บทความนี้เกี่ยวข้องกับพร็อพเพอร์ตี้ Google Analytics 4 โปรดดูส่วน Universal Analytics หากคุณยังใช้พร็อพเพอร์ตี้ Universal Analytics อยู่ ซึ่งจะหยุดการประมวลผลข้อมูลในวันที่ 1 กรกฎาคม 2023 (1 ตุลาคม 2023 สําหรับพร็อพเพอร์ตี้ Analytics 360 )

[GA4] ตั้งค่าและจัดการเหตุการณ์ Conversion

วัดการกระทําที่สำคัญที่สุดของผู้ใช้

ข้อมูลในรายงาน Google Analytics 4 มาจากเหตุการณ์ที่ผู้ใช้เรียกให้แสดงเมื่อผู้ใช้โต้ตอบกับเว็บไซต์และแอป หากต้องการวัด Conversion ให้เลือกเหตุการณ์ที่มีความสําคัญต่อธุรกิจมากที่สุด แล้วทําเครื่องหมายเป็นเหตุการณ์ Conversion Analytics, Google Ads, Google Tag Manager และไลบรารี `gtag.js` มีหลายวิธีในการจัดการกับเหตุการณ์และติดตาม Conversion บทความนี้อธิบายวิธีจัดการเหตุการณ์ Conversion ใน Analytics ด้วยการกําหนดค่าแทนการใช้โค้ด

ใน Universal Analytics คุณจะใช้เป้าหมายเพื่อตั้งค่า Conversion หากคุณกําลังย้ายข้อมูลจากพร็อพเพอร์ตี้ Universal Analytics ไปยัง Google Analytics 4 โปรดดูวิธีย้ายเป้าหมายไปยังเหตุการณ์ Conversion

คุณต้องมีบทบาทผู้แก้ไขจึงจะจัดการเหตุการณ์และ Conversion ใน Analytics ได้ คุณดำเนินการต่อไปนี้ได้ด้วยบทบาทดังกล่าว

  • ทําเครื่องหมายเหตุการณ์ที่มีอยู่เป็น Conversion
  • สร้างเหตุการณ์ Conversion โดยอิงตามเหตุการณ์ที่มีอยู่ด้วยการเพิ่มเงื่อนไขและพารามิเตอร์
  • แก้ไขเงื่อนไขและพารามิเตอร์ของเหตุการณ์
  • เพิ่มมูลค่าทางการเงินให้กับเหตุการณ์ Conversion
  • หยุดการติดตามเหตุการณ์เป็น Conversion

Analytics จะกําหนดเหตุการณ์ต่อไปนี้เป็น Conversion โดยอัตโนมัติ คุณทําเครื่องหมายเป็นเหตุการณ์ Conversion ได้อีก 30 รายการต่อพร็อพเพอร์ตี้ Analytics ดังนั้น คุณควรเลือกเฉพาะเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดที่จะติดตามเป็น Conversion

  • purchase (เว็บและแอป)
  • first_open (แอปเท่านั้น)
  • in_app_purchase (แอปเท่านั้น)
  • app_store_subscription_conversion (แอปเท่านั้น)
  • app_store_subscription_renewal (แอปเท่านั้น)

การทําเครื่องหมายเหตุการณ์เป็น Conversion จะส่งผลต่อรายงานนับตั้งแต่เวลาที่สร้าง แต่ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงข้อมูลย้อนหลัง เมื่อคุณทําเครื่องหมายเหตุการณ์เป็น Conversion อาจใช้เวลาสูงสุด 24 ชั่วโมงที่เหตุการณ์จะปรากฏในรายงานมาตรฐาน รายงานแบบเรียลไทม์จะอัปเดตได้เร็วขึ้นที่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งหลังจากที่ผู้ใช้ได้เรียกเหตุการณ์ Conversion ให้แสดงขึ้น

บทความนี้ประกอบด้วย

ทําเครื่องหมายเหตุการณ์เป็น Conversion

จากหน้าเหตุการณ์ คุณจะทําเครื่องหมายเหตุการณ์ใดก็ได้ที่แสดงในตารางเหตุการณ์ที่มีอยู่เป็น Conversion เหตุการณ์ใหม่จะไม่ปรากฏในตารางจนกว่าเวลาจะผ่านไประยะหนึ่งหลังจากที่ระบบเรียกเหตุการณ์ให้แสดงเป็นครั้งแรก หากเหตุการณ์ที่คุณต้องการใช้เป็น Conversion ยังไม่ปรากฏในตารางเหตุการณ์ที่มีอยู่ ให้สร้าง Conversion ในหน้า Conversion จากชื่อเหตุการณ์แทน

การทำเครื่องหมายเหตุการณ์เป็น Conversion อาจใช้เวลา 2-3 นาทีไปจนถึง 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้การกําหนดค่ามีผลกับเหตุการณ์

วิธีเริ่มการติดตามเหตุการณ์ที่มีอยู่เป็น Conversion

  1. ในการนำทางด้านซ้าย ให้คลิกกำหนดค่า > เหตุการณ์
  2. ค้นหาเหตุการณ์ในตารางเหตุการณ์ที่มีอยู่
  3. คลิกเพื่อเปิดสวิตช์ในคอลัมน์ทําเครื่องหมายเป็น Conversion ของเหตุการณ์

วิธีสร้าง Conversion จากชื่อเหตุการณ์

  1. ในการนำทางด้านซ้าย ให้เลือกกำหนดค่า > Conversion
  2. คลิกเหตุการณ์ Conversion ใหม่
  3. ป้อนชื่อเหตุการณ์ใหม่ ใช้ชื่อเหตุการณ์ที่มีการใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่อย่างถูกต้อง
  4. คลิกบันทึก
การทําเครื่องหมาย Conversion โดยใช้ชื่อเหตุการณ์ไม่ได้เป็นการสร้างเหตุการณ์ใหม่ แต่ Google Analytics จะรายงานว่าเหตุการณ์นั้นเป็น Conversion เมื่อระบบเรียกเหตุการณ์ที่มีชื่อนี้ให้แสดงขึ้น

สร้างหรือแก้ไขเหตุการณ์ Conversion

หากเหตุการณ์ที่มีอยู่ไม่บันทึกสิ่งที่คุณต้องการวัดเป็น Conversion อย่างแท้จริง ให้สร้างเหตุการณ์ใหม่จากเหตุการณ์ที่มีอยู่ แล้วเพิ่มเงื่อนไขและพารามิเตอร์เพื่อกําหนดขอบเขตให้ดียิ่งขึ้น เช่น ผู้เข้าชมเว็บไซต์เรียกเหตุการณ์ page_view ให้แสดงขึ้นทุกครั้งที่ดูหน้าเว็บหนึ่ง คุณอาจต้องการติดตามผู้เข้าชมที่ดูหน้าเว็บหน้าใดหน้าหนึ่งเป็น Conversion ในการดําเนินการนี้ใน Analytics ให้สร้างเหตุการณ์ใหม่โดยอิงตามเหตุการณ์ page_view และกําหนดเงื่อนไขที่จะเริ่มทํางานเฉพาะเมื่อผู้เข้าชมดูหน้าเว็บนั้นเท่านั้น หากต้องการกําหนดมูลค่าทางการเงินให้กับ Conversion แต่ละรายการ คุณสามารถเพิ่มพารามิเตอร์เพื่อกําหนดมูลค่าได้ด้วย

คุณแก้ไขเหตุการณ์ที่คุณหรือบุคคลอื่นในองค์กรสร้างขึ้น รวมถึงแก้ไขเหตุการณ์ที่มาจาก Google ได้ การแก้ไขจะเป็นการเขียนทับเหตุการณ์ โปรดใช้ความระมัดระวังในการเขียนทับเหตุการณ์ที่มาจากผู้อื่น เนื่องจากอาจทำให้เกิดผลกระทบทางอ้อม ตัวอย่างเช่น หากคุณแก้ไขเหตุการณ์ page_view เพื่อจํากัดขอบเขตของเหตุการณ์นั้นในหน้าหนึ่งๆ ให้แคบลง เหตุการณ์นั้นก็จะไม่รวบรวมข้อมูลจากหน้าอื่นๆ อีกต่อไป แต่หากคุณสร้างเหตุการณ์ใหม่โดยอิงตามเหตุการณ์ page_view เหตุการณ์เดิมก็จะไม่เปลี่ยนแปลง

ดูวิดีโอ

วิดีโอนี้จะสาธิตวิธีสร้างเหตุการณ์จากเหตุการณ์ที่มีอยู่ และทําเครื่องหมายเป็น Conversion

การสร้างเหตุการณ์ในพร็อพเพอร์ตี้ Google Analytics 4

ดัชนีเวลา 2:55 แสดงถึงจุดเริ่มต้นของการสาธิต

สร้างเหตุการณ์โดยอิงตามเหตุการณ์ที่มีอยู่

ขั้นตอนต่อไปนี้จะแสดงวิธีสร้างเหตุการณ์ใหม่จากเหตุการณ์ page_view ในตัวอย่างนี้ หลังจากที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ส่งข้อมูลติดต่อแล้ว หน้า thank-you.html จะโหลดขึ้นเพื่อขอบคุณผู้เข้าชมที่ให้ความสนใจ คุณสามารถดูจํานวนผู้เข้าชมที่ส่งข้อมูลติดต่อสําเร็จได้โดยการติดตามการดูหน้า thank-you.html เป็นเหตุการณ์ Conversion

ก่อนอื่น ให้สร้างเหตุการณ์ใหม่โดยอิงตามเหตุการณ์ page_view สำหรับการดูหน้า thank-you.html ดังนี้

  1. ในการนำทางด้านซ้าย ให้คลิกกำหนดค่า > เหตุการณ์
  2. คลิกสร้างเหตุการณ์
  3. คลิกสร้าง
  4. ในกล่องโต้ตอบการกําหนดค่า ให้ทําดังนี้
    • ป้อนชื่อที่ไม่ซ้ำกัน (ไม่เกิน 40 อักขระ) ในช่องชื่อเหตุการณ์ที่กําหนดเอง สําหรับตัวอย่างนี้คือ thank_you_conversion
    • ในช่องค่าของเงื่อนไขการจับคู่ในแถวแรก ให้ป้อนชื่อเหตุการณ์ที่มีอยู่ ตัวอย่างของเราคือ page_view ตรวจสอบว่าค่านี้ตรงกับชื่อเหตุการณ์ที่มีอยู่ทุกประการ
    • คลิกเพิ่มเงื่อนไข
    • คลิกที่ช่องแรกและเลือก page_location จากเมนูแบบเลื่อนลง
    • สําหรับโอเปอเรเตอร์ ให้เลือกมี (ไม่คํานึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่/เล็ก)
    • สําหรับค่า ให้ป้อนชื่อหน้า ตัวอย่างของเราคือ thank-you คุณไม่จําเป็นต้องป้อนส่วนขยาย .html
    • คลิกสร้าง เหตุการณ์ใหม่จะปรากฏในตารางเหตุการณ์ที่กําหนดเอง
  5. ปิดแผงสร้างเหตุการณ์ หมายเหตุ: เหตุการณ์ใหม่จะไม่ปรากฏในตารางเหตุการณ์ที่มีอยู่ในตอนนี้

จากนั้น ทําเครื่องหมายเหตุการณ์ใหม่เป็น Conversion ดังนี้

  1. ในการนำทางด้านซ้าย ให้คลิกกำหนดค่า > Conversion
  2. คลิกเหตุการณ์ Conversion ใหม่
  3. ในช่องชื่อเหตุการณ์ใหม่ ให้ป้อนชื่อเหตุการณ์ที่ถูกต้อง ตัวอย่างของเราคือ thank_you_conversion
  4. คลิกบันทึก เหตุการณ์จะปรากฏในตารางเหตุการณ์ Conversion ที่ทําเครื่องหมายเป็น Conversion

แก้ไขเหตุการณ์ที่สร้างจากเหตุการณ์อื่น

ส่วนนี้จะอธิบายวิธีแก้ไขเหตุการณ์ที่สร้างใน Analytics โดยอิงตามเหตุการณ์อื่น ดูข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขเหตุการณ์ที่มาจาก Google ได้ที่เอกสารประกอบสำหรับเหตุการณ์

วิธีแก้ไขเหตุการณ์ที่อิงตามเหตุการณ์อื่น

  1. ในการนำทางด้านซ้าย ให้คลิกกำหนดค่า > เหตุการณ์
  2. คลิกสร้างเหตุการณ์
  3. คลิกเหตุการณ์เพื่อแก้ไขในตารางเหตุการณ์ที่กําหนดเอง
  4. วางเคอร์เซอร์ที่ด้านขวาบนของตารางการกําหนดค่าเพื่อแสดงไอคอนแก้ไข
  5. คลิกแก้ไข
  6. แก้ไขหรือเพิ่มเงื่อนไขหรือพารามิเตอร์
  7. คลิกบันทึก

เชื่อมโยงมูลค่าทางการเงินกับ Conversion

ในการเชื่อมโยงมูลค่าทางการเงินกับเหตุการณ์ Conversion เหตุการณ์จะต้องมีพารามิเตอร์เพื่อระบุมูลค่า เหตุการณ์ที่แนะนําจํานวนมาก เช่น เหตุการณ์อีคอมเมิร์ซ มีพารามิเตอร์ value และ currency อยู่แล้ว คุณเพิ่มพารามิเตอร์เดียวกันให้กับเหตุการณ์ใดก็ได้

ค่าของพารามิเตอร์ value ต้องเป็นตัวเลข เช่น 50 พารามิเตอร์นี้ต้องแสดงพร้อมกับพารามิเตอร์ currency พร้อมค่าที่ระบุในรูปแบบ 3 ตัวอักษรตามมาตรฐาน ISO_4217 เช่น USD สําหรับดอลลาร์สหรัฐ หากพารามิเตอร์ currency ขาดหายไปหรือไม่ถูกต้อง Analytics จะบันทึกเหตุการณ์เป็น Conversion พร้อมจํานวนเหตุการณ์ที่ถูกต้อง แต่ระบบจะไม่ส่งเหตุการณ์ไปยัง Google Ads

เคล็ดลับ: หากต้องการค้นหาพารามิเตอร์สําหรับเหตุการณ์ที่มาจาก Google โปรดดูเอกสารประกอบสำหรับเหตุการณ์ สําหรับพารามิเตอร์ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่คุณหรือบุคคลอื่นในองค์กรสร้างขึ้น ให้ไปที่รายงานแบบเรียลไทม์ ในตารางจํานวนเหตุการณ์ตามชื่อเหตุการณ์ ให้คลิกเหตุการณ์เพื่อดูรายละเอียดของเหตุการณ์ คอลัมน์คีย์พารามิเตอร์เหตุการณ์จะแสดงพารามิเตอร์ทั้งหมดสําหรับเหตุการณ์นั้น

ตัวอย่างต่อไปนี้อธิบายวิธีเพิ่มมูลค่าให้กับเหตุการณ์ที่สร้างขึ้นใน Analytics จากเหตุการณ์อื่น โปรดดูวิธีเพิ่มพารามิเตอร์ที่กําหนดเองลงในเหตุการณ์ที่รวบรวมโดยอัตโนมัติในเอกสารประกอบสำหรับเหตุการณ์

วิธีเชื่อมโยงมูลค่ากับเหตุการณ์ที่สร้างขึ้นใน Analytics

  1. ในการนำทางด้านซ้าย ให้คลิกกำหนดค่า > เหตุการณ์
  2. คลิกสร้างเหตุการณ์เพื่อแสดงตารางเหตุการณ์ที่กําหนดเอง
  3. คลิกเหตุการณ์เพื่อแก้ไข
  4. วางเคอร์เซอร์เหนือกล่องโต้ตอบการกําหนดค่าเพื่อแสดงไอคอนแก้ไข และคลิกไอคอนนั้น
  5. คลิกเพิ่มการแก้ไขในส่วนการกําหนดค่าพารามิเตอร์
  6. ในช่องพารามิเตอร์ ให้ป้อน currency
  7. ในช่องค่าใหม่ ให้ป้อนประเภทสกุลเงินโดยใช้รหัสตัวอักษร 3 ตัว เช่น USD สําหรับดอลลาร์สหรัฐ
  8. คลิกเพิ่มการแก้ไข
  9. ในช่องพารามิเตอร์ ให้ป้อน value
  10. ในช่องค่าใหม่ ให้ป้อนจํานวนตัวเลขที่จะกําหนดให้กับเหตุการณ์นี้ เช่น สําหรับดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลข 50 จะกําหนดมูลค่าเท่ากับ 50 ดอลลาร์
  11. คลิกบันทึก
หมายเหตุ: เมื่อคุณเพิ่มมูลค่าให้กับเหตุการณ์ Conversion ใน Analytics ตามที่อธิบายไว้ในส่วนนี้แล้ว ระบบจะไม่รายงานมูลค่านั้นว่าเป็นรายได้จากเหตุการณ์ หากต้องการดูมูลค่า ให้คลิกเหตุการณ์ Conversion จากรายงาน > การมีส่วนร่วม > Conversion เพื่อเจาะลึกในรายละเอียด คอลัมน์มูลค่าเหตุการณ์จะรายงานมูลค่าที่คำนวณจากเหตุการณ์ Conversion

หยุดรวบรวมข้อมูล Conversion สําหรับเหตุการณ์

หากต้องการหยุดการใช้เหตุการณ์เป็น Conversion ให้ปิดตัวเลือกทําเครื่องหมายเป็น Conversion การปิด Conversion จะไม่มีผลกับข้อมูลที่คุณรวบรวมไว้แล้ว เหตุการณ์ที่ผ่านมาจะยังคงปรากฏในรายงานเป็น Conversion อยู่ วิธีหยุดรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์เป็น Conversion

  1. ในการนำทางด้านซ้าย ให้คลิกกำหนดค่า > เหตุการณ์
  2. ในตารางเหตุการณ์ที่มีอยู่ ให้ค้นหาเหตุการณ์ หากเหตุการณ์ไม่ได้แสดงอยู่ในตารางนี้ ให้ไปที่หน้า Conversion แทน แล้วตรวจสอบตารางเหตุการณ์ Conversion
  3. คลิกเพื่อปิดสวิตช์ในคอลัมน์ทําเครื่องหมายเป็น Conversion

การตั้งค่าที่ไม่บังคับสําหรับแอป

แท็บการตั้งค่าเครือข่ายในหน้าเหตุการณ์ > Conversion มีการตั้งค่าเพิ่มเติมสําหรับสตรีมข้อมูลแอป ให้ข้ามส่วนนี้หากคุณมีสตรีมข้อมูลเว็บ

เพิ่มเครือข่าย

คุณสามารถส่ง Conversion และติดตามประสิทธิภาพบนเครือข่ายโฆษณา โดยวิธีการเพิ่มเครือข่ายมีดังต่อไปนี้

  1. เลือกกำหนดค่า > Conversion ในแผงด้านซ้าย
  2. คลิกการตั้งค่าเครือข่าย > เครือข่ายใหม่
  3. เลือกเครือข่ายจากเมนู
  4. ระบบจะใช้ชื่อของแหล่งที่มาเป็นชื่อเครือข่ายโดยอัตโนมัติ บางเครือข่ายยังมีข้อมูลเมตาเกี่ยวกับสื่อแคมเปญและชื่อแคมเปญ จึงไม่จำเป็นต้องป้อนข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับเครือข่ายอื่นๆ เรามีช่องสื่อแคมเปญและชื่อแคมเปญไว้ให้เพื่อบันทึกข้อมูลที่กำหนดเอง ใช้ URL ที่สร้างเป็นลิงก์การอ้างอิง (คัดลอกและวาง URL)
    • คลิก: หากคุณกำลังใช้แคมเปญเพื่อกระตุ้นผู้ใช้ให้ดาวน์โหลดแอป ให้ใช้ URL ที่คุณสร้างที่นี่
    • Deep Link: หากคุณกำลังใช้แคมเปญเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ใช้แอปที่มีอยู่อีกครั้ง ให้ใช้แท็บ Deep Link ในหัวข้อนี้ ให้ป้อนรูปแบบของ URL และข้อมูลเส้นทาง จากนั้นระบบจะเพิ่มพารามิเตอร์เดียวกันนี้เข้าไป
  5. (ไม่บังคับ) หากต้องการส่งข้อมูล Conversion กลับไปยังเครือข่าย ให้เปิดกำหนดค่าระบบรายงานผล Conversion
  6. คลิกบันทึก

ระบบรายงานผล Conversion

ระบบรายงานผล Conversion จะส่งข้อมูล Conversion ของคุณกลับไปยังเครือข่ายโฆษณา ทั้งนี้ระบบรายงานผล Conversion เป็นตัวเลือกที่ไม่บังคับซึ่งคุณจะใช้หรือไม่ก็ได้ คุณอาจส่งข้อมูล first_open เพิ่มเติมนอกเหนือจากเหตุการณ์ Conversion ในแอปอื่นๆ ได้ หากตัดสินใจตั้งค่าระบบรายงานผล Conversion คุณต้องเลือกว่าจะส่ง Conversion ทั้งหมดไปยังเครือข่าย หรือเฉพาะ Conversion ที่ Analytics ระบุแหล่งที่มาให้กับเครือข่ายนั้นโดยเฉพาะ

ระบบรายงานผล Conversion ช่วยให้เครือข่ายเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งที่มาของการเข้าชมที่ส่งให้คุณ ตัวอย่างเช่น หากเครือข่ายรับรู้ว่ามีการดาวน์โหลดแอปลงในอุปกรณ์แล้ว เครือข่ายก็จะรู้ว่าไม่ต้องแสดงโฆษณาเพิ่มเติมสำหรับแอปในอุปกรณ์นั้นอีก

หากคุณส่งข้อมูล Conversion ทั้งหมดให้กับเครือข่าย เครือข่ายนั้นจะเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าชมของตนเองได้โดยอิงตามการรับรู้ถึง Conversion จากเครือข่ายทั้งหมด เมื่อคุณส่งข้อมูล Conversion ทั้งหมดให้กับเครือข่ายหนึ่งแล้ว ระบบจะลบข้อมูลระบุเครือข่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เกิด Conversion

หากมีการยกเว้น 1) ข้อมูลระดับพร็อพเพอร์ตี้ทั้งหมด 2) เหตุการณ์แต่ละรายการ หรือ 3) ชื่อเหตุการณ์หรือพร็อพเพอร์ตี้ผู้ใช้ที่เฉพาะเจาะจงออกจากการปรับโฆษณาตามโปรไฟล์ของผู้ใช้ Analytics จะเพิ่มสัญญาณเพิ่มเติม (เรียกว่า npa) ในระบบรายงานผล Conversion เพื่อแจ้งว่าเครือข่ายไม่ควรใช้ข้อมูลดังกล่าวกับโฆษณาที่ปรับตามโปรไฟล์ของผู้ใช้ โปรดทราบว่าแต่ละเครือข่ายจะมีวิธีแสดงสัญญาณ npa แตกต่างกันไป

วิธีกำหนดค่าระบบรายงานผล Conversion

  1. เลือกกำหนดค่า > Conversion ในแผงด้านซ้าย
  2. คลิกการตั้งค่าเครือข่าย
  3. ในแถวสำหรับเครือข่าย ให้คลิกกำหนดค่าระบบรายงานผล Conversion
  4. เลือก Conversion ที่คุณต้องการส่ง แล้วเลือกเฉพาะ Conversion ที่มาจากเครือข่ายนี้หรือ Conversion ทั้งหมด
  5. ป้อนพารามิเตอร์เครือข่าย (เช่น รหัสติดตาม รหัสผ่านผู้ลงโฆษณา) ซึ่งพารามิเตอร์จะแตกต่างกันไปตามเครือข่าย
  6. คลิกบันทึก

หากคุณปิดใช้การปรับโฆษณาตามโปรไฟล์ของผู้ใช้ตามวิธีการในการปกป้องข้อมูลของคุณ และผู้ใช้เปิดใช้ระบบรายงานผล Conversion ข้อมูลดังกล่าวจะอยู่ในระบบรายงานผล Conversion

แคมเปญที่กำหนดเองสำหรับแอป Google Play

เมื่อใช้แคมเปญที่กำหนดเองสำหรับแอปที่คุณกำลังเผยแพร่ผ่าน Google Play ให้ใช้เครื่องมือสร้าง URL ของ Google Play เพื่อสร้าง URL ที่กำหนดเอง

เปิดใช้เหตุการณ์ Conversion การดูอย่างมีส่วนร่วมบน YouTube

Conversion การดูอย่างมีส่วนร่วมบน YouTube (EVC) บ่งบอกว่าผู้ใช้ดูวิดีโอ YouTube เป็นเวลาอย่างน้อย 10 วินาที และได้ทําเหตุการณ์ Conversion บนเว็บไซต์หรือแอปจนเสร็จสมบูรณ์ภายใน 3 วันนับจากที่ดูวิดีโอ

หากต้องการกําหนดค่าพร็อพเพอร์ตี้เพื่อเริ่มการบันทึก EVC บน YouTube ให้ดำเนินการในทั้ง 2 ขั้นตอนต่อไปนี้

เหตุการณ์เหล่านี้จะใช้ได้ในขอบข่ายต่างๆ ของ Google Analytics เช่น ในเครื่องมือสร้างกลุ่มเป้าหมาย และในรายงานที่ประเภทเครือข่ายโฆษณาเป็นมิติข้อมูลที่ใช้ได้ (เช่น รายงานรายละเอียด Conversion, แคมเปญ Google Ads, การได้ผู้ใช้ใหม่)

เมื่อกําหนดค่าพร็อพเพอร์ตี้ของคุณ Google Analytics จะบันทึกแหล่งที่มา/สื่อสำหรับ EVC ใน YouTube เป็น google/cpc และบันทึกแคมเปญนั้นเป็นแคมเปญ YouTube ที่เกี่ยวข้อง

คำเตือน

YouTube EVC ยังไม่พร้อมให้บริการในบัญชี Google Ads ทุกบัญชี

ปัจจุบัน ฟีเจอร์นี้ยังไม่พร้อมให้บริการสําหรับบัญชี Google Ads ที่มีขนาดใหญ่มาก แต่เรากําลังพัฒนาโซลูชันอยู่ ติดต่อฝ่ายสนับสนุนเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

จํานวนที่แตกต่างกันสําหรับเหตุการณ์ขึ้นอยู่กับข้อมูลระบุตัวตนในการรายงาน

ตอนนี้ ระบบจะนับเหตุการณ์ Conversion first_open และ first_visit แตกต่างกันได้ใน Conversion แต่ละรายการ กล่าวคือใน > รายงาน first_open/first_visit และในรายงานอื่นๆ ที่ระบุจำนวนเหตุการณ์ ขึ้นอยู่กับข้อมูลระบุตัวตนในการรายงานที่คุณใช้อยู่สำหรับพร็อพเพอร์ตี้ เมื่อคุณใช้ตามรหัสผู้ใช้และอุปกรณ์ เหตุการณ์ first_open/first_visit ทั้งหมดสำหรับผู้ใช้จะเชื่อมโยงกับวันแรกในช่วงวันที่ที่มีการเรียกให้เหตุการณ์แสดงขึ้น เมื่อคุณใช้ตามอุปกรณ์เท่านั้น เหตุการณ์ทั้งหมดจะเชื่อมโยงกับวันที่ที่มีการเรียกให้เหตุการณ์แสดงขึ้น

ดู Conversion ในรายงาน

ข้อมูล Conversion จะปรากฏในรายงานแบบเรียลไทม์ทันทีที่ผู้ใช้เริ่มเรียกเหตุการณ์ Conversion ให้แสดงขึ้น โดยอาจใช้เวลาสูงสุด 24 ชั่วโมงกว่าที่ Conversion ใหม่จะปรากฏในรายงานการมีส่วนร่วม หากข้อมูล Conversion ไม่ปรากฏภายในกรอบเวลานี้ ให้คุณลองเรียกเหตุการณ์ Conversion ให้แสดงขึ้น แล้วดูว่าเหตุการณ์นั้นได้รับการบันทึกไว้ในภาพรวมแบบเรียลไทม์หรือไม่ หากไม่ ให้ตรวจสอบเพื่อดูว่ามีการกําหนดค่าเหตุการณ์อย่างถูกต้องหรือไม่

หน้าจอเหตุการณ์ และ Conversion จะแสดงข้อมูลเหตุการณ์ที่ระบบเรียกให้แสดง ในรายงานมาตรฐาน คุณจะดูข้อมูล Conversion ได้ในส่วนต่อไปนี้

  • ตาราง Conversion ตามชื่อเหตุการณ์ในรายงานภาพรวมแบบเรียลไทม์
  • รายงานการมีส่วนร่วม > Conversion

รายงานการมีส่วนร่วม > Conversion ช่วยให้คุณทําสิ่งต่อไปนี้ได้

  • ปรับเมตริกและมิติข้อมูลของรายงานโดยใช้เมนูแบบเลื่อนลงที่มุมซ้ายบนของแผนภูมิเส้น มิติข้อมูลประกอบด้วยการจัดกลุ่มแชแนลเริ่มต้น แหล่งที่มา สื่อ แคมเปญในช่วงเวลาที่ผ่านมา
  • คลิกเหตุการณ์ Conversion เพื่อเปิดรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นเท่านั้น
  • เพิ่มการเปรียบเทียบเหตุการณ์ Conversion
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร
ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
แอป Google
เมนูหลัก
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
true
69256
false
false