สร้างรหัสผ่านที่รัดกุมและบัญชีที่มีความปลอดภัยมากขึ้น

รหัสผ่านที่ปลอดภัยและข้อมูลการกู้คืนที่อัปเดตจะช่วยปกป้องบัญชี Google ของคุณ

ขั้นตอนที่ 1: สร้างรหัสผ่านที่รัดกุม

รหัสผ่านที่รัดกุมมีประโยชน์ ดังนี้

  • ช่วยเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้ปลอดภัย
  • ปกป้องอีเมล ไฟล์ และเนื้อหาอื่นๆ ของคุณ
  • ป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าใช้บัญชีของคุณ

ปฏิบัติตามข้อกำหนดของรหัสผ่าน

สร้างรหัสผ่านโดยใช้อักขระ 8 ตัวขึ้นไป โดยใช้ตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ผสมกันในรูปแบบใดก็ได้ (อักขระ ASCII)

คุณจะใช้รหัสผ่านต่อไปนี้ไม่ได้

  • รหัสผ่านที่ไม่รัดกุมอย่างมาก ตัวอย่างเช่น "password123"
  • คุณเคยใช้สำหรับบัญชีของคุณมาก่อน
  • เริ่มต้นหรือลงท้ายด้วยช่องว่าง

ทำตามเคล็ดลับของรหัสผ่านที่ดี

รหัสผ่านที่รัดกุมคือรหัสที่คุณจะจดจำได้ง่ายแต่ผู้อื่นแทบจะคาดเดาไม่ได้เลย ดูข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างรหัสผ่านที่ดี แล้วทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ในการสร้างรหัสผ่านของคุณเอง

ตั้งรหัสผ่านที่มีความแตกต่าง

ใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละบัญชีที่สำคัญ เช่น อีเมลและบัญชีธนาคารออนไลน์

การใช้รหัสผ่านซ้ำกันสำหรับบัญชีที่สำคัญมีความเสี่ยง หากมีคนรู้รหัสผ่านสำหรับบัญชีหนึ่งก็จะเข้าถึงอีเมล ที่อยู่ หรือแม้แต่เงินในบัญชีของคุณได้

เคล็ดลับ: หากมีปัญหาในการจดจำรหัสผ่านหลายรหัส ให้ดูวิธีใช้เครื่องมือเพื่อจัดการรหัสผ่านที่บันทึกไว้

ตั้งรหัสผ่านที่ยาวขึ้นและจดจำได้ง่ายมากขึ้น

รหัสผ่านที่ยาวจะมีความรัดกุมกว่า เคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยคุณสร้างรหัสผ่านที่ยาวขึ้นและจดจำได้ง่ายขึ้น ลองตั้งรหัสผ่านโดยใช้ตัวอย่างต่อไปนี้

  • เนื้อเพลงหรือบทกลอน
  • ข้อความที่มีความหมายจากภาพยนตร์หรือคำพูด
  • ข้อความจากหนังสือ
  • ชุดคำที่มีความหมายกับคุณ
  • อักษรย่อ โดยตั้งรหัสผ่านจากอักษรตัวแรกของคำแต่ละคำในประโยค

หลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านที่บุคคลต่อไปนี้จะคาดเดาได้

  • คนที่รู้จักคุณ
  • คนที่กำลังมองหาข้อมูลที่เข้าถึงได้ง่ายๆ (เช่น โปรไฟล์โซเชียลมีเดียของคุณ)
ใช้ตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์

รหัสผ่านที่มีสัญลักษณ์ประเภทต่างๆ อาจทำให้ผู้อื่นคาดเดาได้ยากยิ่งขึ้น แต่คุณก็อาจจะจำรหัสผ่านดังกล่าวได้ยากขึ้นด้วยเช่นกัน คุณอาจตั้งค่าข้อมูลการกู้คืนเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใช้งานไม่ได้เมื่อลืมรหัสผ่าน

ใช้อักขระหลายแบบรวมกัน

ใช้ตัวอักษรและตัวเลขผสมกัน (ตัวอักษรและตัวเลข) และสัญลักษณ์ ดังนี้

  • ตัวพิมพ์ใหญ่ เช่น A, E, R
  • ตัวพิมพ์เล็ก เช่น a, e, r
  • ตัวเลข เช่น 2, 6, 7
  • สัญลักษณ์และอักขระพิเศษ เช่น ! @ & *

คำแนะนำและตัวอย่าง

แทนที่ตัวอักษรด้วยตัวเลขและสัญลักษณ์ โดยเลือกคำหรือวลีขึ้นมาตัวหนึ่งและใช้ตัวเลขและสัญลักษณ์แทนตัวอักษรบางตัวในคำหรือวลีนั้น ตัวอย่างเช่น

  • จาก "Loy Kratong" เป็น "l0ykR@+0nG"
  • จาก "Tam dee dai dee" เป็น "+@mDeEdAid33"

ใช้ตัวย่อประโยค โดยลองนึกประโยคขึ้นมาประโยคหนึ่งและใช้ตัวอักษรตัวแรกของแต่ละคำในประโยคนั้น ตัวอย่าง

  • จาก "Uncle Peter always ate chocolate-covered everything" เป็น "uP@8cCe!"

หลีกเลี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลและคำทั่วๆ ไป

อย่าใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

หลีกเลี่ยงการสร้างรหัสผ่านจากข้อมูลที่ผู้อื่นอาจรู้หรือหาได้ง่าย ตัวอย่างเช่น

  • ชื่อเล่นหรือชื่อย่อของคุณ
  • ชื่อลูกหรือชื่อสัตว์เลี้ยง
  • วันเกิดหรือปีที่สำคัญๆ
  • ชื่อถนนที่คุณอยู่
  • ตัวเลขในที่อยู่ของคุณ

อย่าใช้คำและรูปแบบทั่วๆ ไป

หลีกเลี่ยงคำ วลี และรูปแบบง่ายๆ ที่คาดเดาได้ง่าย ตัวอย่างเช่น

  • คำและวลีที่ตรงไปตรงมา เช่น "รหัสผ่าน" หรือ "เปิดใจให้ฉัน"
  • ลำดับต่างๆ เช่น "abcd" หรือ "1234"
  • รูปแบบแป้นพิมพ์ เช่น "qwerty" หรือ "qazwsx"
  • ตัวอย่างใดก็ตามที่อยู่ในบทความนี้ เช่น "l0ykR@+0nG" หรือ "uP@8cCe!"

รักษารหัสผ่านให้ปลอดภัย

หลังจากสร้างรหัสผ่านที่รัดกุมแล้ว ให้ทำตามขั้นตอนในการรักษารหัสผ่านให้ปลอดภัย

ซ่อนรหัสผ่านที่จดไว้

หากจำเป็นต้องจดรหัสผ่าน อย่าวางไว้บนคอมพิวเตอร์หรือบนโต๊ะ ตรวจสอบว่ารหัสผ่านที่จดไว้เก็บอยู่ในที่ลับหรือล็อกไว้

จัดการรหัสผ่านด้วยเครื่องมือ

หากมีปัญหาในการจดจำรหัสผ่านจำนวนมาก ลองใช้โปรแกรมจัดการรหัสผ่านที่ไว้วางใจได้ ควรใช้เวลาในการศึกษารีวิวและชื่อเสียงของบริการเหล่านี้

นอกจากนี้ คุณยังใช้ Chrome เพื่อบันทึกรหัสผ่านให้คุณได้ด้วย

ขั้นตอนที่ 2: เตรียมพร้อมสำหรับกรณีที่มีผู้อื่นรู้รหัสผ่านของคุณ

เราจะใช้ข้อมูลการกู้คืนเพื่อช่วยคุณในกรณีที่ตรวจพบกิจกรรมที่ผิดปกติในบัญชีของคุณ

เพิ่มที่อยู่อีเมลสำรอง

  1. ไปที่บัญชี Google
  2. ที่แผงการนำทางด้านซ้าย ให้คลิกข้อมูลส่วนบุคคล
  3. ที่แผงข้อมูลติดต่อ ให้คลิกอีเมล
  4. คลิกเพิ่มอีเมลสำรอง

เพิ่มหมายเลขโทรศัพท์สำหรับการกู้คืน

  1. ไปที่บัญชี Google
  2. ที่แผงการนำทางด้านซ้าย ให้คลิกข้อมูลส่วนบุคคล
  3. ที่แผงข้อมูลติดต่อ คลิกโทรศัพท์
  4. คลิกเพิ่มโทรศัพท์สำหรับการกู้คืน

ข้อมูลการกู้คืนใช้เพื่อช่วยให้คุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • ดูว่ามีผู้อื่นใช้บัญชีของคุณอยู่หรือไม่
  • เรียกคืนบัญชีของคุณกรณีที่มีผู้อื่นรู้รหัสผ่าน
  • เข้าใช้บัญชีของคุณเมื่อลืมรหัสผ่าน หรือลงชื่อเข้าใช้ไม่ได้ด้วยเหตุผลอื่น

ทำให้บัญชีปลอดภัยยิ่งขึ้น

รับคำแนะนำที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้บัญชี

บทความนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร