สัปดาห์ที่ 2: สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

หากต้องการใช้แอป Google ในที่ทำงานหรือโรงเรียนให้ได้ประโยชน์ยิ่งขึ้น โปรดลงชื่อสมัครใช้เพื่อทดลองใช้ Google Workspace ฟรี
" "

อุปกรณ์ต่างๆ จะแสดงเครื่องมือสื่อสารหากต้องการสื่อสารกับคนในทีมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โปรดดำเนินการต่อไปนี้ให้เรียบร้อย

" "


แสดงวิธีการทั้งหมด | ซ่อนวิธีการทั้งหมด

1. ใช้ช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม

ช่องทำเครื่องหมายช่องทางที่ใช้ผ่าน Google Workspace ได้

เลือกช่องทางการสื่อสารที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายและข้อความของคุณ

วิธีสื่อสารรายบุคคลมีดังนี้

  • ข้อความแชทส่วนตัว - หากคุณมีคำถามเร่งด่วน ให้ส่งข้อความโดยใช้ Google Chat
  • อีเมล - หากคุณต้องการพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่ซับซ้อนหรือไม่เร่งด่วน โปรดส่งอีเมลโดยใช้ Gmail

สื่อสารกับกลุ่มผู้ใช้

  • กลุ่มรายชื่อติดต่อ - สำหรับกลุ่มชั่วคราว เช่น โครงการระยะสั้น ทีม โดยคุณจะสร้างกลุ่ม รายชื่อติดต่อได้ กลุ่มรายชื่อติดต่อจะใช้ได้ทั้งในอีเมลและแชท คุณแชร์กลุ่มรายชื่อติดต่อของคุณกับบุคคลอื่นโดยตรงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากคุณส่งอีเมลไปยังกลุ่มรายชื่อติดต่อ บุคคลอื่นจะตอบทุกคนในกลุ่มรายชื่อติดต่อของคุณหรือคัดลอกรายการอีเมลของคุณได้
  • รายชื่ออีเมล Groups - คุณสามารถสื่อสารกันได้ง่ายขึ้นด้วยการสร้างรายชื่ออีเมล Google Groups ให้กับทีม จากนั้นใช้อีเมลของกลุ่มในการส่งอัปเดตสถานะและแชร์ทรัพยากรต่างๆ (เช่น ปฏิทินของทีมและเอกสารในไดรฟ์) ให้กับทุกคนพร้อมกันแทนการส่งอีเมลเป็นรายบุคคล

    หมายเหตุ: หากผู้ดูแลระบบไม่ได้เปิดใช้ Groups ในองค์กร คุณสามารถใช้กลุ่มรายชื่อติดต่อแทนได้  

ช่องทำเครื่องหมายแชทกับคนอื่นใน Chat หรือ Gmail

วิธีส่งข้อความส่วนตัวถึงผู้อื่น

  1. ไปที่ Google Chat หรือบัญชี Gmail ของคุณ
  2. หากไม่พบชื่อในส่วน "แชท" ให้คลิกเริ่มแชท ""
  3. ป้อนชื่อหรืออีเมล คำแนะนำจะปรากฏขึ้นขณะที่ป้อนข้อความ
    • หากต้องการส่งข้อความแบบ 1:1 ถึงบุคคลภายนอกองค์กร ให้ป้อนอีเมลแของบุคคลนั้น
  4. คลิกคนที่ต้องการส่งข้อความถึง
  5. ป้อนข้อความแล้วคลิกส่ง ""

วิธีเริ่มการสนทนากลุ่ม

  1. ไปที่ Google Chat หรือบัญชี Gmail ของคุณ
  2. ในส่วน "แชท" ให้คลิกการสนทนาแบบกลุ่มที่มีอยู่ จากนั้นป้อนข้อความ จากนั้น คลิกส่ง ""
  3. หากการสนทนาแบบกลุ่มไม่ได้อยู่ในส่วน "แชท" ให้คลิกเริ่มแชท "" จากนั้น เริ่มการสนทนาเป็นกลุ่ม
  4. ป้อนชื่อหรืออีเมล คำแนะนำจะปรากฏขึ้นขณะที่ป้อนข้อความ
  5. คลิกเสร็จสิ้น ""
  6. ป้อนข้อความแล้วคลิกส่ง ""

เปลี่ยนตำแหน่งของแผง Chat ใน Gmail

คุณจะย้ายแผง Chat ไปยังด้านขวาหรือด้านซ้ายของกล่องจดหมาย Gmail ได้

  1. เปิด Gmail ในคอมพิวเตอร์
  2. ที่ด้านขวาบน ให้คลิกการตั้งค่า ""จากนั้น ดูการตั้งค่าทั้งหมด.
  3. คลิก Chat และ Meet ที่ด้านบน
  4. ถัดจาก "ตำแหน่งของ Chat" ให้เลือกด้านซ้ายของกล่องจดหมายหรือด้านขวาของกล่องจดหมาย
  5. คลิกบันทึกการเปลี่ยนแปลง
ช่องทำเครื่องหมายปิดเสียงการแจ้งเตือนของ Chat เมื่อคุณต้องการใช้สมาธิ
  1. ไปที่ Google Chat หรือบัญชี Gmail ของคุณ
  2. คลิกสถานะของคุณที่ด้านบน
  3. เลือกห้ามรบกวน จากนั้น เลือกระยะเวลาที่จะปิดเสียงการแจ้งเตือน

เคล็ดลับ: การแจ้งเตือนจะเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติหลังจากหมดเวลาปิดเสียง หากต้องการยกเลิกการปิดเสียงก่อนกำหนด ให้คลิกสถานะ จากนั้น ห้ามรบกวนจากนั้น ปิดโหมดห้ามรบกวน

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

2. จัดการอีเมลของคุณ

ช่องทำเครื่องหมายเลื่อนการแจ้งเตือนอีเมลเพื่อรับการแจ้งเตือนในภายหลัง
  1. เปิด Gmail แล้วชี้ไปที่อีเมล
  2. คลิกเลื่อนการแจ้งเตือน เลื่อนการแจ้งเตือน ทางด้านขวา
  3. เลือกเวลาในหัวข้อเลื่อนการแจ้งเตือนจนถึง

    อีเมลจะเลื่อนการแจ้งเตือนและย้ายออกจากกล่องจดหมายโดยอัตโนมัติ คุณจะได้รับการช่วยเตือนเกี่ยวกับอีเมลที่เลื่อนการแจ้งเตือนหลังจากสิ้นสุดเวลาที่ระบุ

  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการดูอีเมลที่เลื่อนการแจ้งเตือนทั้งหมด ให้คลิกรายการที่เลื่อนการแจ้งเตือนในแถบด้านข้างทางซ้าย

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายปิดเสียงอีเมลที่คุณไม่ต้องการเห็นคำตอบ
  1. เลือกการสนทนาที่ต้องการซ่อนใน Gmail
  2. คลิกเพิ่มเติม "" แล้วเลือกซ่อน
  3. หลังจากซ่อนการสนทนา ระบบจะนำการสนทนานั้นออกจากกล่องจดหมายและเก็บถาวร แต่ยังเห็นการสนทนาในจดหมายทั้งหมดที่มีการใช้ป้ายกำกับซ่อนอยู่

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายส่งต่อชุดข้อความอีเมลทั้งหมด
  1. เปิดอีเมล

    หมายเหตุ: หากข้อความมีลายเซ็นหรือการตอบกลับก่อนหน้านี้ Gmail จะซ่อนข้อความดังกล่าวจากมุมมอง คลิกแสดงเนื้อหาที่ถูกตัด "" เพื่อดูข้อความทั้งหมดที่จะรวมอยู่ในการตอบกลับภายใต้การตอบกลับของคุณ

  2. คลิกเพิ่มเติม "" ที่ด้านขวาบน
  3. คลิกตัวเลือก เช่น ตอบกลับ ตอบทุกคน ส่งต่อ และพิมพ์

เคล็ดลับ: การช่วยตอบของ Gmail อาจแนะนำคำตอบบางรายการตามอีเมลที่คุณได้รับ หากต้องการประหยัดเวลา ให้เลือกหนึ่งรายการ จากนั้นแก้ไขข้อความที่แนะนำหรือส่งข้อความตามเดิม

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายพิมพ์อีเมลและคำเชิญในปฏิทิน

พิมพ์อีเมลหรือคำเชิญในปฏิทิน

  • พิมพ์อีเมล: เปิดอีเมลใน Gmail คลิกพิมพ์ทั้งหมด "" ที่ด้านบนขวา
  • พิมพ์คำเชิญในปฏิทิน: เปิดคำเชิญใน Google ปฏิทิน คลิกเพิ่มเติม ""จากนั้นพิมพ์ที่ด้านบนขวา

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายสร้างรายชื่ออีเมล Groups
  1. ลงชื่อเข้าใช้ Google Groups
  2. คลิกสร้างกลุ่มที่มุมซ้ายบน
  3. กรอกข้อมูลและเลือกการตั้งค่าสำหรับกลุ่ม
  4. คลิกสร้างกลุ่ม
  5. โปรดรอสักครู่เพื่อให้กลุ่มใหม่เริ่มทำงานก่อนที่จะส่งข้อความไปยังกลุ่ม มิฉะนั้นคุณอาจได้รับการแจ้งเตือนว่าระบบส่งข้อความของคุณไม่ได้

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายสร้างกลุ่มรายชื่อติดต่อ

หากคุณต้องการติดต่อกลุ่มบุคคลเดียวกันทางอีเมล คุณจะสร้างและบันทึกกลุ่มรายชื่อติดต่อได้ ครั้งต่อไปหากคุณต้องการส่งอีเมลชุดรายชื่อติดต่อ คุณเพียงแค่ป้อนชื่อกลุ่มเป็นผู้รับอีเมล

สร้างกลุ่มรายชื่อติดต่อดังนี้

  1. คลิกเขียนใน Gmail
  2. คลิกถึง สำเนา หรือสำเนาลับ
  3. ค้นหารายชื่อติดต่อที่ต้องการเพิ่มลงในกลุ่มแล้วเลือกช่องข้างชื่อดังกล่าว
  4. คลิกจัดการป้ายกำกับ จากนั้น สร้างป้ายกำกับ
  5. ป้อนชื่อสำหรับป้ายกำกับ
  6. คลิกบันทึก
  7. ปิดหน้าต่างเพื่อกลับไปที่ข้อความ

ส่งอีเมลถึงกลุ่มรายชื่อติดต่อดังนี้

  1. คลิกเขียนใน Gmail
  2. ป้อนชื่อกลุ่มถัดจากถึง
  3. เขียนข้อความแล้วคลิกส่ง

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

3. สร้างและปรับแต่งกิจกรรม

ช่องทำเครื่องหมายสร้างช่วงเวลาที่สะดวกสำหรับนัดหมาย
  1. เปิด Google ปฏิทิน และคลิกช่วงเวลาที่ว่างในตารางปฏิทิน จากนั้นคลิกช่วงเวลาที่สะดวกสำหรับการนัดหมาย
  2. (ไม่บังคับ) หากต้องการสร้างช่วงเวลาที่สะดวกสำหรับการนัดหมายในปฏิทินอื่น ให้คลิกลูกศรลง ลูกศรลง ด้านล่างถัดจากชื่อของคุณและเลือกปฏิทิน
  3. เพิ่มชื่อและเลือกวันที่และเวลา
  4. เลือกจำนวนช่วงเวลาและระยะเวลาของการนัดหมายแต่ละครั้ง
  5. (ไม่บังคับ) หากต้องการเพิ่มรายละเอียดลงในช่วงเวลาการนัดหมาย ให้คลิกตัวเลือกเพิ่มเติมและเพิ่มข้อมูล
  6. คลิกบันทึก

ช่องการนัดหมายจะแสดงเป็นกิจกรรมเดียวในปฏิทิน โดยมีสัญลักษณ์ตารางกริด การนัดหมาย มุมซ้ายบน เมื่อผู้คนทำการนัดหมาย การนัดหมายนั้นจะปรากฏเป็นกิจกรรมปกติที่ทับซ้อนกับช่องการนัดหมาย

ช่วงการนัดหมายจะแสดงเป็นกิจกรรมเดียวในปฏิทิน โดยมีสัญลักษณ์ตารางกริด การนัดหมาย ที่มุมซ้ายบน เมื่อผู้คนทำการนัดหมาย การนัดหมายนั้นจะปรากฏเป็นกิจกรรมปกติที่ทับซ้อนกับช่องการนัดหมาย

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายสร้างกิจกรรมในกล่องจดหมาย

สร้างกิจกรรมจากอีเมลดังนี้

  1. เปิดอีเมลใน Gmail
  2. คลิกเพิ่มเติม ""จากนั้นสร้างกิจกรรมที่ด้านบน
  3. เพิ่มรายละเอียดในกิจกรรมใหม่แล้วคลิกบันทึก

ดูเหตุการณ์อัตโนมัติที่สร้างจากอีเมลดังนี้

อีเมลบางรายการ (เช่น การยืนยันเที่ยวบินและการจองร้านอาหาร) จะเพิ่มลงในปฏิทินของคุณโดยอัตโนมัติ

ปิดใช้กิจกรรมอัตโนมัติดังนี้

แต่หากคุณไม่ต้องการให้มีกิจกรรมจาก Gmail อยู่ในปฏิทิน ก็จะลบได้ทีละกิจกรรม หรือเปลี่ยนการตั้งค่าเพื่อไม่ให้ระบบเพิ่มกิจกรรมในปฏิทินโดยอัตโนมัติ

  1. เปิดปฏิทินและไปที่การตั้งค่า การตั้งค่าจากนั้นการตั้งค่า
  2. เลื่อนไปที่กิจกรรมจาก Gmail
  3. ในช่องระดับการเข้าถึงกิจกรรม Gmail ให้เลือกตัวเลือกดังนี้
    • ค่าเริ่มต้นของปฏิทิน ทุกคนที่มีสิทธิ์ดูรายละเอียดกิจกรรมในปฏิทินจะเห็นชื่อและเวลาของกิจกรรมจาก Gmail เฉพาะผู้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงเพื่อแก้ไขกิจกรรมเท่านั้นที่จะเห็นรายละเอียดอื่นๆ จากอีเมล เช่น หมายเลขยืนยัน สถานะเที่ยวบิน หรือหมายเลขโทรศัพท์

      หมายเหตุ:
      หากแชร์ปฏิทินแบบสาธารณะ การเลือกตัวเลือกนี้จะทำให้กิจกรรม Gmail เปิดเผยต่อสาธารณะด้วย  
    • ส่วนตัว เฉพาะผู้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงเพื่อแก้ไขปฏิทินเท่านั้นที่จะเห็นรายละเอียดกิจกรรม บุคคลอื่นที่ดูปฏิทินได้แต่เปลี่ยนแปลงไม่ได้จะเห็นกิจกรรมเป็น "ไม่ว่าง"
    • เฉพาะฉัน การเข้าถึงกิจกรรมในปฏิทินจะปรากฏให้คุณเห็นเท่านั้น
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการปิดฟีเจอร์นี้ ไม่ต้องเลือกช่องเพิ่มกิจกรรมจาก Gmail ไปยังปฏิทินของฉันโดยอัตโนมัติ

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายทำกิจกรรมซ้ำหากคุณต้องการพบปะอีกครั้ง

บางครั้งคุณอาจต้องการกำหนดเวลากิจกรรมอื่นที่ครอบคลุมหัวข้อเดียวกัน โดยคุณจะทำเช่นนี้ได้โดยทำกิจกรรมเดิมซ้ำ

  1. คลิกครั้งเดียวที่กิจกรรมและคลิกแก้ไข แก้ไข
  2. เปิดกิจกรรมและคลิกไม่เกิดซ้ำด้านบนถัดจากตลอดวัน
  3. เลือกความถี่ที่ต้องการให้กิจกรรมเกิดซ้ำ

    หากต้องการเลือกวันที่สิ้นสุด ให้คลิกกำหนดเองและกรอกวันที่เริ่มต้นและวันที่สิ้นสุด

  4. คลิกบันทึก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายเพิ่มกำหนดการเป็นไฟล์แนบในไดรฟ์

สร้างกำหนดการดังนี้

เลือกตัวเลือกต่อไปนี้

  • ในเอกสาร ให้คลิกสร้าง ""
  • ในไดรฟ์ ให้คลิกใหม่ แล้วชี้ที่ลูกศรขวาด้านข้าง Google เอกสาร""และคลิกเอกสารเปล่า หรือจากเทมเพลต

แนบกำหนดการกับกิจกรรมดังนี้

  1. คลิกช่องเพิ่มคำอธิบายหรือไฟล์แนบ
  2. คลิกไดรฟ์ของฉันหรืออัปโหลดแล้วเลือกไฟล์
  3. คลิกเลือกหรืออัปโหลด ระบบจะแนบไฟล์กับกิจกรรม

หมายเหตุ: หากผู้ดูแลระบบไม่อนุญาตให้แชร์ไฟล์ Google ไดรฟ์นอกองค์กร คุณจะเลือกส่งไฟล์แนบของ Gmail ให้กับผู้เข้าร่วมภายนอกแทนได้

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายสร้างเอกสารรายการบันทึกและการทำงาน

สร้างเอกสารรายการบันทึกและการทำงานดังนี้

เลือกตัวเลือกต่อไปนี้

  • ในเอกสาร ให้คลิกสร้าง ""
  • ในไดรฟ์ ให้คลิกใหม่ แล้วชี้ที่ลูกศรขวาด้านข้าง Google เอกสาร""และคลิกเอกสารเปล่า หรือจากเทมเพลต

เพิ่มความคิดเห็นและมอบหมายให้กับบุคคลที่ระบุดังนี้

  1. เลือกข้อความที่ต้องการแสดงความคิดเห็นในเอกสาร ชีต หรือสไลด์
  2. คลิกเพิ่มความคิดเห็น ""
  3. ป้อนความคิดเห็นในช่อง
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการส่งงานหรือความคิดเห็นไปยังบุคคลที่ต้องการโดยตรง ให้ป้อนเครื่องหมายบวก (+) ตามด้วยอีเมลของบุคคลดังกล่าว โดยคุณจะเพิ่มผู้คนกี่คนก็ได้ตามต้องการ ซึ่งแต่ละคนจะได้รับอีเมลที่มีความคิดเห็นของคุณและลิงก์ไปยังไฟล์ดังกล่าว
  5. (ไม่บังคับ) หากต้องการให้สิทธิ์แสดงความคิดเห็นกับบุคคลที่ต้องการ ให้เลือกช่องให้สิทธิ์กับ
  6. คลิกแสดงความคิดเห็นหรือให้สิทธิ์

หมายเหตุ: หากไฟล์มีความคิดเห็นถึงจํานวนสูงสุดแล้ว คุณจะทําสําเนาไฟล์ได้โดยไม่ต้องคัดลอกความคิดเห็นใดๆ

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายปฏิทิน: ตั้งค่ากิจกรรมส่วนตัวหรือกิจกรรมที่มองไม่เห็น

หากต้องการบล็อกเวลาในการทำงานในปฏิทิน คุณจะเพิ่มกิจกรรมและกำหนดให้เป็นกิจกรรมส่วนตัวได้

  1. เลือกตัวเลือกดังนี้
    • คลิกช่วงเวลาที่ว่างในตารางปฏิทิน
    • คลิก Plus สร้าง
  2. เพิ่มชื่อกิจกรรม วันที่ และเวลา
  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการเพิ่มรายละเอียดลงในกิจกรรม ให้คลิกตัวเลือกเพิ่มเติม
  4. ในส่วนระดับการเข้าถึง ให้เลือกส่วนตัว
  5. เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น ให้คลิกบันทึก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายอนุญาตให้ผู้เข้าร่วมแก้ไขกิจกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงการส่งอีเมลกลับไปกลับมา

หากต้องการหลีกเลี่ยงการส่งอีเมลกลับไปกลับมาเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความพร้อมของผู้เข้าร่วมในการประชุมของคุณ อนุญาตให้ผู้เข้าร่วมแก้ไขกิจกรรมเพื่อให้เลือกเวลาที่เหมาะสมได้

อนุญาตให้ผู้เข้าร่วมแก้ไขกิจกรรมได้ดังนี้

  1. ในช่องเพิ่มผู้เข้าร่วม ให้ป้อนตัวอักษร 2-3 ตัวแรกของชื่อหรืออีเมลของบุคคลที่ต้องการ อีเมลที่ตรงกันในไดเรกทอรีขององค์กรจะปรากฏทันทีที่ป้อนข้อความ
  2. คลิกคำแนะนำเพื่อเพิ่มบุคคลดังกล่าวในกิจกรรม หากไม่มีคำแนะนำปรากฏขึ้น ให้กรอกอีเมลแบบเต็มของผู้เข้าร่วม หลังจากที่เพิ่มผู้เข้าร่วมในกิจกรรมแล้ว:
    • ระบบจะเพิ่มการประชุมทางวิดีโอใน Google Meet เข้าไปยังกิจกรรมโดยอัตโนมัติ
    • ปฏิทินของผู้เข้าร่วมจะปรากฏถัดจากปฏิทินของคุณ
  3. (ไม่บังคับ) คุณจะเพิ่มรายชื่ออีเมลของ Google Groups เพื่อเชิญคนกลุ่มใหญ่พร้อมกันก็ได้
    โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเชิญคนกลุ่มใหญ่ที่หัวข้อการจัดการกิจกรรมขนาดใหญ่ในปฏิทิน
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการทำเครื่องหมายว่าไม่บังคับให้เข้าร่วมการประชุม ให้ชี้ไปที่ชื่อของผู้เข้าร่วมและคลิกบุคคล บุคคล
  5. (ไม่บังคับ) หากต้องการอนุญาตให้ผู้เข้าร่วมแก้ไขกิจกรรม เชิญผู้อื่น หรือดูรายชื่อผู้เข้าร่วม ให้คลิกสิทธิ์ของผู้เข้าร่วมแล้วเลือกช่องที่ต้องการ

หมายเหตุ: หากสร้างกิจกรรมในปฏิทินและไม่ให้สิทธิ์ผู้เข้าร่วมแก้ไขกิจกรรม ผู้เข้าร่วมจะเปลี่ยนวันที่และเวลาของกิจกรรมในปฏิทินของตัวเองไม่ได้

อนุญาตให้ผู้เข้าร่วมแก้ไขกิจกรรมโดยค่าเริ่มต้นได้ดังนี้

  1. ในปฏิทิน ให้คลิกการตั้งค่า การตั้งค่า จากนั้น การตั้งค่า
  2. ในส่วนการตั้งค่ากิจกรรม ให้คลิกสิทธิ์เริ่มต้นของผู้เข้าร่วมและเลือกแก้ไขกิจกรรม

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมายเสนอเวลาใหม่สำหรับการประชุม

หมายเหตุ: หากผู้จัดกิจกรรมให้สิทธิ์คุณแก้ไขกิจกรรม คุณจะปรับเวลาใหม่ได้โดยตรงโดยไม่ต้องเสนอ

  1. ในปฏิทิน ให้คลิก 1 ครั้งที่กิจกรรมในตารางปฏิทิน
  2. ไปที่ส่วนไปไหม แล้วคลิกลูกศรขึ้น ""จากนั้นเสนอเวลาใหม่
  3. ในส่วนข้อเสนอของคุณ ให้เลือกเวลาหรือวันอื่นและเพิ่มข้อความ
  4. คลิกส่งข้อเสนอ

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทำเครื่องหมาย ลบและกู้คืนกิจกรรมที่ถูกลบ

คุณจะลบกิจกรรมได้หากคุณเป็นเจ้าของ หรือนำออกหากไม่ได้เป็น คุณจะกู้คืนกิจกรรมได้อีกครั้งหลังจากที่ลบหรือนำกิจกรรมนั้นออก

ลบกิจกรรมได้ดังนี้

  1. คลิกกิจกรรมในตารางปฏิทิน
  2. คลิกลบ ลบ

กู้คืนกิจกรรมได้ดังนี้

  1. คลิกการตั้งค่า การตั้งค่าจากนั้นถังขยะ
  2. เลือกช่องถัดจากกิจกรรมที่ลบแล้ว จากนั้นคลิกคืนค่ากู้คืน

หมายเหตุ: กิจกรรมที่ลบจะยังอยู่ในถังขยะของปฏิทินประมาณ 30 วัน

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ขั้นตอนถัดไป

หากต้องการเริ่มการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพใน Google Workspace โปรดดูที่รายการตรวจสอบในสัปดาห์ที่ 3
 
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร