สัปดาห์ที่ 5: เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคุณ

หากต้องการใช้แอป Google ในที่ทำงานหรือโรงเรียนให้ได้ประโยชน์ยิ่งขึ้น โปรดลงชื่อสมัครใช้เพื่อทดลองใช้ Google Workspace ฟรี
" "

อุปกรณ์ต่างๆ ที่แสดงเอกสาร กล่องจดหมาย และคอนโซลจัดการกล่องจดหมาย ใช้เอกสารให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพิ่มฟีเจอร์เพิ่มเติมไปยัง G Suite

" "


แสดงวิธีการทั้งหมด | ซ่อนวิธีการทั้งหมด

1. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในกล่องจดหมายของคุณ

ช่องทำเครื่องหมายใช้กล่องจดหมายหลายกล่อง

หากคุณมีอีเมลหลายบัญชี คุณจะเข้าถึงอีเมลทั้งหมดได้จาก Gmail สร้างกล่องจดหมายใหม่สำหรับบัญชีแต่ละรายการ

เปิดใช้กล่องจดหมายหลายกล่องได้ดังนี้

  1. คลิกการตั้งค่า "" ที่ด้านขวาบน
  2. ในส่วนประเภทกล่องจดหมาย ให้เลือกกล่องจดหมายหลายกล่อง

สร้างและปรับแต่งกล่องจดหมายได้ดังนี้

  1. ที่ด้านขวาบน ให้คลิกการตั้งค่า ""จากนั้นดูการตั้งค่าทั้งหมด
  2. คลิกกล่องจดหมายด้านบน
  3. เลือกกล่องจดหมายหลายกล่องถัดจากประเภทกล่องจดหมาย
  4. กำหนดกล่องจดหมายด้วยตัวกรองในส่วนคำค้นหา เช่น หากต้องการสร้างกล่องจดหมาย
    • ให้กรอก label:ชื่อป้ายกํากับ โดยใช้ชื่อป้ายกำกับที่มีอยู่
    • ให้กรอก from:อีเมลของผู้ส่ง โดยอ้างอิงตามอีเมลของบุคคลดังกล่าว หรือใส่ผู้ส่งหลายคนโดยกรอก from:อีเมลของผู้ส่งหรืออีเมลอื่น
    • หากต้องการค้นหาอีเมลที่ส่งไปยังบัญชีอื่น ให้กรอก to:you@youremail.com

      หมายเหตุ: ก่อนสร้างกล่องจดหมายเพื่อแสดงอีเมลสำหรับบัญชีอื่น คุณจะต้องตั้งค่า Gmail ให้ส่งอีเมลจากที่อยู่อีเมลหรือชื่อแทนอื่น โปรดดูหัวข้อดูโอเปอเรเตอร์การค้นหาของ Gmail

  5. (ไม่บังคับ) หากต้องการกรอกชื่อกล่องจดหมายแต่ละกล่อง ให้กรอกชื่อในชื่อส่วน
  6. (ไม่บังคับ) หากต้องการเปลี่ยนตําแหน่งที่กล่องจดหมายเพิ่มเติมจะปรากฏ ให้เลือกตําแหน่งที่ต้องการถัดจากตำแหน่งกล่องจดหมายหลายส่วน
  7. คลิกบันทึกการเปลี่ยนแปลงด้านล่าง

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายใช้กล่องจดหมายสำคัญ

ให้ Gmail จัดเรียงและจัดลำดับความสำคัญของอีเมลเป็นหมวดหมู่ เช่น สำคัญและยังไม่อ่าน

  1. เปิด Gmail
  2. คลิกการตั้งค่า "" ด้านขวาบน
  3. คลิกกล่องจดหมายสําคัญในส่วนประเภทกล่องจดหมาย
    หมายเหตุ: โดยค่าเริ่มต้น กล่องจดหมายสําคัญจะแยกอีเมลสําคัญออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ สําคัญและยังไม่อ่าน ติดดาว และสิ่งอื่นๆ
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการเปลี่ยนการตั้งค่าเพิ่มเติม ให้คลิกปรับแต่ง
  5. (ไม่บังคับ) หากต้องการซ่อนอีเมลในแต่ละส่วน ให้คลิกลูกศรขึ้น "" ข้างชื่อของส่วนที่ต้องการ หากต้องการแสดงอีเมลอีกครั้ง ให้คลิกลูกศรลง ""

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

2. ทำงานได้เร็วขึ้นในเครื่องมือแก้ไขเอกสาร

ช่องทำเครื่องหมายใช้การเขียนตามคำบอกในเอกสาร
  1. ตรวจสอบว่าคุณมีไมโครโฟนที่ใช้งานได้ในอุปกรณ์หรือเป็นชิ้นที่เชื่อมต่อจากภายนอก
  2. ในเบราว์เซอร์ Chrome ให้เลือกตัวเลือกดังนี้
  3. วางเคอร์เซอร์ในตำแหน่งที่ต้องการให้ข้อความปรากฏ
  4. คลิกเครื่องมือจากนั้นพิมพ์ด้วยเสียง
  5. คลิกพูด "" และพูดข้อความ

    พูดอย่างชัดเจนในระดับเสียงและจังหวะปกติ โดยให้สังเกตเครื่องหมายวรรคตอน ระยะห่าง หรือรูปแบบ เช่น เครื่องหมายจุลภาค ย่อหน้าใหม่ หรือตัวหนา หรือแม้แต่การใช้คำสำหรับรูปภาพเช่น "หน้ายิ้ม"

  6. เมื่อเสร็จแล้วให้คลิกพูด ""

สำหรับรายการคำสั่งเสียง ภาษาที่สนับสนุน และการแก้ปัญหาทั้งหมด โปรดดูที่การพิมพ์ด้วยเสียง

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของไฟล์ในไดรฟ์และกิจกรรมในปฏิทิน

โอนการเป็นเจ้าของไฟล์และโฟลเดอร์ในไดรฟ์ได้ดังนี้

  1. หากยังไม่ได้ดำเนินการ ให้แชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์กับผู้ที่คุณต้องการทำให้เป็นเจ้าของ โปรดดูที่หัวข้อเริ่มต้นใช้งานไดรฟ์
  2. คลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์ในไดรฟ์ที่ต้องการโอนและเลือกแชร์ แชร์
  3. คลิกขั้นสูง
  4. ถัดจากชื่อของคนที่คุณต้องการทำให้เป็นเจ้าของ ให้คลิกแก้ไข แก้ไข หรือดู ดูรายละเอียดของโฟลเดอร์ แล้วเลือกเป็นเจ้าของ
  5. คลิกบันทึกการเปลี่ยนแปลง
  6. เมื่อได้รับแจ้ง ให้ยืนยันการโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ
  7. คลิกเสร็จสิ้น

โอนการเป็นเจ้าของกิจกรรมในปฏิทินได้ดังนี้

  1. คลิกหนึ่งครั้งที่กิจกรรมและคลิกเพิ่มเติม"" ด้านบน จากนั้น เปลี่ยนเจ้าของ
  2. กรอกอีเมลเจ้าของใหม่
  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการเพิ่มโน้ตสำหรับเจ้าของใหม่ ให้กรอกข้อความ
  4. คลิกเปลี่ยนเจ้าของ

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายแปลเอกสารของคุณ
  1. ให้เปิดไฟล์เอกสารของคุณใน Google ไดรฟ์
  2. ให้คลิกเครื่องมือจากนั้นแปลเอกสารที่ด้านบน
  3. ให้ตั้งชื่อสำเนาเอกสารที่แปลและเลือกภาษาในกล่องโต้ตอบ
  4. คลิกแปลภาษา

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายเปรียบเทียบเอกสาร
  1. คลิกไฟล์จากนั้นประวัติเวอร์ชันจากนั้นดูประวัติเวอร์ชัน
  2. คลิกการประทับเวลาเพื่อดูเวอร์ชันก่อนหน้าของไฟล์
  3. (ไม่บังคับ) ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
    • หากต้องการทำให้เวอร์ชันที่ใช้งานอยู่เป็นเวอร์ชันก่อนหน้า ให้คลิกกู้คืนเวอร์ชันนี้ที่ด้านบน
    • หากต้องการตั้งชื่อเวอร์ชันก่อนหน้า ให้คลิกเพิ่มเติม ""จากนั้นตั้งชื่อเวอร์ชันนี้
    • หากต้องการทำสำเนาเวอร์ชันก่อนหน้า ให้คลิกเพิ่มเติม ""จากนั้นทำสำเนา

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

3. เพิ่มฟีเจอร์เพิ่มเติมลงใน G Suite

ช่องทำเครื่องหมายรับส่วนเสริมสำหรับเอกสาร ชีต สไลด์ และฟอร์ม
  1. ใน เอกสาร ชีต สไลด์ หรือฟอร์ม ให้เปิดเอกสาร สเปรดชีต งานนำเสนอ หรือแบบฟอร์ม
  2. หากคุณใช้เอกสาร ชีต หรือสไลด์ ให้คลิกส่วนเสริม จากนั้น รับส่วนเสริม ที่ด้านบน
  3. หากคุณใช้แบบฟอร์ม ให้คลิกเพิ่มเติม""จากนั้นส่วนเสริม ที่มุมบนขวา
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการดูคำอธิบายสั้นๆ ของส่วนเสริม ให้ชี้ไปที่ส่วนเสริม หรือคลิกส่วนเสริมนั้นๆ เพื่อดูคำอธิบายทั้งหมด
  5. คลิกส่วนเสริมที่คุณต้องการติดตั้งและคลิกฟรี
  6. หากจำเป็น ให้ตรวจสอบข้อความการเข้าถึงและคลิกอนุญาต

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดดูที่การใช้ส่วนเสริมและ Apps Script

ช่องทำเครื่องหมายสร้างเครื่องมือค้นหาที่กำหนดเองในเบราว์เซอร์ Chrome ของคุณ
  1. ใช้เบราว์เซอร์ Chrome เปิดเว็บไซต์ที่ต้องการสร้างเครื่องมือค้นหา
  2. ป้อนคำค้นหาในแถบค้นหาของเว็บไซต์นั้น
     
    ตัวอย่าง: ไปที่ YouTube แล้วค้นหาคำว่า" "ทดสอบ" ซึ่งเบราว์เซอร์จะเปลี่ยนเส้นทางไปที่ลิงก์ https://www.youtube.com/results?search_query=ทดสอบ
  3. คัดลอกลิงก์ดังกล่าวที่ด้านบนของเบราว์เซอร์
  4. คลิก "เพิ่มเติม" ""จากนั้นการตั้งค่าจากนั้นเครื่องมือค้นหาแล้วจัดการเครื่องมือค้นหา
  5. เลื่อนไปที่เครื่องมือค้นหาอื่นๆ แล้วคลิกเพิ่ม
  6. ในช่อง URL โดยใส่ %s แทนคำค้นหา ให้วางลิงก์ที่คัดลอกไว้และแทนที่คำค้นหาด้วย "%s"
     
    ตัวอย่าง: สำหรับลิงก์การค้นหาของ YouTube ข้างต้น ให้แทนที่ "ทดสอบ" "ด้วย %s ใน URL ดังนี้ https://www.youtube.com/results?search_query=%s
  7. ตั้งชื่อให้เครื่องมือค้นหาและสร้างคีย์เวิร์ด (เป็นสตริงสั้นๆ เพื่อบอกให้เบราว์เซอร์ Chrome รู้ว่าคุณกำลังใช้เครื่องมือค้นหานี้จากเบราว์เซอร์)
  8. คลิกเพิ่ม
  9. (ไม่บังคับ) หากต้องการทำให้เครื่องมือค้นหาใหม่เป็นเครื่องมือค้นหาเริ่มต้น ให้คลิก "เพิ่มเติม" "" จากนั้น ตั้งเป็นค่าเริ่มต้น

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายการค้นหาขั้นสูงในผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ค้นหาใน Gmail

  1. ป้อนข้อความค้นหาในช่องค้นหาของ Gmail 
  2. คลิกคำแนะนำหรือคลิกค้นหา ""
  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการจำกัดการค้นหา ให้คลิกลูกศรลง ""จากนั้นเพิ่มเกณฑ์การค้นหาจากนั้นค้นหาที่ด้านขวาของช่องค้นหา

ค้นหาในปฏิทินได้ดังนี้

  1. เปิด Google ปฏิทิน และคลิกค้นหา ค้นหา ด้านบน จากนั้นกรอกข้อความค้นหา

    คุณจะเห็นผลลัพธ์ขณะที่พิมพ์ รวมถึงข้อมูลจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Google ที่ใช้ด้วย เช่น Gmail และ Google ไดรฟ์ คลิกผลลัพธ์เพื่อดูรายละเอียดกิจกรรมนั้น

  2. หากต้องการกรองผลลัพธ์ ให้คลิกลูกศรลงลูกศรแบบเลื่อนลง ด้านขวาช่องค้นหาและเลือกตัวเลือกดังนี้
    • ปฏิทินที่จะค้นหา
    • อะไร (ข้อมูลจากกิจกรรม รวมถึงชื่อของกิจกรรมด้วย)
    • ใคร (ชื่อของผู้ได้รับเชิญหรือเจ้าของกิจกรรม)
    • ที่ไหน (สถานที่จัดกิจกรรม)
    • ไม่มีคำ (ไม่รวมคำนั้นในกิจกรรม)
    • วันที่ (เลือกช่วงวันที่)
  3. คลิกค้นหา

ค้นหาในไดรฟ์ได้ดังนี้

  1. คลิกลูกศรลง "" ที่ด้านขวาของช่องค้นหา
    เลือกตัวเลือกหนึ่งหรือหลายตัวเลือกรวมกันเพื่อกรองผลลัพธ์เพิ่มเติม
    • ประเภท—ค้นหาตามประเภทไฟล์
    • เจ้าของ—ค้นหาตามเจ้าของไฟล์
    • ตำแหน่ง—ค้นหาด้วยตำแหน่ง (รวมถึงรายการในถังขยะหรือที่ติดดาว) คุณค้นหาได้เฉพาะโฟลเดอร์ที่อยู่ในไดรฟ์ของฉันหรือในไดรฟ์ที่แชร์เท่านั้น หากต้องการค้นหาโฟลเดอร์ที่ปรากฏในส่วนแชร์กับฉัน คุณต้องเพิ่มโฟลเดอร์ในไดรฟ์ของฉันก่อน
    • วันที่แก้ไข—ดูรายการที่ทุกคนเพิ่งแก้ไข (ไม่ใช่เฉพาะคุณ)
    • ชื่อรายการ—ค้นหาคำในชื่อไฟล์
    • มีคำว่า—ค้นหาไฟล์ที่มีคำบางคำ
    • แชร์กับ—ค้นหาผู้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงไฟล์
    • ติดตามผล—ค้นหาไฟล์ที่คุณเป็นเจ้าของที่มีคำแนะนำ หรือไฟล์ที่มีรายการการทำงานที่มอบหมายให้กับคุณ
  2. คลิกค้นหา

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

 

 
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร