวตรวจสอบกิจกรรมของ Mac ของคุณหลายรายการ เนื่องจาก Chrome มีกระบวนการทำงานของแท็บ ส่วนขยาย แอปพลิเคชันเว็บ และปลั๊กอินที่เป็นอิสระจากกัน คุณสามารถดูรายละเอียดของกระบวนการต่างๆ ได้โดยใช้ตัวจัดการงานของ Chrome วิธีการดังกล่าวจะทำให้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับกระบวนการหนึ่ง จะไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการอื่นๆ หรือการตอบสนองของเบราว์เซอร์โดยรวม เราเรียกการออกแบบนี้ว่า "สถาปัตยกรรมที่รองรับการทำงานหลายอย่าง"

ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณกำลังเรียกดูไซต์ Chrome จะใช้โหมดแสดงภาพหรือเครื่องมือการแสดงผลในการประมวลผลโค้ดของไซต์เพื่อให้แสดงได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากโหมดแสดงภาพมีการทำงานที่ซับซ้อนมากขึ้นตามกาลเวลา จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้หน้าเว็บทำงานขัดข้องเป็นครั้งคราว

การแยกกระบวนการทำงานออกจากกันของ Chrome จะให้ประโยชน์ดังต่อไปนี้:

  • การตอบสนอง: เมื่อเกิดข้อขัดข้องขึ้นกับแท็บหรือเกิดปัญหาขึ้นที่ทำให้โหมดแสดงภาพหยุดทำงาน จะไม่ส่งผลกระทบต่อแท็บอื่นๆ ที่ใช้โหมดแสดงภาพอื่น หรือทำให้เบราว์เซอร์ทั้งหมดทำงานขัดข้อง
  • ความปลอดภัย: โหมดแสดงภาพแต่ละโหมดจะทำงานในแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งหมายความว่าแทบไม่มีการเข้าถึงดิสก์ เครือข่าย หรือการแสดงผลโดยตรง คำขอทั้งหมดจะต้องทำงานผ่านกระบวนการของเบราว์เซอร์ ซึ่งช่วยให้กระบวนการของเบราว์เซอร์สามารถตรวจสอบกิจกรรมที่น่าสงสัยได้
  • ประสิทธิภาพ: คอมพิวเตอร์สมัยใหม่จะมีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) หลายตัว สถาปัตยกรรมที่รองรับการทำงานหลายอย่างจะใช้ประโยชน์ของการใช้ CPU เหล่านั้น นอกจากนี้ เมื่อคุณปิดแท็บที่เชื่อมโยงกับโหมดแสดงภาพ หน่วยความจำทั้งหมดจะถูกส่งคืนให้กับระบบเพื่อให้กระบวนการอื่นสามารถใช้งานได้
บทความนี้มีประโยชน์ไหม