หากลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google แต่ยังคงใช้ฟีเจอร์ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google หรือให้สิทธิ์บุคคลที่สามเข้าถึงข้อมูลในบัญชี Google ไม่ได้ คุณอาจเห็นรหัสและข้อความแสดงข้อผิดพลาด
ปัญหาบางอย่างที่ทําให้ข้อความแสดงข้อผิดพลาดปรากฏอาจอยู่นอกเหนือการควบคุมของ Google เช่น แอปหรือบริการที่คุณต้องการใช้อาจมีการตั้งค่าที่ไม่ปลอดภัยซึ่ง Google ไม่อนุญาต
รหัสข้อผิดพลาดต่างๆ จะช่วยให้เข้าใจสาเหตุที่ลงชื่อเข้าใช้หรือให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลไม่ได้ คุณสามารถแก้ไขปัญหาหรือติดต่อนักพัฒนาแอปโดยตรงเพื่อรับความช่วยเหลือ
ดูวิธีแก้ปัญหาเกี่ยวกับบัญชีที่เกิดจากการเชื่อมต่อกับบุคคลที่สาม
400 access_not_configuredหากได้รับข้อผิดพลาด "400 access_not_configured" แสดงว่าผู้ดูแลระบบ Workspace for Education ไม่ได้กําหนดค่าแอปหรือบริการอย่างถูกต้อง
คุณทําอะไรได้บ้างเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนี้
หากเป็นแอปหรือบริการที่คุณคาดว่าจะใช้ได้ โปรดติดต่อผู้ดูแลระบบ Workspace เพื่อให้กำหนดค่าการเข้าถึงสำหรับแอป
หากได้รับข้อผิดพลาด "400 admin_policy_enforced" แสดงว่าผู้ดูแลบัญชีไม่อนุญาตให้คุณใช้ฟีเจอร์ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google นอกจากนี้ คุณยังแชร์ข้อมูลเฉพาะองค์กรบางอย่างขององค์กรกับแอปหรือบริการไม่ได้อีกด้วย
กรณีนี้อาจเกิดขึ้นเมื่อคุณใช้บัญชีจากที่ทํางานหรือองค์กรอื่น บางครั้งระบบจะบล็อกเฉพาะบางแอปหรือบริการเท่านั้น
คุณทําอะไรได้บ้างเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนี้
หากคุณคิดว่าควรมีสิทธิ์เข้าถึงแอปหรือบริการ ให้ติดต่อผู้ดูแลระบบ Google Workspace ขององค์กร
หากได้รับข้อผิดพลาด "400 invalid_request" หรือ "การเข้าถึงถูกบล็อก" แสดงว่าแอปหรือบริการส่งคำขอที่ไม่ถูกต้อง แอปหรือบริการใช้วิธีการให้สิทธิ์ที่ Google ไม่อนุญาต
Google มีช่องทางที่ปลอดภัยไว้ให้คุณลงชื่อเข้าใช้และแชร์ข้อมูลในบัญชี Google กับแอปและบริการของบุคคลที่สาม Google จะบล็อกแอปและบริการที่อาจทําให้บัญชีมีความเสี่ยงเพื่อช่วยปกป้องบัญชีของคุณ
เคล็ดลับ: ดูวิธีที่ฟีเจอร์ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google แชร์ข้อมูลของคุณอย่างปลอดภัย
คุณทําอะไรได้บ้างเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนี้
เฉพาะนักพัฒนาแอปบุคคลที่สามเท่านั้นที่แก้ไขปัญหานี้ได้ โปรดติดต่อนักพัฒนาแอปโดยตรงเพื่อรายงานข้อผิดพลาด
หากได้รับข้อผิดพลาด "400 invalid_scope" แสดงว่าแอปหรือบริการขอสิทธิ์ที่เราไม่รู้จักหรือไม่ได้รับอนุญาตให้ขอ
คุณทําอะไรได้บ้างเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนี้
เฉพาะนักพัฒนาแอปบุคคลที่สามเท่านั้นที่แก้ไขปัญหานี้ในแอปหรือบริการได้ โปรดติดต่อนักพัฒนาแอปโดยตรงเพื่อรายงานข้อผิดพลาด
หากได้รับข้อผิดพลาด "400 invalid_user" แสดงว่าบัญชีของคุณไม่มีการใช้งาน
คุณทําอะไรได้บ้างเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนี้
ใช้บัญชี Google บัญชีอื่นที่มีการใช้งานอยู่และใช้งานได้
หากได้รับข้อผิดพลาด "400 origin_mismatch" หรือ "400 redirect_uri_mismatch" แสดงว่าอาจเกิดจากสาเหตุข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- นักพัฒนาแอปหรือบริการตั้งค่าแอปไม่ถูกต้อง
- แอปหรือบริการพยายามเข้าถึงข้อมูลของคุณในลักษณะที่ไม่เป็นไปตามนโยบายของเรา
เราขอให้บุคคลที่สามลงทะเบียนแอปหรือบริการกับเราก่อนที่จะสามารถใช้ฟีเจอร์ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google ได้ เพื่อปกป้องบัญชีของคุณ นอกจากนี้บุคคลที่สามยังต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและนโยบายด้านความปลอดภัยของเราด้วย หากแอปหรือบริการไม่เป็นไปตามนโยบายเหล่านี้ เราจะไม่อนุญาตให้ใช้ฟีเจอร์ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google จนกว่านักพัฒนาแอปจะแก้ไขปัญหา
คุณทําอะไรได้บ้างเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนี้
เฉพาะนักพัฒนาแอปบุคคลที่สามเท่านั้นที่แก้ไขปัญหานี้ได้ โปรดติดต่อนักพัฒนาแอปโดยตรงเพื่อรายงานข้อผิดพลาด
หากได้รับข้อผิดพลาด "400 policy_enforced" แสดงว่าบัญชี Google ของคุณอาจอยู่ในโปรแกรมการปกป้องขั้นสูง ฟีเจอร์ความปลอดภัยนี้ไม่อนุญาตให้แอปหรือบริการของบุคคลที่สามส่วนใหญ่เข้าถึงข้อมูลในบัญชี Google เพื่อช่วยปกป้องบัญชี
คุณทําอะไรได้บ้างเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนี้
วิธีแก้ไขข้อผิดพลาดนี้คือต้องเลือกไม่เข้าร่วมโปรแกรมการปกป้องขั้นสูง ซึ่งหมายความว่าคุณจะไม่ได้รับประโยชน์ด้านความปลอดภัยจากโปรแกรมดังกล่าว
หากได้รับข้อผิดพลาดที่ขึ้นต้นด้วย "401" แสดงว่านักพัฒนาแอปไม่ได้ลงทะเบียนแอปหรือบริการกับ Google อย่างถูกต้อง
Google ขอให้นักพัฒนาแอปลงทะเบียนแอปและบริการก่อนที่จะสามารถใช้ฟีเจอร์ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google หรือขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลบางอย่างได้ เพื่อช่วยปกป้องบัญชีของคุณ เราจะไม่แชร์ข้อมูลของคุณจนกว่านักพัฒนาแอปจะลงทะเบียนกับเรา
ข้อความแสดงข้อผิดพลาดที่คุณอาจเห็น ได้แก่
- 401 invalid_client: แอปหรือบริการไม่ตรงกับข้อมูลในการลงทะเบียน หรือนักพัฒนาแอปไม่ได้ให้ข้อมูลที่จําเป็นทั้งหมดแก่ Google
- 401 deleted_client: แอปหรือบริการไม่ได้ลงทะเบียนกับ Google แล้ว
- 401 disabled_client: แอปหรือบริการถูกบล็อก
คุณทําอะไรได้บ้างเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนี้
เฉพาะนักพัฒนาแอปบุคคลที่สามเท่านั้นที่แก้ไขปัญหานี้ได้ โปรดติดต่อนักพัฒนาแอปโดยตรงเพื่อรายงานข้อผิดพลาด
หากได้รับข้อผิดพลาด "403 access_denied" แสดงว่าคุณไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ฟีเจอร์ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google หรือแชร์ข้อมูลบางอย่างในบัญชีกับแอปหรือบริการ ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้
- แอปหรือบริการอยู่ในโหมดทดสอบและนักพัฒนาแอปไม่ได้เพิ่มคุณเป็นผู้ใช้ทดสอบ
- ประเภทบัญชี Google ที่คุณลงชื่อเข้าใช้ไม่อนุญาตให้ใช้ฟีเจอร์ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google หรือแชร์ข้อมูลบางอย่างในบัญชี
- เช่น บัญชีของบุตรหลานไม่สามารถใช้ฟีเจอร์นี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง
- ผู้ดูแลระบบองค์กรอาจไม่อนุญาตให้คุณใช้ฟีเจอร์ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google หรือแชร์ข้อมูลบางอย่างในบัญชีกับแอปหรือบริการบางรายการด้วย
คุณทําอะไรได้บ้างเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนี้
- ใช้บัญชีประเภทอื่นในการลงชื่อเข้าใช้แอปหรือบริการ
- หากคิดว่าบัญชีของคุณควรมีสิทธิ์เข้าถึง ให้ติดต่อนักพัฒนาแอปโดยตรง
หากได้รับข้อผิดพลาด "403 disallowed_useragent" แสดงว่าแอปหรือบริการใช้ WebView ที่ฝังอยู่ นักพัฒนาแอปบางรายใช้ WebView เพื่อแสดงเนื้อหาเว็บในแอปหรือบริการ WebView ที่ฝังอาจทำให้การรักษาความปลอดภัยมีความเสี่ยง เนื่องจาก WebView ที่ฝังอาจปล่อยให้บุคคลที่สามเข้าถึงและเปลี่ยนการสื่อสารระหว่างคุณกับ Google ได้
Google ไม่อนุญาตให้ใช้ WebView ที่ฝังอีกต่อไปตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2021 เพื่อรักษาบัญชีให้ปลอดภัย
คุณทําอะไรได้บ้างเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนี้
- เฉพาะนักพัฒนาแอปบุคคลที่สามเท่านั้นที่แก้ไขปัญหานี้ในแอปได้ โปรดติดต่อนักพัฒนาแอปโดยตรงเพื่อรายงานข้อผิดพลาด
- หากแอปหรือบริการมีเว็บไซต์ ให้ลองลงชื่อเข้าใช้จากเบราว์เซอร์
หากได้รับข้อผิดพลาด "403 invalid_account" อาจเป็นได้ว่าบัญชี Google ของคุณถูกปิดใช้
คุณทําอะไรได้บ้างเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนี้
ตรวจสอบว่าบัญชี Google ถูกปิดใช้หรือไม่
- หากพบว่าบัญชีถูกปิดใช้ ให้ดูวิธีกู้คืนบัญชี
หากได้รับข้อผิดพลาด "403 org_internal" แสดงว่ามีเพียงสมาชิกของบริษัทหรือองค์กรที่ระบุเท่านั้นที่ใช้แอปหรือบริการได้ ตัวอย่างเช่น องค์กรอาจอนุญาตให้เฉพาะอีเมลที่ลงท้ายด้วย @example.com เข้าถึงแอปหรือบริการ
คุณทําอะไรได้บ้างเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนี้
หากคุณเป็นสมาชิกขององค์กร ให้เปลี่ยนไปใช้บัญชีสมาชิก
หากได้รับข้อผิดพลาด "403 rate_limit_exceeded" แสดงว่าขณะนี้อัตราคำขอการลงชื่อเข้าใช้แอปหรือบริการถึงขีดจำกัดแล้ว Google จำกัดอัตราความเร็วการได้รับผู้ใช้ใหม่ของแอปหรือบริการ
คุณทําอะไรได้บ้างเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนี้
คุณจะลองลงชื่อเข้าใช้อีกครั้งในภายหลัง หรือขอให้นักพัฒนาแอปเพิ่มขีดจำกัดอัตราคำขอการลงชื่อเข้าใช้ของแอปก็ได้
หากได้รับข้อผิดพลาด "403 restricted_client" แสดงว่าแอปหรือบริการของบุคคลที่สามไม่ได้รับการตั้งค่าอย่างถูกต้อง Google ขอให้นักพัฒนาแอปบุคคลที่สามปฏิบัติตามข้อกําหนดด้านความปลอดภัยบางประการเพื่อช่วยปกป้องบัญชีของคุณ
คุณทําอะไรได้บ้างเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนี้
เฉพาะนักพัฒนาแอปบุคคลที่สามเท่านั้นที่แก้ไขปัญหานี้ได้ โปรดติดต่อนักพัฒนาแอปโดยตรงเพื่อรายงานข้อผิดพลาด
เกิดข้อผิดพลาดขณะที่เราประมวลผลคําขอนี้
คุณทําอะไรได้บ้างเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนี้
โปรดลองอีกครั้งในภายหลัง
แก้ไขปัญหาอื่นๆ ในแอปหรือบริการของบุคคลที่สาม
ในบางกรณีคุณอาจลงชื่อเข้าใช้แอปหรือบริการของบุคคลที่สามด้วย Google ได้ แต่ยังใช้แอปหรือบริการนั้นไม่ได้ Google ไม่ได้ให้บริการที่บุคคลที่สามเสนอ สาเหตุส่วนใหญ่ของปัญหาเช่นนี้จึงอยู่นอกเหนือการควบคุมของ Google เราเพียงช่วยแอปหรือบริการระบุตัวตนของคุณเท่านั้น
ตัวอย่างปัญหาที่เกิดกับแอปหรือบริการ เช่น
- คุณซื้อภาพยนตร์ในแอปหรือบริการของบุคคลที่สาม แต่เปิดดูไม่ได้
- คุณซื้อสินค้าในแอปหรือบริการของบุคคลที่สามไม่ได้
- คุณแชร์ข้อมูล Google ปฏิทินกับแอปปฏิทิน แต่กิจกรรมไม่แสดงในแอป
- คุณแชร์รูปภาพใน Google กับแอปแก้ไขรูปภาพ แต่รูปภาพไม่โหลด
หากพบปัญหาเช่นนี้ โปรดติดต่อนักพัฒนาแอปโดยตรง
ติดต่อนักพัฒนาแอปบุคคลที่สาม
วิธีหาข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาแอปบุคคลที่สาม
- ไปที่แอปหรือบริการที่ต้องการ
- หากต้องการแชร์ข้อมูลบางอย่างใน Google ให้คลิกลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google หรือปุ่มคำกระตุ้นให้ดำเนินการ
- คุณอาจต้องออกจากระบบของแอปหรือบริการนั้นเพื่อดูหน้าจอลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google
- หากต้องการดูอีเมลของนักพัฒนาแอป ให้เลือกชื่อแอปหรือบริการที่ด้านบนของหน้าจอถัดไป
- ทั้งนี้อาจไม่มีอีเมลของนักพัฒนาแอปในบางกรณี