สัปดาห์ที่ 3: แชร์และทำงานร่วมกันในไฟล์ต่างๆ

หากต้องการใช้แอป Google ในที่ทำงานหรือโรงเรียนให้ได้ประโยชน์ยิ่งขึ้น โปรดลงชื่อสมัครใช้เพื่อทดลองใช้ G Suite ฟรี
" "

ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานด้วยการแชร์ไฟล์หากต้องการเริ่มแชร์ไฟล์และทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพกับเพื่อนร่วมงาน โปรดดำเนินการต่อไปนี้ให้เรียบร้อย

" "


แสดงวิธีการทั้งหมด | ซ่อนวิธีการทั้งหมด

1. จัดการไฟล์ในไดรฟ์และไฟล์เครื่องมือแก้ไขเอกสาร

ช่องทำเครื่องหมายอัปโหลดไฟล์ไปยัง Google ไดรฟ์เพื่อให้เข้าถึงไฟล์ได้จากทุกอุปกรณ์

คุณจัดเก็บไฟล์ต่างๆ ในไดรฟ์ได้ เช่น รูปภาพ ภาพวาด วิดีโอ และอื่นๆ คุณต้องเก็บไฟล์ในไดรฟ์ในอุปกรณ์เครื่องหนึ่งเท่านั้น และใช้ได้ในอุปกรณ์เครื่องอื่นๆ ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ โดยเลือกเก็บไฟล์ในไดรฟ์ได้ 3 วิธี

วิธีอัปโหลดไฟล์ไปยังไดรฟ์บนเว็บ

  1. ไปที่ไดรฟ์
  2. คลิก Plus ใหม่จากนั้นอัปโหลดไฟล์ หรืออัปโหลดโฟลเดอร์ แล้วเลือกไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการอัปโหลด
  3. คลิกเปิด

วิธีอัปโหลดไฟล์จากอุปกรณ์เคลื่อนที่

หมายเหตุ: หากคุณตัดสินใจถอนการติดตั้งแอปในภายหลัง ไฟล์ในไดรฟ์จะไม่ได้รับผลกระทบและจะยังเข้าถึงได้จากไดรฟ์บนเว็บ

  1. เลือกตัวเลือกเดียวจากตัวเลือกต่อไปนี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์
    • โทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android: แตะ Google Play Google Play
    • อุปกรณ์ iOS: แตะ App Store iOS App Store
  2. ค้นหาและติดตั้งแอปไดรฟ์
  3. เปิดแอปที่มีไฟล์ที่ต้องการอัปโหลด แตะแชร์ แล้วแตะไดรฟ์

(ขั้นสูง) วีธีอัปโหลดไฟล์จากเดสก์ท็อปไปยังไดรฟ์

หากคุณต้องการอัปโหลดไฟล์จากเดสก์ท็อป ให้ติดตั้งและใช้ Drive File Stream

หมายเหตุ: Drive File Stream จะใช้ได้เฉพาะเมื่อผู้ดูแลระบบ G Suite ได้เปิดให้องค์กรหรือทีมแล้วเท่านั้น

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายสร้างไฟล์เอกสารใหม่ด้วย URL ทางลัด

แทนที่จะต้องสร้างไฟล์ใหม่ใน Google เอกสาร, ชีต, สไลด์หรือฟอร์มอยู่เรื่อยๆ คุณใช้ URL ทางลัดแทนได้

ให้ป้อน URL ใดๆ ก็ตามต่อไปนี้ในเบราว์เซอร์ของคุณ

เอกสาร
  • docs.new
  • doc.new
  • document.new
ชีต
  • sheets.new
  • sheet.new
  • spreadsheet.new
สไลด์
  • slides.new
  • slide.new
  • presentation.new
ฟอร์ม
  • forms.new
  • form.new

ไฟล์เปล่าจะเปิดขึ้นและคุณจะเริ่มแก้ไขได้ทันที

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายไฮไลต์โฟลเดอร์สำคัญด้วยการติดดาวและกำหนดสีโฟลเดอร์

วิธีติดดาวให้กับไฟล์และโฟลเดอร์ที่สำคัญ

ติดดาวให้กับไฟล์หรือโฟลเดอร์สำคัญเพื่อให้ค้นหาได้ง่ายในภายหลัง

  1. คลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์
  2. เลือกเพิ่มไปยังรายการที่ติดดาว
  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการดูไฟล์และโฟลเดอร์ที่ติดดาวทั้งหมด ให้คลิกติดดาวในแถบด้านข้างทางซ้าย

วิธีใส่โค้ดสีให้กับโฟลเดอร์ในไดรฟ์

จัดระเบียบไดรฟ์ให้แสดงด้วยโฟลเดอร์ที่แยกตามสี

  1. คลิกขวาที่โฟลเดอร์ที่ต้องการเปลี่ยน
  2. คลิกเปลี่ยนสี แล้วเลือกสีที่ต้องการ 

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายจัดการเวอร์ชันต่างๆ ของไฟล์

ก่อนหน้านี้คุณอาจเก็บไฟล์ฉบับร่างไว้หลายฉบับในกรณีที่จำเป็นต้องอ้างอิงหรือเปลี่ยนไปใช้เวอร์ชันก่อนหน้า ไดรฟ์จะเก็บฉบับร่างทั้งหมดไว้ในไฟล์เดียว ซึ่งคุณจะดูหรือคืนค่าเป็นเวอร์ชันก่อนหน้าได้อย่างง่ายดาย

วิธีดูหรือเปลี่ยนไฟล์ Google เอกสาร ชีต และสไลด์กลับเป็นเวอร์ชันก่อนหน้า

  1. เปิดไฟล์ในไดรฟ์
  2. คลิกไฟล์จากนั้นประวัติเวอร์ชันจากนั้นดูประวัติเวอร์ชัน
  3. คลิกการประทับเวลาเพื่อดูเวอร์ชันก่อนหน้าของไฟล์ ที่ด้านล่างของการประทับเวลา คุณจะเห็นข้อมูลต่อไปนี้
    • ชื่อของผู้ที่แก้ไขเอกสาร
    • สีถัดจากชื่อของแต่ละคน โดยการแก้ไขที่ดำเนินการจะปรากฏในสีดังกล่าว
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการเปลี่ยนกลับเป็นเวอร์ชันนี้ ให้คลิกคืนค่าเวอร์ชันนี้

หมายเหตุ: คุณต้องมีเจ้าของหรือสิทธิ์การแก้ไขเพื่อดูประวัติเวอร์ชัน

วิธีดาวน์โหลดหรือเปลี่ยนไฟล์ในไดรฟ์ที่ไม่ใช่ของ Google กลับเป็นเวอร์ชันก่อนหน้า

  1. ในไดรฟ์ ให้คลิกไฟล์แล้วคลิกเพิ่มเติม เพิ่มเติมแล้วจัดการเวอร์ชัน ที่ด้านขวาบน
  2. คลิกเพิ่มเติม เพิ่มเติมแล้วดาวน์โหลด ดาวน์โหลดเพื่อดาวน์โหลดไฟล์
  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการเปลี่ยนกลับเป็นเวอร์ชันก่อนหน้า (เช่นเวอร์ชันที่คุณดาวน์โหลดด้านบน) ให้คลิกอัปโหลดเวอร์ชันใหม่ ค้นหาเวอร์ชันของไฟล์แล้วคลิกเปิด
  4. คลิกปิด

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายเข้าถึงไฟล์แบบออฟไลน์

หากอินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้ คุณก็ยังทำงานในไดรฟ์ต่อได้ ตั้งค่าการเข้าถึงแบบออฟไลน์เพื่อให้คุณดูและแก้ไขไฟล์ได้ตลอดเวลา

ข้อมูลสำคัญ: หากไม่ต้องการให้บุคคลอื่นมองเห็นไฟล์ของคุณ โปรดตั้งค่าการเข้าถึงแบบออฟไลน์ในอุปกรณ์ที่เป็นของคุณเท่านั้น

บนเว็บ

เบราว์เซอร์ Chrome เท่านั้น

วิธีตั้งค่าการเข้าถึงแบบออฟไลน์สำหรับเอกสาร ชีต และสไลด์

  1. ติดตั้งส่วนขยาย Google เอกสารออฟไลน์
  2. ในไดรฟ์ ให้คลิกการตั้งค่า การตั้งค่าจากนั้นการตั้งค่า
  3. ในส่วนออฟไลน์ ให้เลือกช่องสร้าง เปิด และแก้ไขไฟล์ Google ล่าสุดของคุณในขณะออฟไลน์
  4. คลิกเสร็จสิ้น
  5. คลิกขวาที่ไฟล์แล้วเปิดใช้งานแบบออฟไลน์ได้

ในอุปกรณ์เคลื่อนที่

เบราว์เซอร์ Chrome เท่านั้น

วิธีตั้งค่าการเข้าถึงแบบออฟไลน์สำหรับเอกสาร ชีต และสไลด์

  1. ในอุปกรณ์ Android หรืออุปกรณ์ Apple iOS ให้เปิดแอป Google เอกสาร ชีต หรือสไลด์
  2. แตะเมนู ""จากนั้นการตั้งค่า
  3. เปิดทำให้ไฟล์ล่าสุดพร้อมใช้งานแบบออฟไลน์

ในคอมพิวเตอร์

วิธีตั้งค่าการเข้าถึงแบบออฟไลน์สำหรับไฟล์ PDF, Microsoft Office และอื่น ๆ ในเดสก์ท็อป

  1. คลิก Drive File Stream "" จากนั้น เปิด Google ไดรฟ์ โฟลเดอร์
  2. คลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการเข้าถึงแบบออฟไลน์
  3. คลิก Drive File Stream จากนั้น ใช้งานแบบออฟไลน์ได้
ช่องทำเครื่องหมายแนบไฟล์ในไดรฟ์ไปกับอีเมลและกิจกรรมในปฏิทิน

วิธีแนบไฟล์ในไดรฟ์ไปกับ Gmail

  1. คลิกเขียนใน Gmail
  2. คลิกไดรฟ์ "" แล้วเลือกไฟล์ในแถบเครื่องมือ "เขียน"
  3. คลิกแทรก
  4. เมื่อข้อความพร้อมส่งแล้ว ให้คลิกส่ง

วิธีแนบไฟล์ในไดรฟ์ไปกับกิจกรรมในปฏิทิน

  1. คลิกช่องเพิ่มคำอธิบายหรือไฟล์แนบ
  2. คลิกไดรฟ์ของฉันหรืออัปโหลดแล้วเลือกไฟล์
  3. คลิกเลือกหรืออัปโหลด ระบบจะแนบไฟล์กับกิจกรรม

หมายเหตุ: หากผู้ดูแลระบบ G Suite ไม่อนุญาตให้แชร์ไฟล์ Google ไดรฟ์นอกองค์กร คุณจะเลือกส่งไฟล์แนบของ Gmail ให้กับผู้เข้าร่วมภายนอกแทนได้

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

2. โปรดดูแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการแชร์

ช่องทำเครื่องหมายปรับแต่งการตั้งค่าการแชร์สำหรับไฟล์และโฟลเดอร์

วิธีแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์กับบุคคลที่ต้องการและตั้งค่าระดับการเข้าถึง

  1. เลือกไฟล์ที่ต้องการแชร์
  2. คลิกแชร์หรือไอคอนแชร์ Share
  3. ในส่วน "แชร์กับผู้คนและกลุ่ม" ให้ป้อนอีเมลที่ต้องการแชร์ด้วย
    • สำคัญ: หากคุณแชร์กับอีเมลที่ไม่ใช่บัญชี Google ผู้ใช้รายดังกล่าวจะดูไฟล์ได้อย่างเดียว
  4. หากต้องการเปลี่ยนการดำเนินการที่ผู้คนมีสิทธิ์ทำในเอกสาร ให้คลิกลูกศรลงทางด้านขวา ลูกศรลง จากนั้น ผู้มีสิทธิ์อ่าน ผู้แสดงความคิดเห็น หรือเอดิเตอร์
  5. เลือกเพื่อแจ้งบุคคลอื่น
    • หากต้องการแจ้งให้บุคคลอื่นทราบว่าคุณแชร์เอกสารด้วย โปรดเลือกช่องถัดจาก "แจ้งบุคคลอื่น" หากแจ้งบุคคลอื่น อีเมลที่คุณป้อนจะรวมอยู่ในอีเมลนี้ด้วย
    • หากไม่ต้องการแจ้งบุคคลอื่น ให้ยกเลิกการเลือกช่องนี้
  6. คลิกแชร์หรือส่ง

วิธีแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์กับองค์กรและตั้งค่าระดับการเข้าถึง

  1. คลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์ในไดรฟ์ที่ต้องการแชร์แล้วเลือกแชร์ แชร์

    คลิกแชร์ในเอกสาร ชีต หรือสไลด์ที่ด้านบน

    หมายเหตุ: คุณจะแชร์ได้เฉพาะไฟล์ที่คุณเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิ์แก้ไขเท่านั้น

  2. (ไม่บังคับ) หากต้องการระบุสิ่งที่ผู้ใช้ดำเนินการกับไฟล์ได้เมื่อคุณแชร์ ให้คลิกเปลี่ยนใต้ชื่อองค์กร ดังนี้
    • หากต้องการเปลี่ยนสิทธิ์ ให้คลิกลูกศรลง "" ทางด้านขวา แล้วเลือกผู้มีสิทธิ์อ่าน ผู้แสดงความคิดเห็น หรือเอดิเตอร์
    • หากต้องการอนุญาตให้แชร์ลิงก์กับภายนอกองค์กรได้ ให้คลิกลูกศรลงข้างชื่อองค์กร ""จากนั้นสาธารณะ

      หมายเหตุ: หากไม่เห็นตัวเลือกนี้ โปรดติดต่อผู้ดูแลระบบ G Suite

  3. คลิกคัดลอกลิงก์
  4. คลิกเสร็จสิ้น
  5. วางลิงก์ในอีเมล บนเว็บไซต์ หรือที่ใดก็ตามที่ต้องการแชร์

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายเลือกวันที่หมดอายุของการแชร์
  1. เปิดหน้าจอหลักของ Google ไดรฟ์, Google เอกสาร, Google ชีต หรือ Google สไลด์
  2. คลิกแชร์
  3. แชร์ไฟล์กับผู้ใช้หรือเลือกผู้ใช้ที่คุณต้องการให้สิทธิ์ชั่วคราว
  4. คลิกลูกศรลง ลูกศรลง จากนั้น ให้สิทธิ์เข้าถึงชั่วคราว
  5. ข้าง "สิทธิ์เข้าถึงหมดอายุ" ให้คลิกจำนวนวันเพื่อเปลี่ยนวันที่หมดอายุ จากนั้นเลือกวันที่ไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ปัจจุบัน
  6. คลิกบันทึก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายแชร์ลิงก์ของไฟล์

เมื่อแชร์จาก Google ไดรฟ์ คุณกำหนดได้ว่าจะให้บุคคลอื่นแก้ไข แสดงความคิดเห็น หรือแค่ดูไฟล์ได้อย่างเดียว

วิธีแชร์ URL ของไฟล์จากเบราว์เซอร์

ให้คัดลอกลิงก์ของไฟล์ได้โดยตรงจากแถบที่อยู่เว็บของเว็บเบราว์เซอร์ จากนั้นวางลิงก์ในอีเมลหรือที่ที่คุณต้องการแชร์

หมายเหตุ: โปรดตรวจสอบการตั้งค่าการแชร์ไฟล์ก่อนที่จะแชร์เพื่อให้แน่ใจว่าบุคคลที่คุณแชร์จะเข้าถึงไฟล์ได้

วิธีใช้ปุ่มแชร์

  1. เลือกไฟล์ที่ต้องการแชร์
  2. คลิกแชร์ หรือไอคอนแชร์ Share จากนั้น รับลิงก์
  3. ในส่วน “รับลิงก์” ให้คลิกเปลี่ยนเป็นทุกคนที่มีลิงก์
  4. หากต้องการกำหนดว่าผู้อื่นมีสิทธิ์ดำเนินการอะไรกับไฟล์ได้บ้างเมื่อคุณแชร์ ให้เลือกผู้มีสิทธิ์อ่าน ผู้แสดงความคิดเห็น หรือเอดิเตอร์
  5. คลิกเสร็จสิ้น
  6. คัดลอกและวางลิงก์ในอีเมลหรือที่ใดก็ได้ที่คุณต้องการแชร์

ระบบจะแสดงผู้คนที่ไม่ได้ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google เป็นรูปสัตว์ที่ไม่ระบุชื่อในไฟล์ของคุณ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปสัตว์ที่ไม่ระบุชื่อ

วิธีแชร์ลิงก์

  1. คลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์ในไดรฟ์ที่ต้องการแชร์แล้วเลือกแชร์ แชร์

    คลิกแชร์ในเอกสาร ชีต หรือสไลด์ที่ด้านบน

    หมายเหตุ: คุณจะแชร์ได้เฉพาะไฟล์ที่คุณเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิ์แก้ไขเท่านั้น

  2. (ไม่บังคับ) หากต้องการระบุสิ่งที่ผู้ใช้ดำเนินการกับไฟล์ได้เมื่อคุณแชร์ ให้คลิกเปลี่ยนใต้ชื่อองค์กร ดังนี้
    • หากต้องการเปลี่ยนสิทธิ์ ให้คลิกลูกศรลง "" ทางด้านขวา แล้วเลือกผู้มีสิทธิ์อ่าน ผู้แสดงความคิดเห็น หรือเอดิเตอร์
    • หากต้องการอนุญาตให้แชร์ลิงก์กับภายนอกองค์กรได้ ให้คลิกลูกศรลงข้างชื่อองค์กร ""จากนั้นสาธารณะ

      หมายเหตุ: หากไม่เห็นตัวเลือกนี้ โปรดติดต่อผู้ดูแลระบบ G Suite

  3. คลิกคัดลอกลิงก์
  4. คลิกเสร็จสิ้น
  5. วางลิงก์ในอีเมล บนเว็บไซต์ หรือที่ใดก็ตามที่ต้องการแชร์

 

ช่องทำเครื่องหมายเลือกแชร์ไฟล์จากโฟลเดอร์ในไดรฟ์ที่แชร์

โดยอย่างน้อยต้องมีสิทธิ์การเข้าถึงแบบผู้ให้ข้อมูลร่วมกัน

เช่นเดียวกับในไดรฟ์ปกติ มีหลายวิธีที่จะแชร์ไฟล์ใน "ไดรฟ์ที่แชร์" กับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของไดรฟ์ดังกล่าว

หมายเหตุ: โฟลเดอร์ในไดรฟ์ที่แชร์จะแชร์ไม่ได้ นอกจากนี้ องค์กรยังอาจจำกัดความสามารถในการแชร์ไฟล์ของคุณ โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ดูแลระบบ G Suite

วิธีแชร์ไฟล์กับบุคคลหรือกลุ่ม

  1. เลือกไฟล์ที่ต้องการแชร์
  2. คลิกแชร์หรือไอคอนแชร์ Share
  3. ในส่วน "แชร์กับผู้คนและกลุ่ม" ให้ป้อนอีเมลที่ต้องการแชร์ด้วย
    • สำคัญ: หากคุณแชร์กับอีเมลที่ไม่ใช่บัญชี Google ผู้ใช้รายดังกล่าวจะดูไฟล์ได้อย่างเดียว
  4. หากต้องการเปลี่ยนการดำเนินการที่ผู้คนมีสิทธิ์ทำในเอกสาร ให้คลิกลูกศรลงทางด้านขวา ลูกศรลง จากนั้น ผู้มีสิทธิ์อ่าน ผู้แสดงความคิดเห็น หรือเอดิเตอร์
  5. เลือกเพื่อแจ้งบุคคลอื่น
    • หากต้องการแจ้งให้บุคคลอื่นทราบว่าคุณแชร์เอกสารด้วย โปรดเลือกช่องถัดจาก "แจ้งบุคคลอื่น" หากแจ้งบุคคลอื่น อีเมลที่คุณป้อนจะรวมอยู่ในอีเมลนี้ด้วย
    • หากไม่ต้องการแจ้งบุคคลอื่น ให้ยกเลิกการเลือกช่องนี้
  6. คลิกแชร์หรือส่ง

วิธีแชร์ลิงก์

หากต้องการทำให้ไฟล์เข้าถึงได้อย่างกว้างขวางและหลีกเลี่ยงการจัดการการเข้าถึงในองค์กร คุณจะแชร์ไฟล์ด้วยลิงก์ได้ โดยทุกคนในองค์กรที่มีลิงก์จะเข้าถึงไฟล์ได้ และคุณยังเลือกที่จะอนุญาตให้ผู้ใช้รายอื่นๆ แชร์ลิงก์กับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในองค์กรได้ด้วย

  1. ในไดรฟ์ที่แชร์ ให้คลิกไฟล์ที่ต้องการแชร์
  2. ที่ด้านบน ให้คลิกแชร์ แชร์
  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการระบุสิ่งที่ผู้ใช้ดำเนินการกับไฟล์ได้เมื่อคุณแชร์ ให้คลิกเปลี่ยนใต้ชื่อองค์กร ดังนี้
    • หากต้องการเปลี่ยนสิทธิ์ ให้คลิกลูกศรลง "" ทางด้านขวา แล้วเลือกผู้มีสิทธิ์อ่าน ผู้แสดงความคิดเห็น หรือเอดิเตอร์
    • หากต้องการอนุญาตให้แชร์ลิงก์กับภายนอกองค์กรได้ ให้คลิกลูกศรลงข้างชื่อองค์กร ""จากนั้นสาธารณะ

      หมายเหตุ: หากไม่เห็นตัวเลือกนี้ โปรดติดต่อผู้ดูแลระบบ G Suite

  4. คลิกคัดลอกลิงก์
  5. คลิกเสร็จ
  6. วางลิงก์ในอีเมล บนเว็บไซต์ หรือที่ใดก็ตามที่ต้องการแชร์

3. สร้างและทำงานร่วมกันในไฟล์กับทีม

ช่องทำเครื่องหมายแก้ไขเอกสารพร้อมกันกับทีม

หลังจากที่คุณแชร์ไฟล์เอกสาร ชีต หรือสไลด์ ผู้ใช้ก็จะทำงานพร้อมกันได้คราวละหลายๆ คน โดยคุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ใช้กำลังทำอยู่ได้ตลอดเวลา และระบบจะบันทึกการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างโดยอัตโนมัติ

ช่องทำเครื่องหมายเพิ่มความคิดเห็นและมอบหมายรายการการทำงาน
  1. เลือกข้อความที่ต้องการแสดงความคิดเห็นในเอกสาร ชีต หรือสไลด์
  2. คลิกแสดงความคิดเห็น ""
  3. ป้อนความคิดเห็นในช่อง
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการส่งงานหรือความคิดเห็นไปยังบุคคลที่ต้องการโดยตรง ให้ป้อนเครื่องหมายบวก (+) ตามด้วยอีเมลของบุคคลดังกล่าว โดยคุณจะเพิ่มผู้คนกี่คนก็ได้ตามต้องการ ซึ่งแต่ละคนจะได้รับอีเมลที่มีความคิดเห็นของคุณและลิงก์ไปยังไฟล์ดังกล่าว
  5. (ไม่บังคับ) หากต้องการให้สิทธิ์แสดงความคิดเห็นกับบุคคลที่ต้องการ ให้เลือกช่องให้สิทธิ์กับ
  6. คลิกแสดงความคิดเห็นหรือให้สิทธิ์
ช่องทำเครื่องหมายตั้งค่าการแจ้งเตือนเมื่อมีความคิดเห็นใหม่
  1. เปิดไฟล์ในเอกสาร ชีต หรือสไลด์
  2. คลิกความคิดเห็น ""จากนั้นการแจ้งเตือน
  3. เลือกว่าต้องการรับการแจ้งเตือนเมื่อใด
    • ทั้งหมด: เมื่อใดก็ตามที่มีการแสดงความคิดเห็น
    • คุณเท่านั้น: เมื่อใดก็ตามที่คนอื่นตอบกลับความคิดเห็นของคุณ หรือความคิดเห็นที่มีคุณในนั้น
    • ไม่เลือก: ไม่ต้องการรับอีเมลเกี่ยวกับความคิดเห็นสำหรับไฟล์ดังกล่าว

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายเพิ่มและตรวจสอบการแก้ไขที่แนะนำ

คุณเสนอการเปลี่ยนแปลงได้โดยตรงในเอกสารโดยไม่ต้องแก้ไขข้อความด้วยการแนะนำการแก้ไข คำแนะนำจะไม่เปลี่ยนข้อความต้นฉบับจนกว่าเจ้าของเอกสารจะอนุมัติ คุณต้องมีสิทธิ์แก้ไขหรือแสดงความคิดเห็นในเอกสารเพื่อแนะนำการเปลี่ยนแปลง

1 ตรวจสอบว่าคุณอยู่ในโหมดการแนะนำ ซึ่งอาจแสดงเป็น แนะนำ
2 หากต้องการแนะนำการแก้ไข ให้เริ่มจากพิมพ์ในตำแหน่งที่คิดว่าควรทำการแก้ไขในเอกสาร คำแนะนำของคุณจะปรากฏเป็นสีใหม่และข้อความที่คุณทำเครื่องหมายเพื่อลบหรือแทนที่จะถูกขีดฆ่า (แต่จะไม่ลบจนกว่าเจ้าของเอกสารจะอนุมัติคำแนะนำ)
3

เจ้าของเอกสารจะได้รับอีเมลพร้อมคำแนะนำของคุณ เมื่อคลิกคำแนะนำใดๆ เจ้าของจะยอมรับ Checkmark หรือปฏิเสธ ปิด ได้

แนะนำการแก้ไข

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายแชทภายในไฟล์เอกสาร

คุณจะทำงานร่วมกันในเอกสารผ่านการแชทได้ด้วย หากมีคนเปิดเอกสารของคุณมากกว่า 1 คน ให้คลิกแสดงแชท แสดงแชท เพื่อเปิดการแชทเป็นกลุ่ม คุณจะเปิดดูความคิดเห็นได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากเอกสาร

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายตรวจสอบว่าใครเปลี่ยนแปลงไฟล์ของคุณ

วิธีดูการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของไฟล์หรือเปลี่ยนกลับเป็นเวอร์ชันก่อนหน้า

  1. ให้เปิดไฟล์ใน Google ไดรฟ์
  2. จากเอกสาร ชีต หรือสไลด์ ให้เลือกไฟล์จากนั้นประวัติเวอร์ชันจากนั้นดูประวัติเวอร์ชัน

    หมายเหตุ: คุณต้องมีสิทธิ์การเข้าถึงแบบเจ้าของหรือเอดิเตอร์เพื่อเข้าถึงไฟล์

  3. คลิกการประทับเวลาเพื่อดูไฟล์เวอร์ชันก่อนหน้า ใต้การประทับเวลา คุณจะเห็นข้อมูลต่อไปนี้
    • ชื่อของผู้ที่แก้ไขเอกสาร
    • สีถัดจากชื่อของแต่ละคน โดยการแก้ไขจะมีสีตามชื่อของผู้ที่แก้ไข
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการเปลี่ยนกลับ ตั้งชื่อ หรือคัดลอกเวอร์ชันก่อนหน้า ให้คลิกดังนี้
    • คืนค่าเวอร์ชันนี้เพื่อทำให้เป็นเวอร์ชันที่ใช้งานอยู่
    • เพิ่มเติม ""จากนั้นตั้งชื่อเวอร์ชันนี้เพื่อตั้งชื่อเวอร์ชันก่อนหน้า 
    • เพิ่มเติม ""จากนั้นทำสำเนาเพื่อสร้างสำเนาของเวอร์ชันก่อนหน้า

วิธีตรวจสอบผู้แสดงความคิดเห็น แก้ไข ย้าย หรือแชร์ไฟล์

  1. ในไดรฟ์ คลิกดูรายละเอียด "" ที่ด้านบนขวา
  2. ระบบจะเลือกแท็บกิจกรรมโดยอัตโนมัติและแสดงกิจกรรมทั้งหมดของไดรฟ์ของฉัน รายละเอียดสำหรับแต่ละกิจกรรมประกอบด้วย
    • ไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ได้รับผลกระทบ
    • ผู้ใช้ที่ทำการเปลี่ยนแปลง
    • วันที่และเวลาของกิจกรรม
    • ผู้ใช้รายอื่นที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรม
  3. ในไดรฟ์ของฉัน เลือกรายการใดก็ได้เพื่อดูรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจง

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายวิธีใช้เครื่องมือสำรวจจากตัวแก้ไขเอกสาร

วิธีใช้เครื่องมือสำรวจกับเอกสาร

ค้นหาและเพิ่มเนื้อหาที่แนะนำลงในเอกสารใน Google เอกสาร เนื้อหาที่แนะนำจะเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในเอกสารของคุณ นอกจากนี้คุณยังค้นหาข้อมูลใน Google เอกสารและบนเว็บจากภายในเอกสารได้อีกด้วย

วิธีใช้หัวข้อที่แนะนำ

  1. ที่ด้านล่างของเอกสาร ให้คลิกสำรวจ สำรวจ

    คุณจะเห็นคำแนะนำตามเนื้อหาทางด้านขวา

  2. คลิกหัวข้อ
  3. คลิกลิงก์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของคุณ
  4. คัดลอกและวางข้อความจากเนื้อหาที่แนะนำลงในเอกสารของคุณ

    เคล็ดลับ: หากต้องการล้างการจัดรูปแบบข้อความ ให้เลือกข้อความแล้วคลิกรุปแบบจากนั้นล้างการจัดรูปแบบ

  5. ให้เลือกตำแหน่งที่คุณต้องการเชิงอรรถในเอกสาร จากนั้นในผลลัพธ์สำรวจให้เลื่อนเมาส์ไปเหนือแหล่งที่คุณอ้างและคลิกอ้างอิง อ้างอิงเป็นเชิงอรรถ เพื่อเพิ่มเชิงอรรถ

วิธีใช้งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

  1. ที่ด้านล่างของเอกสาร ให้คลิกสำรวจ สำรวจ

    คุณจะเห็นคำแนะนำตามเนื้อหาทางด้านขวา

  2. (ไม่บังคับ) คลิกรายการวิจัยเพื่อดูเนื้อหาทั้งหมดออนไลน์
  3. วางเมาส์เหนือรายการงานวิจัยแล้วคลิกเพิ่ม "" เพื่อเพิ่มข้อความและเชิงอรรถ

วิธีค้นหาหัวข้อ

  1. ที่ด้านล่างของเอกสาร ให้คลิกสำรวจ สำรวจ
  2. ให้ป้อนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการอ้างอิงของคุณในช่องค้นหา (หนังสือ ผู้แต่ง ชื่อบทความ และอื่นๆ)
  3. คลิกลิงก์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของคุณ
  4. คัดลอกและวางข้อความจากเนื้อหาที่แนะนำลงในเอกสารของคุณ

    เคล็ดลับ: หากต้องการล้างการจัดรูปแบบข้อความ ให้เลือกข้อความแล้วคลิก รูปแบบจากนั้นล้างการจัดรูปแบบ

  5. ให้เลือกตำแหน่งที่คุณต้องการเชิงอรรถในเอกสาร จากนั้นในผลลัพธ์สำรวจให้เลื่อนเมาส์ไปเหนือแหล่งที่คุณอ้างและคลิกอ้างอิง อ้างอิงเป็นเชิงอรรถ เพื่อเพิ่มเชิงอรรถ

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

วิธีใช้เครื่องมือสำรวจกับชีต

สเปรดชีตที่มีข้อมูลจำนวนมากอาจสร้างความยุ่งยากในขณะใช้งาน ดูข้อมูลเกี่ยวกับสรุปและแผนภูมิด้วยการคลิกปุ่มใน Google ชีต

วิธีเริ่มสำรวจข้อมูลของคุณ

  1. เปิดสเปรดชีตที่มีข้อมูลในชีต
  2. เลือกช่วงของเซลล์ คอลัมน์ หรือแถว มิฉะนั้น ระบบจะแสดงข้อมูลเชิงลึกตามตำแหน่งเคอร์เซอร์ของคุณ
  3. คลิกสำรวจ เปิดสำรวจ ที่ด้านล่าง
  4. ตามข้อมูลในแผ่นงาน คุณจะดำเนินการต่อไปนี้ได้
    1. ดูข้อมูลอ้างอิงของแผนภูมิได้ - วางเมาส์เหนือแผนภูมิเพื่อไฮไลต์ข้อมูลในสเปรดชีต
    2. ถามคำถามเกี่ยวกับข้อมูลของคุณ - ป้อนข้อมูลการค้นหาหรือเลือกคำถามที่แนะนำ หากคำตอบมีสูตร ให้ลากสูตรลงในเซลล์เพื่อเพิ่มสูตร
    3. เพิ่มแผนภูมิ - วางเมาส์เหนือแผนภูมิแล้วคลิกแทรกแผนภูมิ แทรกแผนภูมิ
    4. เพิ่มตาราง Pivot - วางเมาส์เหนือตาราง Pivot แล้วคลิกแทรกตาราง Pivot เพิ่มตาราง

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

วิธีใช้เครื่องมือสำรวจกับสไลด์

คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้แอปพลิเคชันหรือซื้อซอฟต์แวร์อื่นเพื่อเพิ่มและแก้ไขรูปภาพให้มีความสวยงามสำหรับการนำไปใช้ในเอกสารและงานนำเสนอ

วิธีเพิ่มและแก้ไขรูปภาพ

  1. ให้เปิดเอกสารหรืองานนำเสนอใน Google ไดรฟ์
  2. ลากรูปภาพจากคอมพิวเตอร์ของคุณหรือทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
    1. คลิกแทรกจากนั้นรูปภาพ และเลือกตำแหน่งที่จะรับรูปภาพของคุณจาก (ไดรฟ์ รูปภาพ เว็บ และอื่นๆ)
    2. ดับเบิลคลิกที่ภาพที่คุณต้องการเพิ่ม
  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการแก้ไขรูปภาพ ให้คลิกรูปภาพนั้นๆ จากนั้น ตัวเลือกรูปภาพหรือตัวเลือกรูปแบบ
  4. แก้ไขตามต้องการดังนี้
    • เลือกตัวเลือกสีอื่น
    • ปรับความโปร่งใส ความสว่าง หรือความคมชัด
    • เพิ่มเงาตกกระทบในสไลด์
    • เพิ่มการสะท้อนในสไลด์

    หากต้องการเลิกทำการเปลี่ยนแปลงนี้ ให้คลิกรีเซ็ตรูปภาพ รีเซ็ตรูปภาพ

วิธีครอบตัดรูปภาพ

  1. คลิกเลือกรูปภาพของคุณ
  2. เลือกตัวเลือกดังต่อไปนี้
    • คลิกครอบตัด "" แล้วลากกรอบที่ต้องการ
    • ในสไลด์ หากต้องการครอบตัดรูปภาพให้เป็นรูปร่าง ให้คลิกลูกศรลง "" ถัดจากครอบตัด "" และเลือกรูปร่าง

    หากต้องการเปลี่ยนกลับเป็นรูปภาพต้นฉบับ ให้เลือกรูปภาพแล้วคลิกรีเซ็ตรูปภาพ รีเซ็ตรูปภาพ

การขอรับคำแนะนำสำหรับรูปภาพ

  1. ให้คลิกสำรวจ สำรวจ ที่ด้านล่างของงานนำเสนอหรือเอกสารของคุณ
  2. ในหน้าต่างสำรวจ ให้คลิกค้นหา "" และค้นหาข้อความที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพที่คุณต้องการ
  3. คลิกรูปภาพ จากนั้นวางเมาส์เหนือรูปภาพแล้วคลิกเพิ่ม ""

การขอรับเนื้อหาที่แนะนำสำหรับงานนำเสนอ

  1. เปิดงานนำเสนอและคลิกสำรวจ เปิดสำรวจ ในสไลด์
  2. ป้อนคำค้นหาและกด Enter ในหน้าต่างสำรวจถัดจากค้นหา ""
  3. เลือกตัวเลือกดังนี้
    • หากต้องการเปิดผลการค้นหาเว็บ ให้คลิกลิงก์ในหัวข้อเว็บ
    • หากต้องการเพิ่มรูปภาพ ให้คลิกรูปภาพ วางเมาส์เหนือรูปภาพแล้วคลิกเพิ่ม ""
    • หากต้องการเปิดไฟล์ในไดรฟ์ ให้คลิกไดรฟ์แล้วคลิกไฟล์

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายสร้างแบบสำรวจและแบบทดสอบ

ฟอร์มจะช่วยให้คุณจัดการการลงทะเบียนกิจกรรม สร้างแบบทดสอบ วิเคราะห์คำตอบ และอีกมากมายได้

 

ขั้นตอนถัดไป

ต้องการเริ่มต้นการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพใน G Suite ใช่ไหม โปรดดูที่รายการตรวจสอบในสัปดาห์ที่ 4


Google, G Suite และเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของ บริษัทที่เกี่ยวข้อง

 
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร